ความเห็นที่ไม่ชอบธรรม ความเห็นที่ชอบธรรม การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ การรับประเคนที่ใช้ได้ ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน การห้ามภัตร ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ไม่ควรทำโอกาส ควรทำโอกาส ไม่ควรสนทนาวินัย ควรสนทนาวินัย เหตุที่ถามปัญหา ๕ อย่าง การอวดอ้างมรรคผล วิสุทธิ โภชนะ ๕ หัวข้อประจำวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค หมวดว่าด้วยการเปิดเผยความเห็น ความเห็นที่ไม่ชอบธรรม
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “การเปิดเผยความเห็นที่ไม่ชอบธรรมมีเท่าไร หนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี การเปิดเผยความเห็นที่ไม่ชอบธรรมมี ๕อย่าง คือ ๑. การเปิดเผยความเห็นในอนาบัติ ๒. การเปิดเผยความเห็นในอาบัติที่เป็นอเทสนาคามินี ๓. การเปิดเผยความเห็นในอาบัติที่แสดงแล้ว ๔. การเปิดเผยความเห็นพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. การเปิดเผยความเห็นด้วยนึกในใจ อุบาลี การเปิดเผยความเห็น ๕ อย่างนี้แล ที่ไม่ชอบธรรม ความเห็นที่ชอบธรรม อุบาลี การเปิดเผยความเห็นที่ชอบธรรมมี ๕ อย่าง คือ ๑. การเปิดเผยความเห็นในอาบัติ ๒. การเปิดเผยความเห็นในอาบัติที่เป็นเทสนาคามินี ๓. การเปิดเผยความเห็นในอาบัติที่ยังไม่ได้แสดง ๔. การไม่เปิดเผยความเห็นพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. การไม่เปิดเผยความเห็นด้วยนึกในใจ อุบาลี การเปิดเผยความเห็น ๕ อย่างนี้แล ที่ชอบธรรม ความเห็นที่ไม่ชอบธรรม อีกนัยหนึ่ง อุบาลี การเปิดเผยความเห็นที่ไม่ชอบธรรมแม้อื่นอีก ๕ อย่าง คือ ๑. การเปิดเผยความเห็นในสำนักภิกษุนานาสังวาส ๒. การเปิดเผยความเห็นในสำนักภิกษุผู้อยู่ในสีมาต่างกัน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๐๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค ๓. การเปิดเผยความเห็นในสำนักภิกษุมิใช่ปกตัตตะ ๔. การเปิดเผยความเห็นพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. การเปิดเผยความเห็นด้วยนึกในใจ อุบาลี การเปิดเผยความเห็น ๕ อย่างนี้แล ที่ไม่ชอบธรรม ความเห็นที่ชอบธรรม อุบาลี การเปิดเผยความเห็นที่ชอบธรรมนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. การเปิดเผยความเห็นในสำนักภิกษุสมานสังวาส ๒. การเปิดเผยความเห็นในสำนักภิกษุผู้อยู่ในสีมาเดียวกัน ๓. การเปิดเผยความเห็นในสำนักภิกษุผู้เป็นปกตัตตะ ๔. การไม่เปิดเผยความเห็นพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. การไม่เปิดเผยความเห็นด้วยนึกในใจ อุบาลี การเปิดเผยความเห็น ๕ อย่างนี้แล ที่ชอบธรรม” การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “การรับประเคนที่ไม่ถูกต้อง มีเท่าไรหนอ แล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย ๒. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย ๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๕. ของเขาให้ด้วยการโยนให้ ไม่รับประเคนด้วยกายหรือด้วยของเนื่องด้วยกาย อุบาลี การรับประเคน ๕ อย่างนี้แล ใช้ไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๐๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค การรับประเคนที่ใช้ได้ อุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้นี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย ๒. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย ๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๕. ของเขาให้ด้วยการโยนให้ รับประเคนด้วยกายหรือด้วยของเนื่องด้วยกาย อุบาลี การรับประเคน ๕ อย่างนี้แล ใช้ได้” ของที่ไม่เป็นเดน
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ของที่ไม่เป็นเดนมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ของที่ไม่เป็นเดนมี ๕ อย่าง คือ ๑. ของที่ภิกษุยังมิได้ทำให้เป็นกัปปิยะ ๒. ของที่ภิกษุยังมิได้รับประเคน ๓. ของที่ภิกษุยังมิได้ยกขึ้นส่งให้ ๔. ของที่อยู่นอกหัตถบาส ๕. ของที่ภิกษุยังมิได้กล่าวว่า ‘ทั้งหมดนั่นพอแล้ว’ อุบาลี ของที่ไม่เป็นเดนนี้มี ๕ อย่างแล ของที่เป็นเดน อุบาลี ของที่เป็นเดนมี ๕ อย่าง คือ ๑. ของที่ภิกษุทำให้เป็นกัปปิยะแล้ว ๒. ของที่ภิกษุรับประเคนแล้ว ๓. ของที่ภิกษุยกขึ้นส่งให้แล้ว ๔. ของที่อยู่ในหัตถบาส ๕. ของที่ภิกษุกล่าวว่า ‘ทั้งหมดนั่นพอแล้ว’ อุบาลี ของที่เป็นเดนนี้มี ๕ อย่างแล”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๑๐}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค การห้ามภัตร
