องค์สำหรับลงโทษ องค์สำหรับลงโทษภิกษุณี องค์ของภิกษุไม่ควรให้โอวาท องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาด้วย องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย หัวข้อประจำวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๘. ภิกขุโนวาทวรรค ๘. ภิกขุโนวาทวรรค หมวดว่าด้วยการให้โอวาทภิกษุณี องค์สำหรับลงโทษ
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษได้ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น องค์ ๕ คือ ๑. เปิดกายแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ๒. เปิดขาอ่อนแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ๓. เปิดองคชาตแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ๔. เปิดไหล่ทั้งสองแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ๕. ชักชวนคฤหัสถ์ให้มาคบหารักกับภิกษุณี อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษคือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น องค์ ๕ คือ ๑. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ลาภของภิกษุณีทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ของภิกษุณีทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้ของภิกษุณีทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. ยุยงภิกษุณีทั้งหลายให้แตกกัน อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๘. ภิกขุโนวาทวรรค อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษคือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น องค์ ๕ คือ ๑. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ลาภของภิกษุณีทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ของภิกษุณีทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้ของภิกษุณีทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. ชักชวนภิกษุให้มาคบหารักกับภิกษุณี อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น” องค์สำหรับลงโทษภิกษุณี
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุณีประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล สงฆ์ พึงลงโทษได้ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ สงฆ์พึงลงโทษองค์ ๕ คือ ๑. เปิดกายแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ๒. เปิดขาอ่อนแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ๓. เปิดองค์กำเนิดแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ๔. เปิดไหล่ทั้งสองแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ๕. ชักชวนสตรีคฤหัสถ์ให้มาคบหารักกับภิกษุ อุบาลี สงฆ์พึงลงโทษภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล อุบาลี สงฆ์พึงลงโทษภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก องค์ ๕ คือ ๑. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ลาภของภิกษุทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ของภิกษุทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้ของภิกษุทั้งหลาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๔}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๘. ภิกขุโนวาทวรรค ๔. ด่าบริภาษภิกษุทั้งหลาย ๕. ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน อุบาลี สงฆ์พึงลงโทษภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล อุบาลี สงฆ์พึงลงโทษภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก คือ ๑. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ลาภของภิกษุทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ของภิกษุทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้ของภิกษุทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุทั้งหลาย ๕. ชักชวนภิกษุณีให้มาคบหารักกับภิกษุ อุบาลี สงฆ์พึงลงโทษภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล” องค์ของภิกษุไม่ควรให้โอวาท
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ไม่ควร ให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย องค์ ๕ คือ ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นคนโง่เขลา ๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้เคลื่อนจากศาสนา ๕. ไม่เป็นผู้กล่าวประสงค์จะให้ออกจากอาบัติ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลายองค์ ๕ คือ ๑. เป็นผู้มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ ๒. เป็นผู้มีความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๘. ภิกขุโนวาทวรรค ๓. เป็นผู้มีอาชีวะไม่บริสุทธิ์ ๔. เป็นคนโง่เขลา ไม่ฉลาด ๕. ถูกซักถาม ไม่อาจตอบข้อซักถาม อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลายองค์ ๕ คือ ๑. ประพฤติไม่สมควรทางกาย ๒. ประพฤติไม่สมควรทางวาจา ๓. ประพฤติไม่สมควรทั้งทางกายและวาจา ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. เป็นผู้อยู่คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลายด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลายองค์ ๕ คือ ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นคนโง่เขลา ๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ๕. เป็นผู้ไม่ทำสิกขาให้บริบูรณ์ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลายองค์ของภิกษุผู้ไม่ควรรับให้โอวาท
