ติวิธสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต ติวิธสูตร
๑๖๓ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวแม้ซึ่งการฆ่าสัตว์ว่า มี ๓ อย่างคือมีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการลักทรัพย์ว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้างมีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการประพฤติผิดในกามว่ามี ๓ อย่าง คือมีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดเท็จว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดส่อเสียดว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดคำหยาบว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้างเรากล่าวแม้ซึ่งการพูดเพ้อเจ้อว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการอยากได้ของผู้อื่นว่ามี ๓ อย่างคือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งความปองร้ายว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งความเห็นผิดว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลภะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม โทสะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม โมหะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโลภะ ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโมหะด้วยประการดังนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๘. กัมมนิทานสูตร ๘. กัมมนิทานสูตร ว่าด้วยต้นเหตุแห่งกรรม
ภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาต เรากล่าวว่า มี ๓ อย่างคือ ๑. ปาณาติบาตมีโลภะเป็นเหตุ ๒. ปาณาติบาตมีโทสะเป็นเหตุ ๓. ปาณาติบาตมีโมหะเป็นเหตุ อทินนาทาน เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. อทินนาทานมีโลภะเป็นเหตุ ๒. อทินนาทานมีโทสะเป็นเหตุ ๓. อทินนาทานมีโมหะเป็นเหตุ กาเมสุมิจฉาจาร เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. กาเมสุมิจฉาจารมีโลภะเป็นเหตุ ๒. กาเมสุมิจฉาจารมีโทสะเป็นเหตุ ๓. กาเมสุมิจฉาจารมีโมหะเป็นเหตุ มุสาวาท เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. มุสาวาทมีโลภะเป็นเหตุ ๒. มุสาวาทมีโทสะเป็นเหตุ ๓. มุสาวาทมีโมหะเป็นเหตุ ปิสุณาวาจา เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. ปิสุณาวาจามีโลภะเป็นเหตุ ๒. ปิสุณาวาจามีโทสะเป็นเหตุ ๓. ปิสุณาวาจามีโมหะเป็นเหตุ ผรุสวาจา เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. ผรุสวาจามีโลภะเป็นเหตุ ๒. ผรุสวาจามีโทสะเป็นเหตุ ๓. ผรุสวาจามีโมหะเป็นเหตุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๑๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๘. กัมมนิทานสูตร สัมผัปปลาปะ เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. สัมผัปปลาปะมีโลภะเป็นเหตุ ๒. สัมผัปปลาปะมีโทสะเป็นเหตุ ๓. สัมผัปปลาปะมีโมหะเป็นเหตุ อภิชฌา เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. อภิชฌามีโลภะเป็นเหตุ ๒. อภิชฌามีโทสะเป็นเหตุ ๓. อภิชฌามีโมหะเป็นเหตุ พยาบาท เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. พยาบาทมีโลภะเป็นเหตุ ๒. พยาบาทมีโทสะเป็นเหตุ ๓. พยาบาทมีโมหะเป็นเหตุ มิจฉาทิฏฐิ เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. มิจฉาทิฏฐิมีโลภะเป็นเหตุ ๒. มิจฉาทิฏฐิมีโทสะเป็นเหตุ ๓. มิจฉาทิฏฐิมีโมหะเป็นเหตุ ภิกษุทั้งหลาย โลภะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม โทสะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม โมหะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม เพราะโลภะสิ้นไป เหตุเกิดแห่งกรรมจึงสิ้นไป เพราะโทสะสิ้นไปเหตุเกิดแห่งกรรมจึงสิ้นไป เพราะโมหะสิ้นไป เหตุเกิดแห่งกรรมจึงสิ้นไปกัมมนิทานสูตรที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๑๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตถปัณณาสก์ ชาณุสโสณีวรรคที่ ๒ อรรถกถาติวิธสูตรที่ ๘
ติวิธสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า โลภเหตุกมฺปิ ความว่า ความโลภเป็นเหตุ โดยเป็นส่วนอุปนิสสัยปัจจัยแก่ปาณาติบาต ที่ประกอบด้วยโทสะและโมหะก็มี.
พึงทราบความในทุกๆ บท โดยอุบายนี้.
จบอรรถกถาติวิธสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------