มุสาวาท งดอุโบสถหรือปวารณา องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ อย่าง เวร ๕ งดเว้นเวร ๕ ความเสื่อม ๕ สัมปทา ๕ หัวข้อประจำวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. มุสาวาทวรรค หมวดว่าด้วยมุสาวาท
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “มุสาวาทมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี มุสาวาทนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. มุสาวาทที่ถึงขั้นอาบัติปาราชิกมีอยู่ ๒. มุสาวาทที่ถึงขั้นอาบัติสังฆาทิเสสมีอยู่ ๓. มุสาวาทที่ถึงขั้นอาบัติถุลลัจจัยมีอยู่ ๔. มุสาวาทที่ถึงขั้นอาบัติปาจิตตีย์มีอยู่ ๕. มุสาวาทที่ถึงขั้นอาบัติทุกกฏมีอยู่ อุบาลี มุสาวาทมี ๕ อย่าง นี้แล” งดอุโบสถหรือปวารณา
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกล่าวห้ามว่า ‘พอที ภิกษุ อย่าทุ่มเถียงกัน อย่าทะเลาะกัน อย่าแก่งแย่งกัน อย่าวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วจึงทำอุโบสถหรือปวารณา พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกล่าวห้ามว่า ‘พอที ภิกษุ อย่าทุ่มเถียงกัน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๒๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๗. มุสาวาทวรรค อย่าทะเลาะกัน อย่าแก่งแย่งกัน อย่าวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณาองค์ ๕ คือ ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นคนโง่เขลา ๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากศาสนา ๕. ไม่เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้ออกจากอาบัติ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์สงฆ์พึงกล่าวห้ามว่า ‘พอที ภิกษุ อย่าทุ่มเถียงกัน อย่าทะเลาะกัน อย่าแก่งแย่งกันอย่าวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อีกอย่าง งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกล่าวห้ามว่า ‘พอที ภิกษุ อย่าทุ่มเถียงกัน อย่าทะเลาะกันอย่าแก่งแย่งกัน อย่าวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา องค์ ๕ คือ ๑. เป็นผู้มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ ๒. เป็นผู้มีความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์ ๓. เป็นผู้มีอาชีวะไม่บริสุทธิ์ ๔. เป็นคนโง่เขลา ไม่ฉลาด ๕. เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์สงฆ์พึงกล่าวห้ามว่า ‘พอที ภิกษุ อย่าทุ่มเถียงกัน อย่าทะเลาะกัน อย่าแก่งแย่งกันอย่าวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา” องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล สงฆ์ ไม่ควรให้คำซักถาม พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ สงฆ์ไม่ควรให้คำซักถาม องค์ ๕ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๒๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๗. มุสาวาทวรรค ๑. ไม่รู้อาบัติและอนาบัติ ๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๕. ไม่รู้อาบัติที่ทำคืนได้และทำคืนไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ไม่ควรให้คำซักถาม องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ สงฆ์ควรให้คำซักถาม องค์ ๕ คือ ๑. รู้อาบัติและอนาบัติ ๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๕. รู้อาบัติที่ทำคืนได้และทำคืนไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ควรให้คำซักถาม” ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ อย่าง
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. เพราะไม่ละอาย ๒. เพราะไม่รู้ ๓. เพราะสงสัยแล้วขืนทำ ๔. เพราะสำคัญในของที่ไม่ควรว่าควร ๕. เพราะสำคัญในของที่ควรว่าไม่ควร อุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๐}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๗. มุสาวาทวรรค อุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการแม้อื่นอีก ๕ อย่าง คือ ๑. ไม่ได้เห็น ๒. ไม่ได้ฟัง ๓. หลับ ๔. เข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น ๕. ลืมสติ อุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล” เวร ๕
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “เวรมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี เวรนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ฆ่าสัตว์มีชีวิต ๒. ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ ๓. ประพฤติผิดในกาม ๔. พูดเท็จ ๕. ดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท อุบาลี เวร ๕ นี้แล” งดเว้นเวร ๕ ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “เจตนางดเว้นจากเวรมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี เจตนางดเว้นจากเวรนี้มี ๕ คือ ๑. เจตนางดเว้นจากฆ่าสัตว์มีชีวิต ๒. เจตนางดเว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ ๓. เจตนางดเว้นจากประพฤติผิดในกาม ๔. เจตนางดเว้นจากพูดเท็จ ๕. เจตนางดเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งความประมาท เพราะดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อุบาลี เจตนางดเว้นจากเวร ๕ นี้แล” @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๗๔/๒๙๐ @ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๕/๓๐๒-๓๐๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] หัวข้อประจำวรรค ความเสื่อม ๕