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ไม่ ควรรับให้โอวาทแก่ภิกษุณทั้งหลาย พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย องค์ ๕ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๘. ภิกขุโนวาทวรรค ๑. ประพฤติไม่สมควรทางกาย ๒. ประพฤติไม่สมควรทางวาจา ๓. ประพฤติไม่สมควรทั้งทางกายและวาจา ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. เป็นผู้อยู่คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลายด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ควรรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย องค์ ๕ คือ ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นคนโง่เขลา ๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นผู้กำลังจะเดินทาง ๕. เป็นไข้ อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลายองค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาด้วย
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนากับภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ คือ ๑. ไม่ประกอบด้วยสีลขันธ์อันเป็นอเสขะ ๒. ไม่ประกอบด้วยสมาธิขันธ์อันเป็นอเสขะ ๓. ไม่ประกอบด้วยปัญญาขันธ์อันเป็นอเสขะ ๔. ไม่ประกอบด้วยวิมุตติขันธ์อันเป็นอเสขะ ๕. ไม่ประกอบด้วยวิมุตติญาณทัสสนขันธ์อันเป็นอเสขะ อุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๗}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๘. ภิกขุโนวาทวรรค องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุทั้งหลายควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุทั้งหลายควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ คือ ๑. ประกอบด้วยสีลขันธ์อันเป็นอเสขะ ๒. ประกอบด้วยสมาธิขันธ์อันเป็นอเสขะ ๓. ประกอบด้วยปัญญาขันธ์อันเป็นอเสขะ ๔. ประกอบด้วยวิมุตติขันธ์อันเป็นอเสขะ ๕. ประกอบด้วยวิมุตติญาณทัสสนขันธ์อันเป็นอเสขะ อุบาลี ภิกษุทั้งหลายควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาด้วย อีกนัยหนึ่ง อุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อีกอย่างองค์ ๕ คือ ๑. ไม่เป็นผู้บรรลุอัตถปฏิสัมภิทา(ปัญญาแตกฉานในอรรถ) ๒. ไม่เป็นผู้บรรลุธัมมปฏิสัมภิทา(ปัญญาแตกฉานในธรรม) ๓. ไม่เป็นผู้บรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทา(ปัญญาแตกฉานในนิรุกติ) ๔. ไม่เป็นผู้บรรลุปฏิภาณปฏิสัมภิทา(ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ) ๕. ไม่พิจารณาจิตตามที่หลุดพ้นแล้ว อุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่ควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย อุบาลี ภิกษุทั้งหลายควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ คือ ๑. เป็นผู้บรรลุอัตถปฏิสัมภิทา ๒. เป็นผู้บรรลุธัมมปฏิสัมภิทา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๓๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๙. อุพพาหิกวรรค ๓. เป็นผู้บรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. เป็นผู้บรรลุปฏิภาณปฏิสัมภิทา ๕. พิจารณาจิตตามที่หลุดพ้นแล้ว อุบาลี ภิกษุทั้งหลายควรสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล” ภิกขุโนวาทวรรคที่ ๘ จบ หัวข้อประจำวรรค ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียวพึงลงโทษ ภิกษุณีพึงลงโทษอีก ๒ นัย ลงโทษภิกษุณี ๓ นัย ไม่ให้โอวาท ไม่ให้โอวาทอีก ๒ นัย ไม่รับให้โอวาทที่ตรัสไว้ ๒ นัย ภิกษุผู้ควรสนทนาที่ตรัสไว้ ๒ นัย
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ภิกขุนีโอวาทวรรคที่ ๘ องค์สำหรับลงโทษ
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ วิวริตฺวา กายํ ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสติ อูรุํ ทสฺเสติ องฺคชาตํ ทสฺเสติ อุโภ อํสกูเฏ ทสฺเสติ โอภาสติ คิหี สมฺปโยเชติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน ฯ {๑๒๐๒.๑} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ภิกฺขุนีนํ อลาภาย ปริสกฺกติ ภิกฺขุนีนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ ภิกฺขุนีนํ อนาวาสาย ปริสกฺกติ ภิกฺขุนิโย อกฺโกสติ ปริภาสติ ภิกฺขู ภิกฺขุนีหิ เภเทติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน ฯ {๑๒๐๒.๒} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ภิกฺขุนีนํ อลาภาย ปริสกฺกติ ภิกฺขุนีนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ ภิกฺขุนีนํ อนาวาสาย ปริสกฺกติ ภิกฺขุนิโย อกฺโกสติ ปริภาสติ ภิกฺขู ภิกฺขุนีหิ สมฺปโยเชติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนีสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆนาติ ฯ
อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษได้ พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เปิดกายอวดภิกษุณีทั้งหลาย ๒. ถลกขาอ่อนอวดภิกษุณีทั้งหลาย ๓. เปิดองค์กำเนิดอวดภิกษุณีทั้งหลาย ๔. เปิดไหล่ทั้งสองอวดภิกษุณีทั้งหลาย ๕. พูดเคาะภิกษุณี ชักจูงพวกคฤหัสถ์ให้สมสู่กับภิกษุณี ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษคือ ภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ขวนขวายเพื่อความเสื่อมลาภแห่งภิกษุณีทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อความพินาศแห่งภิกษุณีทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุณีทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. ยุยงภิกษุกับภิกษุณีให้แตกกัน ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ขวนขวายเพื่อความเสื่อมลาภแห่งภิกษุณีทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อความพินาศแห่งภิกษุณีทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุณีทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. ชักจูงภิกษุให้สมสู่กับภิกษุณีทั้งหลาย ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ภิกษุณีสงฆ์ฝ่ายเดียว พึงลงโทษ คือภิกษุณีสงฆ์ไม่พึงไหว้ภิกษุนั้น. องค์สำหรับลงโทษภิกษุณี
