๗. เอชสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๐เอชา ภิกฺขเว โรโค เอชา คณฺโฑ เอชา สลฺลํ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว ตถาคโต อเนโช วิหรติ วีตสลฺโล ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว ภิกฺขุ เจปิ อากงฺเขยฺย อเนโช วิหเรยฺยํ วีตสลฺโลติ ฯ จกฺขุํ น มญฺเญยฺย จกฺขุสฺมึ น มญฺเญยฺย จกฺขุโต น มญฺเญยฺย จกฺขุํ เมติ น มญฺเญยฺย รูเป น มญฺเญยฺย รูเปสุ น มญฺเญยฺย รูปโต น มญฺเญยฺย รูปา เมติ น มญฺเญยฺย จกฺขุวิญฺญาณํ น มญฺเญยฺย จกฺขุวิญฺญาณสฺมึ น มญฺเญยฺย จกฺขุวิญฺญาณโต น มญฺเญยฺย จกฺขุวิญฺญาณํ เมติ น มญฺเญยฺย จกฺขุสมฺผสฺสํ น มญฺเญยฺย จกฺขุสมฺผสฺสสฺมึ น มญฺเญยฺย จกฺขุสมฺผสฺสโต น มญฺเญยฺย จกฺขุสมฺผสฺโส เมติ น มญฺเญยฺย ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตมฺเมติ น มญฺเญยฺย ฯ {๑๒๐.๑} โสตํ น มญฺเญยฺย ฯ ฆานํ น มญฺเญยฺย ฯ ชิวฺหํ น มญฺเญยฺย ชิวฺหาย น มญฺเญยฺย ชิวฺหาโต น มญฺเญยฺย ชิวฺหา เมติ น มญฺเญยฺย รเส น มญฺเญยฺย ชิวฺหาวิญฺญาณํ น มญฺเญยฺย ชิวฺหาสมฺผสฺสํ น มญฺเญยฺย ยมฺปิทํ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตมฺเมติ น มญฺเญยฺย ฯ {๑๒๐.๒} กายํ น มญฺเญยฺย ฯ มนํ น มญฺเญยฺย มนสฺมึ น มญฺเญยฺย มนโต น มญฺเญยฺย มโน เมติ น มญฺเญยฺย ธมฺเม น มญฺเญยฺย มโนวิญฺญาณํ มโนสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตมฺเมติ น มญฺเญยฺย ฯ สพฺพํ น มญฺเญยฺย สพฺพสฺมึ น มญฺเญยฺย สพฺพโต น มญฺเญยฺย สพฺพํ เมติ น มญฺเญยฺย ฯ โส เอวํ อมญฺญมาโน น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ อนุปาทิยํ น ปริตสฺสติ อปริตสฺสํ ปจฺจตฺตญฺเญว ปรินิพฺพายติ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ ฯ
๑๒๑เอชา ภิกฺขเว โรโค เอชา คณฺโฑ เอชา สลฺลํ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว ตถาคโต อเนโช วิหรติ วีตสลฺโล ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว ภิกฺขุ เจปิ อากงฺเขยฺย อเนโช วิหเรยฺยํ วีตสลฺโลติ ฯ สตฺตมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๔. ฉันนวรรค ๗. ปฐมเอชาสูตร ๗. ปฐมเอชาสูตร ว่าด้วยความหวั่นไหว สูตรที่ ๑
“ภิกษุทั้งหลาย ความหวั่นไหว เป็นโรค ความหวั่นไหวเป็นหัวฝี ความ หวั่นไหวเป็นลูกศร เพราะเหตุนั้นแล ตถาคตจึงเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ปราศจากลูกศรอยู่ เพราะเหตุนั้นแล ถ้าภิกษุหวังว่า ‘เราพึงเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ปราศจากลูกศรอยู่’ เธอไม่พึงกำหนดหมายจักขุ ไม่พึงกำหนดหมายในจักขุ ไม่พึงกำหนดหมาย เพราะจักขุ ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘จักขุของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายรูป ไม่พึงกำหนดหมายในรูป ไม่พึงกำหนดหมายเพราะรูปไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘รูปของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายจักขุวิญญาณ ไม่พึงกำหนดหมายในจักขุวิญญาณ ไม่พึง กำหนดหมายเพราะจักขุวิญญาณ ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘จักขุวิญญาณของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายจักขุสัมผัส ไม่พึงกำหนดหมายในจักขุสัมผัส ไม่พึง กำหนดหมายเพราะจักขุสัมผัส ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘จักขุสัมผัสของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายโสตะ ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายฆานะ ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายชิวหา ไม่พึงกำหนดหมายในชิวหา ไม่พึงกำหนดหมาย เพราะชิวหา ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ชิวหาของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายรส ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ความหวั่นไหว ในที่นี้หมายถึงตัณหา (สํ.สฬา.อ. ๓/๙๐-๙๑/๓๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๙๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๔. ฉันนวรรค ๗. ปฐมเอชาสูตร ไม่พึงกำหนดหมายชิวหาวิญญาณ ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายชิวหาสัมผัส ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายกาย ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายมโน ไม่พึงกำหนดหมายในมโน ไม่พึงกำหนดหมายเพราะมโนไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘มโนของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายธรรมารมณ์ ฯลฯ มโนวิญญาณ ฯลฯ มโนสัมผัส ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายสิ่งทั้งปวง ไม่พึงกำหนดหมายในสิ่งทั้งปวง ไม่พึงกำหนด หมายเพราะสิ่งทั้งปวง ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘สิ่งทั้งปวงของเรา’ ภิกษุผู้ไม่กำหนดหมายอยู่อย่างนี้ย่อมไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่นย่อมไม่สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัวย่อมดับเฉพาะตนเอง รู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป”ปฐมเอชาสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๙๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมเอชสูตรที่ ๗ - ทุติยเอชสูตรที่ ๘
ในปฐมเอชสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เอชา ได้แก่ ตัณหา. ตัณหาแม้นั้น ท่านเรียกว่าเอชา เพราะอรรถว่าหวั่นไหว. อนึ่ง เอชานั้นชื่อว่าโรคะ เพราะอรรถเบียดเบียน. ชื่อว่าคัณฑะ ฝี เพราะอรรถว่าประทุษร้ายในภายใน. ชื่อว่าสัลละ ลูกศร เพราะอรรถว่าตัด.
บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่เอชา ชื่อว่าเป็นตัวตัณหา เป็นตัวโรคและเป็นลูกศร ฉะนั้น.
คำว่า จกฺขุ น มญฺเญยฺย เป็นต้นมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
สูตรทั้งหมด ท่านจัดไว้ในหนหลังชักมาแสดงไว้แม้ในที่นี้.
สูตรที่ ๘ มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาปฐมเอชสูตรที่ ๗ - ทุติยเอชสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๖. พาหิยสูตร