สกุณัคฆีสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๙๘ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกุณคฺฆี ลาปํ สกุณํ สหสา อชฺฌปฺปตฺตา อคฺคเหสิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว ลาโป สกุโณ สกุณคฺฆิยา หริยมาโน เอวํ ปริเทเวสิ มยเมวมฺห อลกฺขิกา มยํ อปฺปปุญฺญา เย มยํ อโคจเร จริมฺห ปรวิสเย ฯ สจชฺช มยํ โคจเร จเรยฺยาม สเก เปตฺติเก วิสเย น มฺยายํ สกุณคฺฆี อลํ อภวิสฺส ยทิทํ ยุทฺธายาติ ฯ โก ปน เต ลาป โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ ฯ ยทิทํ นงฺคลกฏฺฐกรณํ เลฑฺฑุฏฺฐานนฺติ ฯ {๖๙๘.๑} อถ โข ภิกฺขเว สกุณคฺฆี สเก พเล อปตฺถทฺธา สเก พเล อวาทมานา ลาปํ สกุณํ ปมุญฺจิ คจฺฉ โข ตฺวํ ลาป ตตฺรปิ เม คนฺตฺวา น โมกฺขสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว ลาโป สกุโณ นงฺคลกฏฺฐกรณํ เลฑฺฑุฏฺฐานํ คนฺตฺวา มหนฺตํ เลฑฺฑุํ อภิรูหิตฺวา สกุณคฺฆึ วทมาโน อฏฺฐาสิ เอหิ โขทานิ เม สกุณคฺฆิ เอหิ โขทานิ เม สกุณคฺฆีติ ฯ อถ โข สา ภิกฺขเว สกุณคฺฆี สเก พเล อปตฺถทฺธา สเก พเล อวาทมานา อุโภ ปกฺเข สนฺธาย ลาปํ สกุณํ สหสา อชฺฌปฺปตฺตา ฯ ยทา โข ภิกฺขเว อญฺญาสิ ลาโป สกุโณ พหุ อาคตา โข มฺยายํ สกุณคฺฆีติ อถสฺเสว เลฑฺฑุสฺส อนฺตรํ ปจฺจุปาทิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกุณคฺฆี ตตฺเถว อุรํ ปจฺจตาเฬสิ ฯ เอวเญฺหตํ ภิกฺขเว โหติ โย อโคจเร จรติ ปรวิสเย ฯ
๖๙๙ตสฺมา ติห ภิกฺขเว มา อโคจเร จริตฺถ ปรวิสเย ฯ อโคจเร ภิกฺขเว จรตํ ปรวิสเย ลจฺฉติ มาโร โอตารํ ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ ฯ โก จ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย ฯ ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา โสตวิญฺเญยฺยา สทฺทา ฯ ฆานวิญฺเญยฺยา คนฺธา ฯ ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา ฯ กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย ฯ
๗๐๐โคจเร ภิกฺขเว จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย ฯ โคจเร ภิกฺขเว จรตํ สเก เปตฺติเก วิสเย น ลจฺฉติ มาโร โอตารํ น ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ ฯ โก จ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย ฯ ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๓. สติปัฏฐานสังยุต] ๑. อัมพปาลิวรรค ๖. สกุณัคฆิสูตร ๖. สกุณัคฆิสูตร ว่าด้วยเหยี่ยว
“ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เหยี่ยวโฉบลงจับนกมูลไถอย่าง รวดเร็ว ขณะนั้น นกมูลไถกำลังถูกเหยี่ยวพาไป ได้ร้องคร่ำครวญอย่างนี้ว่า ‘เราอับโชคมีบุญน้อย เที่ยวไปในแดนอื่นซึ่งไม่ใช่ที่หากิน ถ้าในวันนี้เราเที่ยวหากินในแดนหากินที่เป็นของบิดาของตนไซร้ เราก็อาจสู้เหยี่ยวตัวนี้ได้’ เหยี่ยวจึงถามว่า ‘เจ้านกมูลไถ แดนหากินที่เป็นของบิดาของเจ้าคืออะไร’ นกมูลไถตอบว่า ‘คือถิ่นที่เป็นดินก้อนมูลไถที่เขาไถไว้’ ขณะนั้นเหยี่ยวหยิ่งในกำลังของตน เมื่อจะอวดอ้างกำลังของตน จึงปล่อยนกมูลไถไปด้วยพูดว่า ‘ไปเถิด เจ้านกมูลไถ ถึงเจ้าจะไปในที่นั้นก็ไม่พ้นเรา’ ทีนั้นนกมูลไถจึงไปยังถิ่นที่เป็นดินก้อนมูลไถที่เขาไถไว้ จับที่ก้อนใหญ่ ยืนร้องท้าเหยี่ยวว่า ‘เจ้าเหยี่ยว เจ้าจงมาจับเราเดี๋ยวนี้ เจ้าเหยี่ยว เจ้าจงมาจับเราเดี๋ยวนี้’ ขณะนั้น เหยี่ยวหยิ่งในกำลังของตน เมื่อจะอวดอ้างกำลังของตน จึงหุบปีกทั้ง ๒ลงโฉบนกมูลไถอย่างรวดเร็ว เมื่อนกมูลไถรู้ว่า ‘เหยี่ยวตัวนี้โฉบมาอย่างรวดเร็วหมายจะจับเรา’ จึงหลบเข้าซอกก้อนดินนั้นเอง เหยี่ยวทำให้อกกระแทกมูลไถ (ตาย)ในที่นั้นเอง เรื่องนกมูลไถเที่ยวไปในแดนอื่นซึ่งไม่ใช่ที่หากินก็เป็นเช่นนี้แล ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายอย่าเที่ยวไปในแดนอื่นที่เป็นอโคจรเมื่อเธอทั้งหลายเที่ยวไปในแดนอื่นที่เป็นอโคจร มารก็จักได้ช่อง ได้อารมณ์แดนอื่นที่เป็นอโคจรของภิกษุ เป็นอย่างไร คือ กามคุณ ๕ ประการ กามคุณ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ๒. เสียงที่พึงรู้แจ้งทางหู ... ๓. กลิ่นที่พึงรู้แจ้งทางจมูก ...