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพํ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ วิวริตฺวา กายํ ภิกฺขูนํ ทสฺเสติ อูรุํ ทสฺเสติ องฺคชาตํ ทสฺเสติ อุโภ อํสกูเฏ ทสฺเสติ โอภาสติ คิหี สมฺปโยเชติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพํ ฯ {๑๒๐๓.๑} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพํ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ภิกฺขูนํ อลาภาย ปริสกฺกติ ภิกฺขูนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ ภิกฺขูนํ อนาวาสาย ปริสกฺกติ ภิกฺขู อกฺโกสติ ปริภาสติ ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูหิ เภเทติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพํ ฯ อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพํ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ภิกฺขูนํ อลาภาย ปริสกฺกติ ภิกฺขูนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ ภิกฺขูนํ อนาวาสาย ปริสกฺกติ ภิกฺขู อกฺโกสติ ปริภาสติ ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตาย ภิกฺขุนิยา กมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ
อุ. ภิกษุณีประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล สงฆ์พึงลงโทษ พระพุทธ เจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง?คือ:- ๑. เปิดกายอวดภิกษุทั้งหลาย ๒. ถลกขาอ่อนอวดภิกษุทั้งหลาย ๓. เปิดองค์กำเนิดอวดภิกษุทั้งหลาย ๔. เปิดไหล่ทั้งสองอวดภิกษุทั้งหลาย ๕. พูดเคาะภิกษุ ชักจูงให้สมสู่กับสตรีคฤหัสถ์ ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุณีประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ องค์ ๕ อะไรบ้าง?คือ:- ๑. ขวนขวายเพื่อความเสื่อมลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อความพินาศแห่งภิกษุทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุทั้งหลาย ๕. ยุยงภิกษุณีกับภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุณีผู้ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ขวนขวายเพื่อความเสื่อมลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย ๒. ขวนขวายเพื่อความพินาศแห่งภิกษุทั้งหลาย ๓. ขวนขวายเพื่อความอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย ๔. ด่าบริภาษภิกษุทั้งหลาย ๕. ชักจูงภิกษุณีให้สมสู่กับภิกษุ ดูกรอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุณีประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. องค์ของภิกษุไม่ควรให้โอวาท
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อลชฺชี จ โหติ พาโล จ อปกตตฺโต จ จาวนาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ โน วุฏฺฐานาธิปฺปาโย ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ อปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ อปริสุทฺธาชีโว โหติ พาโล โหติ อพฺยตฺโต น ปฏิพโล อนุยุญฺชิยมาโน อนุโยคํ ทาตุํ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ {๑๒๐๔.๑} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ กายิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ วาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ กายิกวาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ ภิกฺขุนีนํ อกฺโกสกปริภาสโก โหติ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อลชฺชี จ โหติ พาโล จ อปกตตฺโต จ ภณฺฑนการโก จ โหติ กลหการโก สิกฺขาย จ น ปริปูริการี ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น ฐเปตพฺโพติ ฯ
อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลายพระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ ๕อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล ๓. ไม่ใช่ปกตัตตะ ๔. เป็นผู้พูดประสงค์ให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ ๕. หาใช่เป็นผู้พูดประสงค์ให้ออกจากอาบัติไม่ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นผู้มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ ๒. เป็นผู้มีความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์ ๓. เป็นผู้มีอาชีวะไม่บริสุทธิ์ ๔. เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาด ๕. ถูกซักเข้า ไม่สามารถให้คำตอบข้อที่ซักถาม ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางกาย ๒. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางวาจา ๓. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางกายและวาจา ๔. ด่าบริภาษภิกษุณีทั้งหลาย ๕. คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควรอยู่ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล ๓. ไม่ใช่ปกตัตตะ ๔. เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ๕. เป็นผู้ไม่ทำให้บริบูรณ์ในสิกขา ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรรับให้โอวาท
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น คเหตพฺโพติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น คเหตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ กายิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ วาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ กายิกวาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ ภิกฺขุนีนํ อกฺโกสกปริภาสโก โหติ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น คเหตพฺโพ ฯ อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น คเหตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อลชฺชี จ โหติ พาโล จ อปกตตฺโต จ คมิโก วา โหติ คิลาโน วา ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภิกฺขุนีนํ โอวาโท น คเหตพฺโพติ ฯ