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “การห้ามภัตรย่อมปรากฏด้วยอาการเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี การห้ามภัตรย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕อย่าง คือ ๑. ภิกษุกำลังฉัน ๒. ทายกนำโภชนะมาถวาย ๓. ทายกอยู่ในหัตถบาส ๔. ทายกน้อมของถวาย ๕. ภิกษุบอกห้าม อุบาลี การห้ามภัตรย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ อย่างนี้แล”ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรมมีเท่าไร หนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรมนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่ปฏิญญา ว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับอาบัติสังฆาทิเสสภิกษุนั้น ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะไม่ชอบธรรม ๒. ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่ปฏิญญา ว่าต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับอาบัติปาจิตตีย์ภิกษุนั้น ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะไม่ชอบธรรม ๓. ภิกษุต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ แต่ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับอาบัติทุกกฏภิกษุนั้น ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะไม่ชอบธรรม ๔. ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ถูก โจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับ อาบัติปาราชิกภิกษุนั้น ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะไม่ชอบธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๑๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค ๕. ภิกษุต้องอาบัติทุกกฏ ถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับอาบัติ ปาฏิเทสนียะภิกษุนั้น ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะไม่ชอบธรรม อุบาลี ปฏิญญาตกรณะ ๕ อย่างนี้แล ไม่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม อุบาลี ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรมนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับอาบัติปาราชิกภิกษุนั้น ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ๒. ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ถูกโจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ปฏิญญา ว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับอาบัติสังฆาทิเสสภิกษุนั้น ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ๓. ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์ ถูกโจทด้วยอาบัติปาจิตตีย์ ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับอาบัติปาจิตตีย์ภิกษุนั้น ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ๔. ภิกษุต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับอาบัติปาฏิเทสนียะ ภิกษุนั้น ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ๕. ภิกษุต้องอาบัติทุกกฏ ถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ ปฏิญญาว่าต้อง อาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับอาบัติทุกกฏภิกษุนั้น ชื่อว่าปฏิญญาต- กรณะที่ชอบธรรม อุบาลี ปฏิญญาตกรณะ ๕ อย่างนี้แล ที่ชอบธรรม”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๑๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค ไม่ควรทำโอกาส
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาสสงฆ์ไม่ควรทำโอกาส องค์ ๕ คือ ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นคนโง่เขลา ๓. ไม่ใช่ปกตัตตะ ๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากศาสนา ๕. ไม่เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้ออกจากอาบัติ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาสควรทำโอกาส อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำโอกาส องค์ ๕ คือ ๑. เป็นลัชชี ๒. เป็นบัณฑิต ๓. เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้ออกจากอาบัติ ๕. ไม่เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากศาสนา อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำโอกาส”ไม่ควรสนทนาวินัย
