๖. โฆสิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๐๐เอกํ สมยํ ภควา อายสฺมา อานนฺโท โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ อถ โข โฆสิโต คหปติ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โฆสิโต คหปติ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ ธาตุนานตฺตํ ธาตุนานตฺตนฺติ ภนฺเต อานนฺท วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต ธาตุนานตฺตํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ จกฺขุธาตุ รูปา จ มนาปา จกฺขุวิญฺญาณญฺจ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ จกฺขุธาตุ รูปา จ อมนาปา จกฺขุวิญฺญาณญฺจ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ จกฺขุธาตุ รูปา จ อุเปกฺขฏฺฐานิยา จกฺขุวิญฺญาณญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯเปฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ ชิวฺหาธาตุ รสา จ มนาปา ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ ชิวฺหาธาตุ รสา จ อมนาปา ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ ชิวฺหาธาตุ รสา จ อุเปกฺขฏฺฐานิยา ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯเปฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ มโนธาตุ ธมฺมา จ มนาปา มโนวิญฺญาณญฺจ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ {๒๐๐.๑} สํวิชฺชติ โข คหปติ มโนธาตุ ธมฺมา จ อมนาปา มโนวิญฺญาณญฺจ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ สํวิชฺชติ โข คหปติ มโนธาตุ ธมฺมา จ อุเปกฺขฏฺฐานิยา มโนวิญฺญาณญฺจ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ เอตฺตาวตา คหปติ ธาตุนานตฺตํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. โฆสิตสูตร ว่าด้วยโฆสิตคหบดี
สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ครั้งนั้น โฆสิตคหบดีเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ฯลฯ นั่ง ณ ที่สมควร ได้เรียนถามท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ผู้เจริญ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า‘ธาตุต่างๆ ธาตุต่างๆ’ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่าธาตุต่างๆ” ท่านพระอานนท์ตอบว่า “คหบดี จักขุธาตุ รูปที่น่าพอใจ และจักขุวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา (ความรู้สึกสุข) สุขเวทนาจึงเกิดจักขุธาตุ รูปที่ไม่น่าพอใจ และจักขุวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา (ความรู้สึกทุกข์) ทุกขเวทนาจึงเกิด จักขุธาตุ รูปเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา และจักขุวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา (ความรู้สึกมิใช่สุขมิใช่ทุกข์) อทุกขมสุขเวทนาจึงเกิด ฯลฯ ชิวหาธาตุ รสที่น่าพอใจ และชิวหาวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา สุขเวทนาจึงเกิด ชิวหาธาตุ รสที่ไม่น่าพอใจ และชิวหาวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ทุกขเวทนาจึงเกิด ชิวหาธาตุ รสที่น่าพอใจ และชิวหาวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา อทุกขมสุขเวทนาจึงเกิด ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๕๖}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๓. ตติยปัณณาสก์ ๓. คหปติวรรค ๗. หาลิททกานิสูตร มโนธาตุ ธรรมารมณ์ที่น่าพอใจ และมโนวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา สุขเวทนาจึงเกิด มโนธาตุ ธรรมารมณ์ที่ไม่น่าพอใจ และมโนวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ทุกขเวทนาจึงเกิด มโนธาตุ ธรรมารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา และมโนวิญญาณมีอยู่ เพราะอาศัยผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา อทุกขมสุขเวทนาจึงเกิด คหบดี ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่าธาตุต่างๆ” โฆสิตสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโฆสิตสูตรที่ ๖
ในโฆสิตสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า รูปา จ มนาปา ได้แก่ รูปที่น่าชอบใจมีอยู่.
บทว่า จกฺขุวิญฺญาณญฺจ ได้แก่ จักขุวิญญาณมีอยู่.
บทว่า สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ได้แก่ ผัสสะอันเป็นปัจจัยแก่สุขเวทนาอันสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณในชวนกาล ด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัย.
บทว่า สุขา เวทนา ได้แก่ สุขเวทนา อาศัยผัสสะอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในชวนะ.
แม้ในบทที่เหลือ ก็นัยนี้เหมือนกัน
ดังนั้น พระองค์จึงตรัสธาตุ ๒๓ ในพระสูตรนี้.
อย่างไร.
จริงอยู่ ในที่นี้ จักขุปสาทเป็นจักขุธาตุ อารมณ์อันกระทบจักขุปสาทนั้นเป็นรูปธาตุ จักขุวิญญาณเป็นวิญญาณธาตุ ขันธ์ ๓ ที่เกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณธาตุ เป็นธรรมธาตุ. เป็นธาตุ ๒๐ คือ ในทวารทั้ง ๕ ทวารละ ๔.
อาวัชชนจิต ท่านถือว่า มโนธาตุ ในมโนทวาร ด้วยประการฉะนี้. อารมณ์และหทัยวัตถุ เป็นธรรมธาตุ จิตที่อาศัยหทัยวัตถุ เป็นมโนวิญญาณธาตุ รวมเป็นธาตุ ๒๓ ด้วยประการฉะนี้.
ท่านแสดงไว้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความต่างแห่งธาตุ ด้วยอำนาจธาตุ ๒๓ ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาโฆสิตสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------