อุ. ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล ไม่พึงรับให้โอวาทแก่ภิกษุณี ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่พึงรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางกาย ๒. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางวาจา ๓. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางกายและวาจา ๔. ด่าบริภาษภิกษุณี ๕. เป็นผู้คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควรอยู่ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕ ไม่พึงรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ ๕ อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล ๓. ไม่ใช่ปกตัตตะ ๔. เป็นผู้เตรียมจะไป ๕. อาพาธ ดูกรอุบาลี ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่พึงรับให้โอวาทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาด้วย
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ น สากจฺฉาตพฺโพติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ น สากจฺฉาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ น อเสเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ น อเสเขน สมาธิกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ น อเสเขน ปญฺญาขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ น อเสเขน วิมุตฺติกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ น อเสเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ น สากจฺฉาตพฺโพ ฯ {๑๒๐๖.๑} ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ สากจฺฉาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อเสเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน สมาธิกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน ปญฺญาขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน วิมุตฺติกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ สากจฺฉาตพฺโพ ฯ {๑๒๐๖.๒} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ น สากจฺฉาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ น อตฺถปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ น ธมฺมปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ น นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ น ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ น ยถาวิมุตฺตํ จิตฺตํ ปจฺจเวกฺขติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ น สากจฺฉาตพฺโพ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ สากจฺฉาตพฺโพ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อตฺถปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ ธมฺมปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาปตฺโต โหติ ยถาวิมุตฺตํ จิตฺตํ ปจฺจเวกฺขติ ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ สากจฺฉาตพฺโพติ ฯ ภิกฺขุนีโอวาทวคฺโค อฏฺฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ
อุ. ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เป็นผู้ไม่ประกอบด้วยกองศีล ของพระอเสขะ ๒. เป็นผู้ไม่ประกอบด้วยกองสมาธิ ของพระอเสขะ ๓. เป็นผู้ไม่ประกอบด้วยกองปัญญา ของพระอเสขะ ๔. เป็นผู้ไม่ประกอบด้วยกองวิมุตติ ของพระอเสขะ ๕. เป็นผู้ไม่ประกอบด้วยกองวิมุตติญาณทัสสนะ ของพระอเสขะ ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนากับภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนากับภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง?คือ:- ๑. เป็นผู้ประกอบด้วยกองศีล ของพระอเสขะ ๒. เป็นผู้ประกอบด้วยกองสมาธิ ของพระอเสขะ ๓. เป็นผู้ประกอบด้วยกองปัญญา ของพระอเสขะ ๔. เป็นผู้ประกอบด้วยกองวิมุตติ ของพระอเสขะ ๕. เป็นผู้ประกอบด้วยกองวิมุตติญาณทัสสนะ ของพระอเสขะ ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนากับภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาอีกนัยหนึ่ง ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนากับภิกษุประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๕. องค์ ๕อะไรบ้าง? คือ:- ๑. ไม่เป็นผู้บรรลุอรรถปฏิสัมภิทา ๒. ไม่เป็นผู้บรรลุธรรมปฏิสัมภิทา ๓. ไม่เป็นผู้บรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. ไม่เป็นผู้บรรลุปฏิภาณปฏิสัมภิทา ๕. ไม่พิจารณาจิตตามที่วิมุติ ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายไม่พึงสนทนากับภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนากับภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕. องค์ ๕ อะไรบ้าง?คือ:- ๑. เป็นผู้บรรลุอรรถปฏิสัมภิทา ๒. เป็นผู้บรรลุธรรมปฏิสัมภิทา ๓. เป็นผู้บรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. เป็นผู้บรรลุปฏิภาณปฏิสัมภิทา ๕. พิจารณาจิตตามที่วิมุติ ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายพึงสนทนากับภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ภิกขุนีโอวาทวรรค ที่ ๘ จบ -----------------------------------------------------หัวข้อประจำวรรค
ภิกฺขุนีเหว กาตพฺพํ อปเรหิ ตถา ทุเว ภิกฺขุนีนํ ตโย กมฺมา น ฐเปตพฺโพ เทฺว ทุกา น คเหตพฺโพ เทฺว วุตฺตา สากจฺฉาสุ จ เทฺว ทุกาติ ฯ
ภิกษุณีฝ่ายเดียวพึงลงโทษ ๑ ภิกษุณีพึงลงโทษอีก ๒ นัย ลงโทษภิกษุณี๓ อย่าง ๑ ไม่ให้โอวาท ๑ ไม่ให้โอวาทอีก ๒ นัย ๑ ไม่รับให้โอวาทตรัสไว้ ๒ อย่าง ๑ ในการสนทนาตรัสไว้ ๒ หมวด ๑ฯ