๘. กัมมนิทานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๘. กัมมนิทานสูตร ๘. กัมมนิทานสูตร ว่าด้วยต้นเหตุแห่งกรรม
ภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาต เรากล่าวว่า มี ๓ อย่างคือ ๑. ปาณาติบาตมีโลภะเป็นเหตุ ๒. ปาณาติบาตมีโทสะเป็นเหตุ ๓. ปาณาติบาตมีโมหะเป็นเหตุ อทินนาทาน เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. อทินนาทานมีโลภะเป็นเหตุ ๒. อทินนาทานมีโทสะเป็นเหตุ ๓. อทินนาทานมีโมหะเป็นเหตุ กาเมสุมิจฉาจาร เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. กาเมสุมิจฉาจารมีโลภะเป็นเหตุ ๒. กาเมสุมิจฉาจารมีโทสะเป็นเหตุ ๓. กาเมสุมิจฉาจารมีโมหะเป็นเหตุ มุสาวาท เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. มุสาวาทมีโลภะเป็นเหตุ ๒. มุสาวาทมีโทสะเป็นเหตุ ๓. มุสาวาทมีโมหะเป็นเหตุ ปิสุณาวาจา เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. ปิสุณาวาจามีโลภะเป็นเหตุ ๒. ปิสุณาวาจามีโทสะเป็นเหตุ ๓. ปิสุณาวาจามีโมหะเป็นเหตุ ผรุสวาจา เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. ผรุสวาจามีโลภะเป็นเหตุ ๒. ผรุสวาจามีโทสะเป็นเหตุ ๓. ผรุสวาจามีโมหะเป็นเหตุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๑๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๘. กัมมนิทานสูตร สัมผัปปลาปะ เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. สัมผัปปลาปะมีโลภะเป็นเหตุ ๒. สัมผัปปลาปะมีโทสะเป็นเหตุ ๓. สัมผัปปลาปะมีโมหะเป็นเหตุ อภิชฌา เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. อภิชฌามีโลภะเป็นเหตุ ๒. อภิชฌามีโทสะเป็นเหตุ ๓. อภิชฌามีโมหะเป็นเหตุ พยาบาท เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. พยาบาทมีโลภะเป็นเหตุ ๒. พยาบาทมีโทสะเป็นเหตุ ๓. พยาบาทมีโมหะเป็นเหตุ มิจฉาทิฏฐิ เรากล่าวว่า มี ๓ อย่าง คือ ๑. มิจฉาทิฏฐิมีโลภะเป็นเหตุ ๒. มิจฉาทิฏฐิมีโทสะเป็นเหตุ ๓. มิจฉาทิฏฐิมีโมหะเป็นเหตุ ภิกษุทั้งหลาย โลภะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม โทสะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม โมหะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม เพราะโลภะสิ้นไป เหตุเกิดแห่งกรรมจึงสิ้นไป เพราะโทสะสิ้นไปเหตุเกิดแห่งกรรมจึงสิ้นไป เพราะโมหะสิ้นไป เหตุเกิดแห่งกรรมจึงสิ้นไปกัมมนิทานสูตรที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๑๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต ติวิธสูตร
ปาณาติปาตํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ อทินฺนาทานํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ กาเมสุ มิจฺฉาจารํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ มุสาวาทํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ ปิสุณาวาจํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ ผรุสวาจํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ สมฺผปฺปลาปํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ อภิชฺฌํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ พฺยาปาทํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ มิจฺฉาทิฏฺฐึปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ อิติ โข ภิกฺขเว โลโภ กมฺมนิทานสมฺภโว โทโส กมฺมนิทานสมฺภโว โมโห กมฺมนิทานสมฺภโว โลภกฺขยา กมฺมนิทานสงฺขโย โทสกฺขยา กมฺมนิทานสงฺขโย โมหกฺขยา กมฺมนิทานสงฺขโยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวแม้ซึ่งการฆ่าสัตว์ว่า มี ๓ อย่างคือมีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการลักทรัพย์ว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้างมีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการประพฤติผิดในกามว่ามี ๓ อย่าง คือมีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดเท็จว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดส่อเสียดว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดคำหยาบว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้างเรากล่าวแม้ซึ่งการพูดเพ้อเจ้อว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการอยากได้ของผู้อื่นว่ามี ๓ อย่างคือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งความปองร้ายว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งความเห็นผิดว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลภะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม โทสะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม โมหะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโลภะ ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโมหะด้วยประการดังนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