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนาวินัยกับภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนาวินัยกับผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ คือ ๑. ไม่รู้วัตถุ ๒. ไม่รู้นิทาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๑๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค ๓. ไม่รู้พระบัญญัติ ๔. ไม่รู้บทที่ตกหล่นในภายหลัง ๕. ไม่รู้ถ้อยคำอันเกี่ยวเนื่องกัน อุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลควรสนทนาวินัย อุบาลี ภิกษุทั้งหลายควรสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ คือ ๑. รู้วัตถุ ๒. รู้นิทาน ๓. รู้บัญญัติ ๔. รู้บทที่ตกหล่นในภายหลัง ๕. รู้ถ้อยคำอันเกี่ยวเนื่องกัน อุบาลี ภิกษุทั้งหลายควรสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล” เหตุที่ถามปัญหา ๕ อย่าง
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “การถามปัญหามีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี การถามปัญหานี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ภิกษุถามปัญหาเพราะความเป็นผู้โง่เขลา งมงาย ๒. เป็นผู้ปรารถนาเลวทราม ถูกความอยากครอบงำ จึงถามปัญหา ๓. ถามปัญหาเพราะดูหมิ่น ๔. เป็นผู้ไม่ประสงค์จะรู้จึงถามปัญหา ๕. ถามปัญหาด้วยคำนึงว่า ถ้าเราถามปัญหาแล้ว ภิกษุจักพยากรณ์ ได้ถูกต้อง การพยากรณ์ดังนี้นั้นเป็นสิ่งดี แต่ถ้าเราถามปัญหาแล้ว เธอจักพยากรณ์ไม่ถูกต้อง เราก็จักพยากรณ์แก่เธออย่างถูกต้อง อุบาลี การถามปัญหามี ๕ อย่างนี้แล”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๑๔}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๔. ทิฏฐาวิกัมมวรรค การอวดอ้างมรรคผล
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “การอวดอ้างมรรคผลมีเท่าไรหนอแลพระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี การอวดอ้างมรรคผลมี ๕ อย่าง คือ ๑. ภิกษุอวดอ้างมรรคผลเพราะความเป็นผู้โง่เขลา งมงาย ๒. เป็นผู้ปรารถนาเลวทราม ถูกความอยากครอบงำ จึงอวดอ้างมรรคผล ๓. อวดอ้างมรรคผลเพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน ๔. อวดอ้างมรรคผลเพราะสำคัญว่าได้บรรลุ ๕. อวดอ้างมรรคผลที่เป็นจริง อุบาลี การอวดอ้างมรรคผลมี ๕ อย่างนี้แล” วิสุทธิ
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “วิสุทธิมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี วิสุทธินี้มี ๕ แบบ คือ ๑. ยกนิทานขึ้นแสดงจบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือด้วยสุตบท นี้จัด เป็นวิสุทธิแบบที่ ๑ ๒. ยกนิทานขึ้นแสดง ยกปาราชิก ๔ ขึ้นแสดงจบแล้วพึงสวดอุทเทส ที่เหลือด้วยสุตบท นี้เป็นวิสุทธิแบบที่ ๒ ๓. ยกนิทานขึ้นแสดง ยกปาราชิก ๔ ขึ้นแสดง ยกสังฆาทิเสส ๑๓ ขึ้นแสดงจบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือด้วยสุตบท นี้เป็นวิสุทธิแบบที่ ๓ ๔. ยกนิทานขึ้นแสดง ยกปาราชิก ๔ ขึ้นแสดง ยกสังฆาทิเสส ๑๓ ขึ้นแสดง ยกอนิยต ๒ ขึ้นแสดงจบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือ ด้วยสุตบท นี้เป็นวิสุทธิแบบที่ ๔ ๕. ยกขึ้นแสดงโดยพิสดารทั้งหมด เป็นวิสุทธิแบบที่ ๕ อุบาลี วิสุทธิมี ๕ แบบนี้แล”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๑๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๕. อัตตาทานวรรค โภชนะ ๕
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “โภชนะมีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี โภชนะนี้มี ๕ อย่าง คือ ๑. ข้าวสุก ๒. ขนมสด ๓. ขนมแห้ง ๔. ปลา ๕. เนื้อ อุบาลี โภชนะมี ๕ อย่างนี้แล” ทิฏฐาวิกัมมวรรคที่ ๔ จบ หัวข้อประจำวรรค การเปิดเผยความเห็นในอนาบัติ การเปิดเผยความเห็นในอาบัติการรับประเคน ของที่เป็นเดน การห้ามภัตร ปฏิญญาตกรณะการขอโอกาส การสนทนา การถามปัญหา การอวดอ้างมรรคผล วิสุทธิ โภชนะ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ทิฏฐาวิกรรมวรรคที่ ๔ การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม
