วัฑฒิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต วัฑฒิสูตร
ทสหิ ภิกฺขเว วฑฺฒีหิ วฑฺฒมาโน อริยสาวโก อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ สาราทายี จ โหติ วราทายี กายสฺส กตเมหิ ทสหิ เขตฺตวตฺถูหิ วฑฺฒติ ธนธญฺเญน วฑฺฒติ ปุตฺตทาเรหิ วฑฺฒติ ทาสกมฺมกรโปริเสหิ วฑฺฒติ จตุปฺปเทหิ วฑฺฒติ สทฺธาย วฑฺฒติ สีเลน วฑฺฒติ สุเตน วฑฺฒติ จาเคน วฑฺฒติ ปญฺญาย วฑฺฒติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทสหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒมาโน อริยสาวโก อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ สาราทายี จ โหติ วราทายี กายสฺสาติ ฯ ธเนน ธญฺเญน จ โยธ วฑฺฒติ ปุตฺเตหิ ทาเรหิ จตุปฺปเทหิ จ ส ภควา โหติ ยสสฺสิ ปูชิโต ญาตีหิ มิตฺเตหิ อโถปิ ราชุภิ ฯ สทฺธาย สีเลน จ โยธ วฑฺฒติ ปญฺญาย จาเคน สุเตน จูภยํ โส ตาทิโส สปฺปุริโส วิจกฺขโณ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุภเยน วฑฺฒตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยความเจริญ ๑๐ ประการ ย่อมเจริญด้วยความเจริญอันประเสริฐ และเป็นผู้ถือเอาสิ่งที่เป็นสาระสิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย ความเจริญ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ อริยสาวกย่อม@ ขาดไป ๕ เจริญด้วยนาและสวน ๑ ย่อมเจริญด้วยทรัพย์และข้าวเปลือก ๑ ย่อมเจริญด้วยบุตรและภรรยา ๑ ย่อมเจริญด้วยทาส กรรมกร และคนใช้ ๑ ย่อมเจริญด้วยสัตว์สี่เท้า ๑ ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ๑ ย่อมเจริญด้วยศีล ๑ ย่อมเจริญด้วยสุตะ ๑ ย่อมเจริญด้วยจาคะ ๑ ย่อมเจริญด้วยปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายอริยสาวกเมื่อเจริญด้วยความเจริญ ๑๐ ประการนี้ ย่อมเจริญด้วยความเจริญอันประเสริฐ และเป็นผู้ถือเอาสิ่งที่เป็นสาระ สิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย ฯ บุคคลใดในโลกนี้ ย่อมเจริญด้วยทรัพย์ ข้าวเปลือก บุตร ภรรยา และสัตว์สี่เท้า บุคคลนั้นย่อมเป็นผู้มีโชค มียศ เป็นผู้อันญาติมิตร และพระราชาบูชาแล้ว บุคคลใดในโลก นี้ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะและปัญญา บุคคล เช่นนั้น เป็นสัปบุรุษ มีปัญญาเครื่องพิจารณา ย่อมเจริญ ด้วยความเจริญทั้งสองประการ ในปัจจุบัน ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. วัฑฒิสูตร ว่าด้วยความเจริญ
ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยความเจริญ ๑๐ ประการ ชื่อว่า เจริญด้วยความเจริญอันประเสริฐ ชื่อว่ามีปกติรับเอาสิ่งที่เป็นสาระ และมีปกติรับเอาสิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย ความเจริญ ๑๐ ประการ อะไรบ้าง คือ อริยสาวก ๑. เจริญด้วยนาและสวน ๒. เจริญด้วยทรัพย์และข้าวเปลือก ๓. เจริญด้วยบุตรและภรรยา ๔. เจริญด้วยทาส กรรมกร และคนใช้ ๕. เจริญด้วยสัตว์สี่เท้า ๖. เจริญด้วยศรัทธา ๗. เจริญด้วยศีล ๘. เจริญด้วยสุตะ ๙. เจริญด้วยจาคะ ๑๐. เจริญด้วยปัญญา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๖๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อากังขวรรค ๕. มิคสาลาสูตร ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๑๐ ประการนี้แลจึงชื่อว่าเจริญด้วยความเจริญอันประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้มีปกติรับเอาสิ่งที่เป็นสาระและมีปกติรับเอาสิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย บุคคลใดในโลกนี้เจริญด้วยทรัพย์ ข้าวเปลือก บุตร ภรรยา และสัตว์สี่เท้า บุคคลนั้นเป็นผู้มีโภคสมบัติ มียศ ญาติมิตร และพระราชาก็ทรงยกย่อง บุคคลใดในโลกนี้เจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา บุคคลนั้น เป็นผู้คงที่ เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ชื่อว่าเจริญทั้ง ๒ ประการในปัจจุบัน วัฑฒิสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวัฑฒิสูตรที่ ๔
วัฑฒิสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อริยาย ได้แก่ มิใช่ของปุถุชน. คำนี้ตรัสไว้ ก็เพราะคละกับด้วยธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้น.
บทว่า สาราทายี จ โหติ วราทายี ความว่า ย่อมเป็นผู้ยึดไว้ได้ซึ่งสาระและส่วนประเสริฐ. อธิบายว่า ย่อมยึดไว้ซึ่งสาระของกาย และส่วนประเสริฐของกายนั้น.
จบอรรถกถาวัฑฒิสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------