๙. สัปปายสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๔สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสปฺปายํ โว ภิกฺขเว ปฏิปทํ เทสิสฺสามิ ตํ สุณาถ ฯ กตมา จ สา ภิกฺขเว สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสปฺปายา ปฏิปทา ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ จกฺขุํ น มญฺญติ จกฺขุสฺมึ น มญฺญติ จกฺขุโต น มญฺญติ จกฺขุํ เมติ น มญฺญติ ฯ รูเป น มญฺญติ ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ น มญฺญติ ฯ จกฺขุสมฺผสฺสํ น มญฺญติ ฯ ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯ ยํ หิ ภิกฺขเว มญฺญติ ยสฺมึ มญฺญติ ยโต มญฺญติ ยํ เมติ มญฺญติ ตโต ตํ โหติ อญฺญถา อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ฯเปฯ ชิวฺหํ น มญฺญติ ชิวฺหาย น มญฺญติ ชิวฺหาโต น มญฺญติ ชิวฺหา เมติ น มญฺญติ ฯ รเส ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหาสมฺผสฺสํ น มญฺญติ ฯ ยมฺปิทํ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯ {๓๔.๑} ยํ หิ ภิกฺขเว มญฺญติ ยสฺมึ มญฺญติ ยโต มญฺญติ ยํ เมติ มญฺญติ ตโต ตํ โหติ อญฺญถา อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ฯเปฯ มนํ น มญฺญติ มนสฺมึ น มญฺญติ มนโต น มญฺญติ มโน เมติ น มญฺญติ ธมฺเม มโนวิญฺญาณํ มโนสมฺผสฺสํ น มญฺญติ ฯ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯ ยํ หิ ภิกฺขเว มญฺญติ ยสฺมึปิ มญฺญติ ยโต มญฺญติ ยํ เมติ มญฺญติ ตโต ตํ โหติ อญฺญถา อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ฯ ยาวตา ภิกฺขเว ขนฺธธาตุอายตนํ ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯ โส เอวํ อมญฺญมาโน น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ อนุปาทิยํ น ปริตสฺสติ อปริตสฺสํ ปจฺจตฺตญฺเญว ปรินิพฺพายติ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ ฯ อยํ โข สา ภิกฺขเว สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสปฺปายา ปฏิปทาติ ฯ นวมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปฐมสมุคฆาตสัปปายสูตร ว่าด้วยปฏิปทาที่เป็นสัปปายะแก่การเพิกถอน ความกำหนดหมาย สูตรที่ ๑
“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงปฏิปทาอันเป็นสัปปายะ แก่การเพิกถอน ความกำหนดหมายทั้งปวงแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ปฏิปทาที่เป็นสัปปายะแก่การเพิกถอนความกำหนดหมายทั้งปวงนั้น เป็น อย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ไม่กำหนดหมายจักขุ ไม่กำหนดหมายในจักขุ ไม่กำหนดหมายเพราะจักขุ ไม่กำหนดหมายว่า ‘จักขุของเรา’ ไม่กำหนดหมายรูป@เชิงอรรถ : @ เป็นสัปปายะ หมายถึงมีประโยชน์ก่อให้เกิดความเจริญ (องฺ.ติก.