อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง

๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวม

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๑–๒๔๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 12 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 12 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบวิบัติในปาราชิกกัณฑ์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

ข้อ ๒๔๑

ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๒ อย่าง คือ (๑) สีลวิบัติ (๒) อาจารวิบัติฯลฯ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบวิบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาวิบัติ ๔ อย่างจัดเป็นวิบัติเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๑}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๔. สังคหวาร ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาวิบัติ ๔ อย่างจัดเป็นวิบัติ ๑ อย่าง คือ อาจารวิบัติ วิปัตติวารที่ ๓ จบ ๔. สังคหวาร วาระว่าด้วยการจัดเข้ากองอาบัติ ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจัดกองอาบัติในปาราชิกกัณฑ์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

ข้อ ๒๔๒

ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๓ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาราชิก (๒) กองอาบัติถุลลัจจัย (๓) กองอาบัติทุกกฏ ฯลฯ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจัดกองอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดากองอาบัติ ๗ กองจัดเข้ากองอาบัติเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดากองอาบัติ ๗ กองจัดเข้ากองอาบัติ ๒ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาฏิเทสนียะ (๒) กองอาบัติทุกกฏสังคหวารที่ ๔ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๒}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๕. สมุฏฐานวาร ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสมุฏฐานอาบัติในปาราชิกกัณฑ์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

ข้อ ๒๔๓

ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสมุฏฐานอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๔) เกิดทางกายวาจากับจิต สมุฏฐานวารที่ ๕ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๓}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๖. อธิกรณวาร ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยการจัดเป็นอธิกรณ์ ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบอธิกรณ์ในปาราชิกกัณฑ์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

ข้อ ๒๔๔

ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง จัดเป็นอธิกรณ์ไหน ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ ฯลฯ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบอธิกรณ์ในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่างจัดเป็นอธิกรณ์ไหน ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่างจัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ อธิกรณวารที่ ๖ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๔}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๗. สมถวาร ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยการระงับด้วยสมถะ ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสมถะในปาราชิกกัณฑ์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

ข้อ ๒๔๕

ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) ปฏิญญาตกรณะ(๓) สัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ฯลฯ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสมถะในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาสมถะ ๗ อย่างระงับด้วยสมถะเท่าไร ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) ปฏิญญาตกรณะ(๓) สัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ สมถวารที่ ๗ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๕}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๘. สมุจจยวาร ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวม ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสรุปรวมอาบัติในปาราชิกกัณฑ์ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕

ข้อ ๒๔๖

ถาม : ภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด ต้องอาบัติ เท่าไร ตอบ : ภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. ยินดีการจับต้องบริเวณใต้รากขวัญลงมา เหนือหัวเข่าขึ้นไป ต้อง อาบัติปาราชิก ๒. ยินดีการจับต้องบริเวณเหนือรากขวัญขึ้นไป ใต้หัวเข่าลงมา ต้อง อาบัติถุลลัจจัย ๓. ยินดีการจับต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด ต้องอาบัติ ๓ อย่าง เหล่านี้ ถาม : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐานเกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง จัดเป็นอธิกรณ์ไหน บรรดาสมถะ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร ตอบ : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๒ อย่าง คือ(๑) สีลวิบัติ (๒) อาจารวิบัติ บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๓ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาราชิก (๒) กองอาบัติถุลลัจจัย (๓) กองอาบัติทุกกฏ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๖}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๘. สมุจจยวาร ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือเกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย(๒) ปฏิญญาตกรณะ (๓) สัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ฯลฯ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสรุปรวมอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : ภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติเท่าไร ตอบ : ภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน ภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้ ถาม : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐานเกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง จัดเป็นอธิกรณ์ไหน บรรดาสมถะ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร ตอบ : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๑ อย่าง คืออาจารวิบัติ บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๒ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาฏิเทสนียะ (๒) กองอาบัติทุกกฏ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน คือ(๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับวาจา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๑๗}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๑. ปาราชิกกัณฑ์ มิใช่เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๔) เกิดทางกายวาจากับจิต บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย(๒) ปฏิญญาตกรณะ (๓) สัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ สมุจจยวารที่ ๘ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร วิปัตติวารที่ ๓

ข้อ ๗๗๗

อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯ อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เทฺว วิปตฺติโย ภชนฺติ สิยา สีลวิปตฺตึ สิยา อาจารวิปตฺตึ ฯเปฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัดจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ ...