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ความเสื่อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ความเสื่อมนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ความเสื่อมญาติ ๒. ความเสื่อมโภคสมบัติ ๓. ความเสื่อมคือโรค ๔. ความเสื่อมศีล ๕. ความเสื่อมทิฏฐิ อุบาลี ความเสื่อมมี ๕ อย่างนี้แล” สัมปทา ๕ ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ความถึงพร้อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ความถึงพร้อมนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ญาติสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งญาติ) ๒. โภคสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งโภคะ) ๓. อาโรคยสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งความไม่มีโรค) ๔. สีลสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งศีล) ๕. ทิฏฐิสัมปทา (ความถึงพร้อมแห่งความเห็น) อุบาลี ความถึงพร้อมมี ๕ อย่างนี้แล” มุสาวาทวรรคที่ ๗ จบ หัวข้อประจำวรรค การกล่าวมุสาวาท การกล่าวห้าม การกล่าวห้าม อีกนัยหนึ่ง คำซักถาม อาบัติ อาบัติอีกนัยหนึ่ง เวร เจตนางดเว้นจากเวร ความเสื่อม สัมปทา จัดเป็นวรรคที่ ๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๒}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร มุสาวาทวรรคที่ ๗ มุสาวาท
กติ นุ โข ภนฺเต มุสาวาทาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ มุสาวาทา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อตฺถิ มุสาวาโท ปาราชิกคามี อตฺถิ มุสาวาโท สงฺฆาทิเสสคามี อตฺถิ มุสาวาโท ถุลฺลจฺจยคามี อตฺถิ มุสาวาโท ปาจิตฺติยคามี อตฺถิ มุสาวาโท ทุกฺกฏคามีติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ มุสาวาทาติ ฯ
อุ. มุสาวาท มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี มุสาวาทนี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาราชิก ๒. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๓. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติถุลลัจจัย ๔. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๕. มีอยู่ มุสาวาทถึงต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรอุบาลี มุสาวาท ๕ อย่าง นี้แล. งดอุโบสถหรือปวารณา
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส อลํ ภิกฺขุ มา ภณฺฑนํ มา กลหํ มา วิคฺคหํ มา วิวาทนฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพาติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส อลํ ภิกฺขุ มา ภณฺฑนํ มา กลหํ มา วิคฺคหํ มา วิวาทนฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อลชฺชี จ โหติ พาโล จ อปกตตฺโต จ จาวนาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ โน วุฏฺฐานาธิปฺปาโย ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส อลํ ภิกฺขุ มา ภณฺฑนํ มา กลหํ มา วิคฺคหํ มา วิวาทนฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา ฯ {๑๑๙๔.๑} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส อลํ ภิกฺขุ มา ภณฺฑนํ มา กลหํ มา วิคฺคหํ มา วิวาทนฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ อปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ อปริสุทฺธาชีโว โหติ พาโล โหติ อพฺยตฺโต ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส อลํ ภิกฺขุ มา ภณฺฑนํ มา กลหํ มา วิคฺคหํ มา วิวาทนฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพาติ ฯ
อุ. พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมางอย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา? ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ งดอุโบสถหรือปวารณา ในท่ามกลางสงฆ์สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล ๓. มิใช่ปกตัตตะ ๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ ๕. หาใช่เป็นผู้กล่าวประสงค์ให้ออกจากอาบัติไม่. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้ แล้วทำอุโบสถ หรือปวารณา. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ งดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะอย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา. องค์ ๕อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นผู้มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ ๒. เป็นผู้มีความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์ ๓. เป็นผู้มีอาชีวะไม่บริสุทธิ์ ๔. เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาด ๕. เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล งดอุโบสถ หรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์สงฆ์พึงกำจัดเสียว่า อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำความทะเลาะ อย่าได้ทำความแก่งแย่ง อย่าได้ทำความวิวาทกัน ดังนี้แล้วทำอุโบสถ หรือปวารณา. องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค น ทาตพฺโพติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค น ทาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ สปฺปฏิกมฺมอปฺปฏิกมฺมํ อาปตฺตึ น ชานาติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค น ทาตพฺโพ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค ทาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ สปฺปฏิกมฺมอปฺปฏิกมฺมํ อาปตฺตึ ชานาติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค ทาตพฺโพติ ฯ
