พยสนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต พยสนสูตร
โย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อกฺโกสกปริภาสโก อริยุปวาที สพฺรหฺมจารีนํ อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ โส ทสนฺนํ พฺยสนานํ อญฺญตรญฺญตรํ พฺยสนํ น นิคจฺเฉยฺย กตเมสํ ทสนฺนํ อนธิคตํ นาธิคจฺฉติ อธิคตา ปริหายติ สทฺธมฺมสฺส น โวทายนฺติ สทฺธมฺเมสุ วา อธิมานิโก โหติ อนภิรโต วา พฺรหฺมจริยํ จรติ อญฺญตรํ วา สงฺกิลิฏฺฐํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ คาฬฺหํ วา โรคาตกํ ผุสติ อุมฺมาทํ วา ปาปุณาติ จิตฺตกฺเขปํ สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ โย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อกฺโกสกปริภาสโก อริยุปวาที สพฺรหฺมจารีนํ อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ โส อิเมสํ ทสนฺนํ พฺยสนานํ อญฺญตรญฺญตรํ พฺยสนํ น นิคจฺเฉยฺยาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายกล่าวโทษพระอริยะ ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ความฉิบหาย ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ ภิกษุนั้นไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ ๑ เสื่อมจากธรรมที่บรรลุแล้ว ๑ สัทธรรมของภิกษุนั้นย่อมไม่ผ่องแผ้ว ๑ เป็นผู้เข้าใจว่าตนได้บรรลุในสัทธรรมทั้งหลาย ๑ เป็นผู้ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ๑ ต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑ ย่อมถูกโรคอย่างหนัก ๑ ถึงความเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่าน ๑ เป็นผู้หลงใหลกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย กล่าวโทษพระอริยะ ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย๑๐ อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๔. เถรวรรค ๘. อักโกสกสูตร ๘. อักโกสกสูตร ว่าด้วยโทษของการด่า
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจารี กล่าวโทษพระอริยะ เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุนั้นจะไม่ถึงความพินาศอย่าง ๑ ใน ๑๐ อย่าง ความพินาศ ๑๐ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ ๒. เสื่อมจากธรรมที่บรรลุแล้ว ๓. สัทธรรม ย่อมไม่ผ่องแผ้ว ๔. มีความสำคัญว่าได้บรรลุสัทธรรม ๕. ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ๖. ต้องอาบัติเศร้าหมองกองใดกองหนึ่ง ๗. เป็นโรคเรื้อรัง ๘. ถึงความวิกลจริตมีจิตฟุ้งซ่าน ๙. หลงลืมสติมรณภาพ ๑๐. หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจารี กล่าวโทษพระอริยะ เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุนั้นจะไม่ถึงความพินาศอย่าง ๑ ใน ๑๐ อย่าง อักโกสกสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ สัทธรรม ในที่นี้หมายถึงไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา (องฺ.ทสก.อ. ๓/๘๘/๓๖๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๙๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาพยสนสูตรที่ ๘
พยสนสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ในคำว่า อกฺโกสกปริภาสโก อริยุปวาที สพฺรหฺมจารีนํ นี้ พึงประกอบ สพฺรหฺมจารี กับ อกฺโกสนบท และ ปริภาสกบท.
บทว่า เป็นผู้ด่าสพรหมจารี เป็นผู้บริภาษสพรหมจารี. ผู้ว่าร้ายด้วยอันติมวัตถุว่า เราจักฆ่าคุณของพระอริยะทั้งหลาย ย่อมชื่อว่า อริยุปวาที.
บทว่า สทฺธมฺมสฺส น โวทายนฺตี ความว่า สัทธรรมคือศาสนาที่นับได้ว่า ไตรสิกขาของภิกษุนั้นย่อมไม่ถึงความผ่องแผ้ว.
โรคเท่านั้น พึงทราบว่าอาตังกะ เพราะกระทำให้ชีวิตลำบาก ในคำว่า โรคาตงฺกํ นี้.
จบอรรถกถาพยสนสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------