ข้อ ๗๗๘

ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เอกํ วิปตฺตึ ภชนฺติ อาจารวิปตฺตึ ฯ วิปตฺติวารํ นิฏฺฐิตํ ตติยํ ฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน จัดเป็นวิบัติอย่างหนึ่ง บรรดาวิบัติ ๔ คืออาจารวิบัติ. วิปัตติวารที่ ๓ จบ -----------------------------------------------------สังคหวารที่ ๔

ข้อ ๗๗๙

อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา ฯ อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ ตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ถุลฺลจฺจยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯเปฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัดสงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๓ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ

ข้อ ๗๘๐

ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ ทฺวีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาฏิเทสนียาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ สงฺคหวารํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ ฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไรบรรดากองอาบัติ ๗? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๒ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. สังคหวารที่ ๔ จบ -----------------------------------------------------สมุฏฐานวารที่ ๕

ข้อ ๗๘๑

อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐหนฺติ กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต ฯเปฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัดเกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา

ข้อ ๗๘๒

ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ จตูหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ สิยา กายโต สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ วาจโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต จิตฺตโต สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ สมุฏฺฐานวารํ นิฏฺฐิตํ ปญฺจมํ ฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่กาย วาจาและจิต. สมุฏฐานวารที่ ๕ จบ -----------------------------------------------------อธิกรณวารที่ ๖

ข้อ ๗๘๓

อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ ฯ อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯเปฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกาย ของบุรุษบุคคลผู้กำหนัดจัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔

ข้อ ๗๘๔

ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ อธิกรณวารํ นิฏฺฐิตํ ฉฏฺฐํ ฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์บรรดาอธิกรณ์ ๔. อธิกรณวารที่ ๖ จบ -----------------------------------------------------สมถวารที่ ๗

ข้อ ๗๘๕

อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ อวสฺสุตาย ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯเปฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกาย ของบุรุษบุคคลผู้กำหนัดย่อมระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑

ข้อ ๗๘๖

ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา อาปตฺติโย สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ สมถวารํ นิฏฺฐิตํ สตฺตมํ ฯ

ถามว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉัน ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ตอบว่า อาบัติของภิกษุณีผู้ขอนมส้มมาฉันย่อมระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือบางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑สมถารที่ ๗ จบ -----------------------------------------------------สมุจจยวารที่ ๘

ข้อ ๗๘๗

อวสฺสุตา ภิกฺขุนี อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺตี กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ อวสฺสุตา ภิกฺขุนี อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺตี ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ อธกฺขกํ อุพฺภชานุมณฺฑลํ คหณํ สาทิยติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส อุพฺภกฺขกํ อโธชานุมณฺฑลํ คหณํ สาทิยติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส กายปฏิพทฺธํ คหณํ สาทิยติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อวสฺสุตา ภิกฺขุนี อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส กายสํสคฺคํ สาทิยนฺตี อิมา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ {๗๘๗.๑} ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคติตา ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เทฺว วิปตฺติโย ภชนฺติ สิยา สีลวิปตฺตึ สิยา อาจารวิปตฺตึ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ ตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ถุลฺลจฺจยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐหนฺติ กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯเปฯ

ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกาย ของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด ต้อง อาบัติเท่าไร? ตอบว่า ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกายของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด ต้องอาบัติ ๓ คือ ยินดีการจับต้องอวัยวะใต้รากขวัญลงมา เหนือหัวเข่าขึ้นไป ต้องอาบัติปาราชิก ๑ยินดีการจับต้องอวัยวะเหนือรากขวัญขึ้นไป ใต้หัวเข่าลงมา ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ยินดีการจับต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ ๑. ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการเคล้าคลึงด้วยกาย ของบุรุษบุคคลผู้กำหนัดต้องอาบัติ ๓เหล่านี้? ถ. อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไร บรรดากองอาบัติ ๗? เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖? จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔? ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ต. อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๓ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิกบางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจาจัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑

ข้อ ๗๘๘

ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺตี กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺตี อิมา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ {๗๘๘.๑} จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เอกํ วิปตฺตึ ภชนฺติ อาจารวิปตฺตึ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ ทฺวีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาฏิเทสนียาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ จตูหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ สิยา กายโต สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ วาจโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น จิตฺตโต สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ สมุจฺจยวารํ นิฏฺฐิตํ อฏฺฐมํ ฯ

ถามว่า ภิกษุณีขอนมส้มมาฉัน ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า ภิกษุณีขอนมส้มมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ คือ รับประเคนด้วยมุ่งจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน ๑ ภิกษุณีขอนมส้มมาฉัน ต้องอาบัติ ๒เหล่านี้. ถ. อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติเท่าไรบรรดากองอาบัติ ๗? เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖? จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔? ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ต. อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอย่างหนึ่ง บรรดาวิบัติ ๔ คืออาจารวิบัติ สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๒ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจามิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับวาจามิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่กายวาจาและจิต จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือบางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑. สมุจจยวารที่ ๘ จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/