กติ นุ โข ภนฺเต อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อนาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ อเทสนาคามินิยา อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ เทสิตาย อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ มโนมานเสน ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ เทสนาคามินิยา อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ อเทสิตาย อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ น จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ น มโนมานเสน ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ อปเรปิ อุปาลิ ปญฺจ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ นานาสํวาสกสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ นานาสีมาย ฐิตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ อปกตตฺตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ มโนมานเสน ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ สมานสํวาสกสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ สมานสีมาย ฐิตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ ปกตตฺตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ น จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ น มโนมานเสน ทิฏฺฐึ อาวิกโรติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมาติ ฯ
อุ. การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรมนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง?คือ:- ๑. ทำความเห็นแย้งในอนาบัติ ๒. ทำความเห็นแย้งในอาบัติที่ไม่เป็นเทสนาคามินี ๓. ทำความเห็นแย้งในอาบัติที่แสดงแล้ว ๔. ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล. การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรมนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่าง อะไรบ้าง?คือ:- ๑. ทำความเห็นแย้งในอาบัติ ๒. ทำความเห็นแย้งในอาบัติเป็นเทสนาคามินี ๓. ทำความเห็นแย้งในอาบัติอันยังมิได้แสดง ๔. ไม่ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. ไม่ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แลการทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรมอีกนัยหนึ่ง ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม แม้อื่นอีก ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุนานาสังวาสก์ ๒. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุผู้อยู่ในสีมาต่างกัน ๓. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุมิใช่ปกตัตตะ ๔. ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล. การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรมนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุสมานสังวาสก์ ๒. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุผู้อยู่ในสีมาเดียวกัน ๓. ทำความเห็นแย้งในสำนักภิกษุผู้เป็นปกตัตตะ ๔. ไม่ทำความเห็นแย้งพร้อมกัน ๔-๕ รูป ๕. ไม่ทำความเห็นแย้งด้วยนึกในใจ ดูกรอุบาลี การทำความเห็นแย้งที่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล. การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้
กติ นุ โข ภนฺเต อธมฺมิกา ปฏิคฺคหาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อธมฺมิกา ปฏิคฺคหา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ กาเยน ทียมานํ กาเยน อปฺปฏิคฺคหิตํ กาเยน ทียมานํ กายปฏิพทฺเธน อปฺปฏิคฺคหิตํ กายปฏิพทฺเธน ทียมานํ กาเยน อปฺปฏิคฺคหิตํ กายปฏิพทฺเธน ทียมานํ กายปฏิพทฺเธน อปฺปฏิคฺคหิตํ นิสฺสคฺคิเยน ทียมานํ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา อปฺปฏิคฺคหิตํ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อธมฺมิกา ปฏิคฺคหา ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ ธมฺมิกา ปฏิคฺคหา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ กาเยน ทียมานํ กาเยน ปฏิคฺคหิตํ กาเยน ทียมานํ กายปฏิพทฺเธน ปฏิคฺคหิตํ กายปฏิพทฺเธน ทียมานํ กาเยน ปฏิคฺคหิตํ กายปฏิพทฺเธน ทียมานํ กายปฏิพทฺเธน ปฏิคฺคหิตํ นิสฺสคฺคิเยน ทียมานํ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคหิตํ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ ธมฺมิกา ปฏิคฺคหาติ ฯ