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๑๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๓. สติปัฏฐานสังยุต] ๑. อัมพปาลิวรรค ๗. มักกฏสูตร ๔. รสที่พึงรู้แจ้งทางลิ้น ... ๕. โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ภิกษุทั้งหลาย นี้คือแดนอื่นที่เป็นอโคจรของภิกษุ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวไปในแดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรเถิด เมื่อเธอทั้งหลายเที่ยวไปในแดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรมารก็จักไม่ได้ช่อง ไม่ได้อารมณ์ แดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรของภิกษุ เป็นอย่างไร คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ... ๓. พิจารณาเห็นจิตในจิต ... ๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้คือแดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรของภิกษุ” สกุณัคฆิสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสกุณัคฆีสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในสกุณัคฆีสูตรที่ ๖.
บทว่า สกุณคฺฆิ ได้แก่ ชื่อว่าสกุณัคฆิ เพราะอรรถว่าฆ่านก. คำนั่นเป็นชื่อของเหยี่ยว.
บทว่า สหสา อชฺฌปฺปตฺตา ได้แก่ โฉบลงโดยเร็ว เพราะความโลภ.
บทว่า อลกฺขิกา ได้แก่ เป็นผู้หมดสิริ. บทว่า อปฺปปุญฺญา แปลว่า เป็นผู้มีบุญน้อย.
บทว่า สจชฺช มยํ ตัดบทเป็น สเจ อชฺช มยํ ถ้าวันนี้เรา.
บทว่า นงฺคลกฏฐกรณํ ได้แก่ การทำนาด้วยไถ คือไถใหม่ๆ. อธิบายว่า ที่นา.
บทว่า เลณฺฑุฏฺฐานํ แปลว่า ที่แตกระแหง.
บทว่า อวาทมานา คือ เหยี่ยวเมื่อหยิ่ง. อธิบายว่า กล่าวสรรเสริญกำลังของตนด้วยดี.
บทว่า มหนฺตํ เลณฺฑุํ อภิรูหิตฺวา ความว่า นกมูลไถกำหนดที่ก้อนดิน ๓ ก้อน ตั้งอยู่ โดยสัณฐานดังเตาไฟว่า เมื่อเหยี่ยวบินมาข้างนี้ เราจักหลีกไปข้างโน้น เมื่อบินมาข้างโน้น เราจักหลีกไปข้างนี้ ดังนี้ ขึ้นก้อนดินก้อนหนึ่ง ในก้อนดิน ๓ ก้อนเหล่านั้น ยืนท้าอยู่.
บทว่า สนฺธาย ได้แก่ หลุบปีกดุจลู่อก คือตั้งไว้ด้วยดี.
บทว่า พหุ อาคโต โข มยายํ ความว่า นกมูลไถรู้ว่าเหยี่ยวนี้มาสู่ที่ไกลกว่าเพื่อต้องการเรา บัดนี้จักจับเราไม่ให้เหลือแต่น้อย ดังนี้ จึงหลบเข้าไปในระหว่างดินนั้นแล คล้ายน้ำอ้อยงบติดอยู่ที่พื้น.
บทว่า อุรํ ปจฺจตาเฬสิ ความว่า เหยี่ยวเมื่อไม่สามารถดำรงความเร็วไว้ได้ เพราะแล่นไปด้วยคิดว่า เราจักจับตัดหัวของนกมูลไถครั้งเดียว กระแทกอกที่ดินนั้น ในทันใดนั้นเอง หัวใจของมันแตกแล้ว
ครั้งนั้น นกมูลไถร่าเริงยินดีว่า เราเห็นหลังของศัตรู ดังนี้ จึงเดินไปมาตรงหัวใจของเหยี่ยวนั้น.
จบอรรถกถาสกุณัคฆีสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------