อ. ๒/๒๒/๙๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๓. สัพพวรรค ๙. ปฐมสมุคฆาตสัปปายสูตร ฯลฯ ไม่กำหนดหมายจักขุวิญญาณ ... ไม่กำหนดหมายจักขุสัมผัส ... ไม่กำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ภิกษุกำหนดหมายสิ่งใด กำหนดหมายในสิ่งใด กำหนดหมายเพราะสิ่งใด กำหนดหมายว่า ‘สิ่งใดของเรา’ สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่กำหนดหมายนั้นคือ สัตว์โลกข้องอยู่ในภพ มีความเปลี่ยนแปลงโดยอาการอื่น ก็ยังยินดีภพอยู่นั่นเองฯลฯ ไม่กำหนดหมายชิวหา ไม่กำหนดหมายในชิวหา ไม่กำหนดหมายเพราะชิวหาไม่กำหนดหมายว่า ‘ชิวหาของเรา’ ไม่กำหนดหมายรส ฯลฯ ไม่กำหนดหมายชิวหาวิญญาณ ... ไม่กำหนดหมายชิวหาสัมผัส ... ไม่กำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัยไม่กำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ภิกษุกำหนดหมายสิ่งใด กำหนดหมายในสิ่งใด กำหนดหมายเพราะสิ่งใด กำหนดหมายว่า ‘สิ่งใดของเรา’ สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่กำหนดหมายนั้นคือ สัตว์โลกข้องอยู่ในภพ มีความเปลี่ยนแปลงโดยอาการอื่น ก็ยังยินดีภพอยู่นั่นเองฯลฯ ไม่กำหนดหมายมโน ไม่กำหนดหมายในมโน ไม่กำหนดหมายเพราะมโน ไม่กำหนดหมายว่า ‘มโนของเรา’ ไม่กำหนดหมายธรรมารมณ์ ฯลฯ ไม่กำหนดหมาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๓. สัพพวรรค ๑๐. ทุติยสมุคฆาตสัปปายสูตร มโนวิญญาณ ... ไม่กำหนดหมายมโนสัมผัส ... ไม่กำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยไม่กำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ อนึ่ง ภิกษุกำหนดหมายสิ่งใด กำหนดหมายในสิ่งใด กำหนดหมายเพราะสิ่งใดกำหนดหมายว่า ‘สิ่งใดของเรา’ สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่กำหนดหมายนั้นคือ สัตว์โลกข้องอยู่ในภพ มีความเปลี่ยนแปลงโดยอาการอื่น ก็ยังยินดีภพอยู่นั่นเอง ไม่กำหนดหมายแม้ขันธ์ ธาตุ และอายตนะเท่าที่มีอยู่ ไม่กำหนดหมายใน ขันธ์ ธาตุ และอายตนะ ไม่กำหนดหมายแม้เพราะขันธ์ ธาตุ และอายตนะไม่กำหนดหมายว่า ‘ขันธ์ ธาตุ และอายตนะนั้นของเรา’ ภิกษุผู้ไม่กำหนดหมายอยู่อย่างนี้ย่อมไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่นก็ไม่สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัว ย่อมดับเฉพาะตนเอง รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาที่เป็นสัปปายะแก่การเพิกถอนความกำหนดหมาย ทั้งปวง เป็นอย่างนี้แล” ปฐมสมุคฆาตสัปปายสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมสัปปายสูตรที่ ๙
ในสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สมุคฺฆาตสปฺปายา ได้แก่ เป็นอุปการะแก่การเพิกถอน.
บทว่า ตโต ตํ โหติ อญฺญถา ความว่า สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่สำคัญนั้น.
บทว่า อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ความว่า สัตว์แม้มีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ด้วยการเข้าถึงความเป็นอย่างอื่น คือความเปลี่ยนแปลงก็ยังติด คือข้อง คือกังวลอยู่ในภพ สัตว์โลกนี้จึงชื่อว่าย่อมเพลิดเพลินเฉพาะภพเท่านั้น.
บทว่า ยาวตา ภิกฺขเว ขนฺธธาตุอายตนํ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนั้นย่อมไม่สำคัญแม้ขันธ์ธาตุและอายตนะนี้มีประมาณเท่าใดว่า ขันธ์ทั้งหลาย ธาตุทั้งหลาย และอายตนะ ดังนี้.
ด้วยบทว่า ตมฺปิ น มญฺญติ ทรงชักเอาข้อที่บุคคลถือเอาในหนหลังนั่นแลมาแสดงอีก.
ในพระสูตรนี้ ตรัสวิปัสสนาให้บรรลุพระอรหัตในฐานะ ๑๔๘.
จบอรรถกถาปฐมสัปปายสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------