อุ. การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้นี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย ๒. ของเขาให้ด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยกาย ๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย ไม่รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๕. ของเขาให้ด้วยโยนให้ ไม่รับประเคนด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ มี ๕ อย่าง นี้แล. การรับประเคนที่ใช้ได้ ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้นี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย ๒. ของเขาให้ด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๓. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยกาย ๔. ของเขาให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย รับประเคนด้วยของเนื่องด้วยกาย ๕. ของเขาให้ด้วยโยนให้ รับประเคนด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย ดูกรอุบาลี การรับประเคนที่ใช้ได้ ๕ อย่าง นี้แล. ของที่ไม่เป็นเดน
กติ นุ โข ภนฺเต อนติริตฺตาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อนติริตฺตา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อกปฺปิยกตํ โหติ อปฺปฏิคฺคหิตกตํ โหติ อนุจฺจาริตกตํ โหติ อหตฺถปาเส กตํ โหติ อลเมตํ สพฺพนฺติ อวุตฺตํ โหติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อนติริตฺตา ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อติริตฺตา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ กปฺปิยกตํ โหติ ปฏิคฺคหิตกตํ โหติ อุจฺจาริตกตํ โหติ หตฺถปาเส กตํ โหติ อลเมตํ สพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อติริตฺตาติ ฯ
อุ. ของที่ไม่เป็นเดน มีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า พ. ดูกรอุบาลี ของที่ไม่เป็นเดนนี้มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ:- ๑. ภิกษุไม่ทำให้เป็นกัปปิยะ ๒. ไม่รับประเคน ๓. ไม่ยกส่งให้ ๔. ทำนอกหัตถบาส ๕. มิได้กล่าวว่า ทั้งหมดนั้นพอละ ดูกรอุบาลี ของที่ไม่เป็นเดนมี ๕ อย่าง นี้แล. ของที่เป็นเดน ดูกรอุบาลี ของที่เป็นเดนนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ภิกษุทำให้เป็นกัปปิยะ ๒. รับประเคน ๓. ยกส่งให้ ๔. ทำในหัตถบาส ๕. กล่าวว่า ทั้งหมดนั่นพอละ ดูกรอุบาลี ของที่เป็นเดน ๕ อย่าง นี้แล. การห้ามภัตร
กตีหิ นุ โข ภนฺเต อากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายตีติ ฯ ปญฺจหุปาลิ อากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสนํ ปญฺญายติ โภชนํ ปญฺญายติ หตฺถปาเส ฐิโต อภิหรติ ปฏิกฺเขโป ปญฺญายติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายตีติ ฯ
อุ. การห้ามภัตรย่อมปรากฏด้วยอาการเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี การห้ามภัตร ย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? ๑. การฉันยังปรากฏอยู่ ๒. โภชนะปรากฏอยู่ ๓. ผู้ให้อยู่ในหัตถบาส ๔. เขาน้อมของเข้ามา ๕. การห้ามปรากฏ ดูกรอุบาลี การห้ามภัตร ย่อมปรากฏด้วยอาการ ๕ นี้แล. ทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรม
กติ นุ โข ภนฺเต อธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ปาราชิเกน โจทิยมาโน สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ ตํ สงฺโฆ สงฺฆาทิเสเสน กาเรติ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ปาราชิเกน โจทิยมาโน ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ทุกฺกเฏน โจทิยมาโน ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ทุกฺกเฏน โจทิยมาโน สงฺฆาทิเสสํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ ตํ สงฺโฆ ปาฏิเทสนีเยน กาเรติ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ ธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ปาราชิเกน โจทิยมาโน ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ทุกฺกเฏน โจทิยมาโน ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ ธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณาติ ฯ
อุ. การทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรม มีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่ไม่เป็นธรรมนี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง?คือ:- ๑. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่ปฏิญญาว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๒. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก แต่ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๓. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ แต่ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๔. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่า ต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๕. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ แต่ปฏิญญาว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ จัดเป็นทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ดูกรอุบาลี การทำตามปฏิญญาไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง นี้แล. ทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม ดูกรอุบาลี การทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรมนี้มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาราชิก ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม ๒. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เธอถูกโจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ปฏิญญาว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสส สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม ๓. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาจิตตีย์ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม ๔. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เธอถูกโจทด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม ๕. ภิกษุเป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ เธอถูกโจทด้วยอาบัติทุกกฏ ปฏิญญาว่าต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ จัดเป็นทำตามปฏิญญาที่เป็นธรรม ไม่ควรทำโอกาส
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อลชฺชี จ โหติ พาโล จ อปกตตฺโต จ จาวนาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ โน วุฏฺฐานาธิปฺปาโย ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส อลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ลชฺชี จ โหติ ปณฺฑิโต จ ปกตตฺโต จ วุฏฺฐานาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ โน จาวนาธิปฺปาโย ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส อลํ โอกาสกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ
อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล ๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ ๕. ไม่เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ไม่ควรทำโอกาส. ควรทำโอกาส ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำโอกาส. องค์ ๕อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นลัชชี ๒. เป็นบัณฑิต ๓. เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติ ๕. ไม่เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ขอให้ทำโอกาส สงฆ์ควรทำโอกาส. ไม่ควรสนทนาวินัย
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย น สากจฺฉาตพฺโพติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย น สากจฺฉาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ วตฺถุํ น ชานาติ นิทานํ น ชานาติ ปญฺญตฺตึ น ชานาติ ปทปจฺฉาภฏฺฐํ น ชานาติ อนุสนฺธิวจนปถํ น ชานาติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย น สากจฺฉาตพฺโพ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย สากจฺฉาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ วตฺถุํ ชานาติ นิทานํ ชานาติ ปญฺญตฺตึ ชานาติ ปทปจฺฉาภฏฺฐํ ชานาติ อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย สากจฺฉาตพฺโพติ ฯ
อุ. ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแลพระพุทธเจ้าข้า? พ. ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ไม่รู้วัตถุ ๒. ไม่รู้นิทาน ๓. ไม่รู้บัญญัติ ๔. ไม่รู้บทที่ตกหล่นภายหลัง ๕. ไม่รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิกันได้ ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ควรสนทนาวินัย ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕อะไรบ้าง? คือ:- ๑. รู้วัตถุ ๒. รู้นิทาน ๓. รู้บัญญัติ ๔. รู้บทที่ตกหล่นในภายหลัง ๕. รู้ทางถ้อยคำอันเข้าสนธิเข้ากันได้ ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนาวินัยกับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. เหตุที่ถามปัญหา ๕ อย่าง