อุ. สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ไม่รู้อาบัติและอนาบัติ ๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้. ๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๕. ไม่รู้อาบัติที่ทำคืนได้และอาบัติที่ทำคืนไม่ได้ ดูกรอุบาลี สงฆ์ไม่พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง?คือ:- ๑. รู้อาบัติและอนาบัติ ๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก ๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ ๕. รู้อาบัติที่ทำคืนได้และอาบัติที่ทำคืนไม่ได้ ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงให้คำซักถาม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕
กตีหิ นุ โข ภนฺเต อากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ฯ ปญฺจหุปาลิ อากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อลชฺชิตา อญฺญาณตา กุกฺกุจฺจปกตตา อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตา กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตา ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อทสฺสเนน อสฺสวเนน ปสุตฺตตา ตถาสญฺญี สติสมฺโมสา ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ฯ
อุ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕. อาการ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ด้วยไม่ละอาย ๒. ด้วยไม่รู้ ๓. ด้วยสงสัยแล้วขืนทำ ๔. ด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร ๕. ด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล. ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการแม้อื่นอีก ๕. อาการ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ด้วยไม่ได้เห็น ๒. ด้วยไม่ได้ฟัง ๓. ด้วยหลับ ๔. ด้วยเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น ๕. ด้วยลืมสติ ดูกรอุบาลี ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ นี้แล. เวร ๕
กติ นุ โข ภนฺเต เวราติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ เวรา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุ มิจฺฉาจาโร มุสาวาโท สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจ เวราติ ฯ
อุ. เวรมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี เวรนี้มี ๕ เวร ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ฆ่าสัตว์มีชีวิต ๒. ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ ๓. ประพฤติผิดในกาม ๔. พูดเท็จ ๕. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เพราะดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย ดูกรอุบาลี เวร ๕ นี้แล. เจตนางดเว้น ๕
กติ นุ โข ภนฺเต เวรมณิโยติ ฯ ปญฺจิมา อุปาลิ เวรมณิโย ฯ กตมา ปญฺจ ฯ ปาณาติปาตา เวรมณี อทินฺนาทานา เวรมณี กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณี มุสาวาทา เวรมณี สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี ฯ อิมา โข อุปาลิ ปญฺจ เวรมณิโยติ ฯ
อุ. เจตนางดเว้น มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี เจตนางดเว้นนี้ มี ๕. เจตนางดเว้น ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เจตนางดเว้น จากฆ่าสัตว์มีชีวิต ๒. เจตนางดเว้น จากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ ๓. เจตนางดเว้น จากการประพฤติผิดในกาม ๔. เจตนางดเว้น จากพูดเท็จ ๕. เจตนางดเว้น จากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เพราะดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย ดูกรอุบาลี เจตนางดเว้น ๕ นี้แล. ความเสื่อม ๕
กติ นุ โข ภนฺเต พฺยสนานีติ ฯ ปญฺจิมานิ อุปาลิ พฺยสนานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ ญาติพฺยสนํ โภคพฺยสนํ โรคพฺยสนํ สีลพฺยสนํ ทิฏฺฐิพฺยสนํ ฯ อิมานิ โข อุปาลิ ปญฺจ พฺยสนานีติ ฯ
อุ. ความเสื่อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ความเสื่อมนี้ มี ๕. ความเสื่อม ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ความเสื่อมจากญาติ ๒. ความเสื่อมจากโภคทรัพย์ ๓. ความเสื่อมคือมีโรค ๔. ความเสื่อมจากศีล ๕. ความเสื่อมคือเห็นผิด ดูกรอุบาลี ความเสื่อม ๕ นี้แล. ความถึงพร้อม ๕
กติ นุ โข ภนฺเต สมฺปทาติ ฯ ปญฺจิมา อุปาลิ สมฺปทา ฯ กตมา ปญฺจ ฯ ญาติสมฺปทา โภคสมฺปทา อาโรคฺยสมฺปทา สีลสมฺปทา ทิฏฺฐิสมฺปทา ฯ อิมา โข อุปาลิ ปญฺจ สมฺปทาติ ฯ มุสาวาทวคฺโค สตฺตโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ
อุ. ความถึงพร้อมมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า พ. ดูกรอุบาลี ความถึงพร้อมนี้ มี ๕ อะไรบ้าง คือ:- ๑. ความถึงพร้อมด้วยญาติ ๒. ความถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์. ๓. ความถึงพร้อมด้วยความไม่มีโรค ๔. ความถึงพร้อมด้วยศีล ๕. ความถึงพร้อมด้วยเห็นชอบ ดูกรอุบาลี ความถึงพร้อมมี ๕ นี้แล. มุสาวาทวรรคที่ ๗ จบ -----------------------------------------------------หัวข้อประจำวรรค
มุสาวาโท จ โอมทฺทิ อปเรหิ อนุโยโค จ อาปตฺติญฺจ อปเรหิ เวรา เวรมณีปิ จ พฺยสนํ สมฺปทา เจว สตฺตโม วคฺคสงฺคโหติ ฯ
มุสาวาท ๑ ย่ำยี ๑ ย่ำยีอีกนัยหนึ่ง ๑ ซักถาม ๑ อาบัติ ๑ อาบัติอีกนัยหนึ่ง ๑ เวร ๑ เจตนางดเว้น ๑ ความเสื่อม ๑ ความถึงพร้อม ๑ รวมเป็นวรรคที่ ๗ฯ หัวข้อประจำวรรค จบ -----------------------------------------------------