กติ นุ โข ภนฺเต ปญฺหปุจฺฉาติ ฯ ปญฺจิมา อุปาลิ ปญฺหปุจฺฉา ฯ กตมา ปญฺจ ฯ มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ปญฺหํ ปุจฺฉติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต ปญฺหํ ปุจฺฉติ ปริภวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ อญฺญาตุกาโม ปญฺหํ ปุจฺฉติ สเจ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อิจฺเจตํ กุสลํ โน เจ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อหมสฺส สมฺมเทว พฺยากริสฺสามีติ ปญฺหํ ปุจฺฉติ ฯ อิมา โข อุปาลิ ปญฺจ ปญฺหปุจฺฉาติ ฯ กติ นุ โข ภนฺเต อญฺญพฺยากรณาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อญฺญพฺยากรณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อญฺญํ พฺยากโรติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อญฺญํ พฺยากโรติ อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา อญฺญํ พฺยากโรติ อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากโรติ ภูตํ อญฺญํ พฺยากโรติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อญฺญพฺยากรณาติ ฯ
อุ. การถามปัญหามีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี การถามปัญหานี้ มี ๕. อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ภิกษุถามปัญหา เพราะความรู้น้อย เพราะงมงาย ๒. เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงถามปัญหา ๓. ถามปัญหาเพราะความดูหมิ่น ๔. เป็นผู้ไม่ประสงค์จะรู้ จึงถามปัญหา ๕. ถามปัญหาด้วยมนสิการว่า ถ้าเราถามปัญหาขึ้น ภิกษุจะพยากรณ์โดยชอบเทียวการพยากรณ์ดังนี้นั้นเป็นความดี ถ้าเราถามปัญหาแล้ว เธอจักไม่พยากรณ์โดยชอบเทียว เราจักพยากรณ์แก่เธอโดยชอบเทียว. ดูกรอุบาลี การถามปัญหา ๕ นี้แล. การอวดอ้างมรรคผล อุ. การอวดอ้างมรรคผล มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี การอวดอ้างมรรคผลนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่าง อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ภิกษุอวดอ้างมรรคผล เพราะความรู้น้อย เพราะความงมงาย ๒. ภิกษุมีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงอวดอ้างมรรคผล ๓. อวดอ้างมรรคผล เพราะวิกลจริต เพราะจิตฟุ้งซ่าน ๔. อวดอ้างมรรคผล เพราะสำคัญว่าได้บรรลุ ๕. อวดอ้างมรรคผลที่เป็นจริง. ดูกรอุบาลี การอวดอ้างมรรคผล ๕ อย่าง นี้แล. วิสุทธิ ๕
กติ นุ โข ภนฺเต วิสุทฺธิโยติ ฯ ปญฺจิมา อุปาลิ วิสุทฺธิโย ฯ กตมา ปญฺจ ฯ นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ ปฐมา วิสุทฺธิ ฯ นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ ทุติยา วิสุทฺธิ ฯ นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ ตติยา วิสุทฺธิ ฯ นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส อุทฺทิสิตฺวา เทฺว อนิยเต อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ จตุตฺถา วิสุทฺธิ ฯ วิตฺถาเรเนว ปญฺจมี ฯ อิมา โข อุปาลิ ปญฺจ วิสุทฺธิโยติ ฯ
อุ. วิสุทธิมีเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี วิสุทธินี้ มี ๕ อย่าง ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- สวดนิทานแล้ว นอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๑ สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔ แล้ว นอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๒ สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔สวดสังฆาทิเสส ๑๓ แล้ว นอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๓ สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔ สวดสังฆาทิเสส ๑๓ สวดอนิยต ๒ แล้ว นอกนั้นสวดด้วยสุตบท นี้จัดเป็นวิสุทธิที่ ๔ สวดโดยพิสดารทีเดียว จัดเป็นวิสุทธิที่ ๕ ดูกรอุบาลี วิสุทธิ ๕ อย่าง นี้แล. โภชนะ ๕
กติ นุ โข ภนฺเต โภชนาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ โภชนา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ โภชนาติ ฯ ทิฏฺฐาวิกมฺมวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺสุทฺทานํ
อุ. โภชนะมีเท่าไร หนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี โภชนะนี้ มี ๕ อย่าง. ๕ อย่างอะไรบ้าง? คือ:- ๑. ข้าวสุก ๒. ขนมสด ๓. ขนมแห้ง ๔. ปลา ๕. เนื้อ ดูกรอุบาลี โภชนะ ๕ อย่าง นี้แล. ทิฏฐาวิกรรมวรรค ที่ ๔ จบ -----------------------------------------------------หัวข้อประจำวรรค
ทิฏฺฐาวิกมฺมา อปเร ปฏิคฺคหา อติริตฺตา ปวารณา ปฏิญฺญาตํ โอกาสํ สากจฺเฉน จ ปญฺหํ อญฺญพฺยากรณา วิสุทฺธิ จาปิ โภชนาติ ฯ
ทำความเห็นแย้ง ๑ ทำความเห็นแย้งอีกนัยหนึ่ง ๑ รับประเคน ๑ ของเป็นเดน ๑ ห้ามภัตร ๑ ปฏิญญา ๑ ขอโอกาส ๑ สนทนา ๑ ถามปัญหา ๑ อวดอ้างมรรคผล ๑วิสุทธิ ๑ โภชนะ ๑.