สุขสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต สุขสูตรที่ ๒
เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต มคเธสุ วิหรติ นาลกคามเก ฯ อถโข สามณฺฑกานิ ปริพฺพาชโก เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สามณฺฑกานิ ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สุขํ กึ ทุกฺขนฺติ ฯ อนภิรติ โข อาวุโส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ทุกฺขา อภิรติ สุขา อนภิรติยา อาวุโส สติ อิทํ ทุกฺขํ ปาฏิกงฺขํ คจฺฉนฺโตปิ สุขํ สาตํ นาธิคจฺฉติ ฐิโตปิ ... นิสินฺโนปิ ... สยาโนปิ ... คามคโตปิ ... อรญฺญคโตปิ ... รุกฺขมูลคโตปิ ... สุญฺญาคารคโตปิ ... อพฺโภกาสคโตปิ ... ภิกฺขุมชฺฌคโตปิ สุขํ สาตํ นาธิคจฺฉติ อนภิรติยา อาวุโส สติ อิทํ ทุกฺขํ ปาฏิกงฺขํ ฯ อภิรติยา อาวุโส สติ อิทํ สุขํ ปาฏิกงฺขํ คจฺฉนฺโตปิ สุขํ สาตํ อธิคจฺฉติ ฐิโตปิ ... นิสินฺโนปิ ... สยาโนปิ ... คามคโตปิ ... อรญฺญคโตปิ ... รุกฺขมูลคโตปิ ... สุญฺญาคารคโตปิ ... อพฺโภกาสคโตปิ ... ภิกฺขุมชฺฌคโตปิ สุขํ สาตํ อธิคจฺฉติ อภิรติยา อาวุโส สติ อิทํ สุขํ ปาฏิกงฺขนฺติ ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ที่นาลกคาม แคว้นมคธ ครั้ง นั้นแล ปริพาชกชื่อว่าสามัณฑกาณิ เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่งที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรท่านพระสารีบุตรในธรรมวินัยนี้ อะไรหนอเป็นเหตุให้เกิดสุข อะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ฯ ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ ในธรรมวินัยนี้ ความไม่ยินดีแลเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ความยินดีเป็นเหตุให้เกิดสุข ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความไม่ยินดี เป็นอันหวังได้ทุกข์นี้ คือ บุคคลผู้มีความไม่ยินดีแม้เดินอยู่ ก็ไม่ประสบความสุขความสำราญ บุคคลผู้มีความไม่ยินดีแม้ยืนอยู่ ... แม้นั่งอยู่ ... แม้นอนอยู่... แม้อยู่ในบ้าน... แม้อยู่ในป่า... แม้อยู่ที่โคนไม้... แม้อยู่ในเรือนว่างเปล่า... แม้อยู่ในที่แจ้ง... แม้อยู่ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ก็ย่อมไม่ประสบความสุขความสำราญ ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความไม่ยินดีก็เป็นอันหวังได้ความทุกข์นี้ ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความยินดี ก็เป็นอันหวังได้ความสุขนี้ คือ บุคคลผู้มีความยินดีแม้นั่งอยู่ ... แม้นอนอยู่ ... แม้อยู่ในบ้าน ... แม้อยู่ในป่า ... แม้อยู่ที่โคนไม้... แม้อยู่ในเรือนว่างเปล่า... แม้อยู่ในที่แจ้ง... แม้อยู่ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ก็ย่อมประสบความสุขความสำราญ ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความยินดี ก็เป็นอันหวังได้ความสุขนี้ ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ทุติยสุขสูตร ว่าด้วยเหตุให้เกิดสุขและทุกข์ สูตรที่ ๒
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ นาลกคาม แคว้นมคธ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่อว่าสามัณฑกานิเข้าไปหาท่านถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจพอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้เรียนถามท่านว่า “ท่านสารีบุตร ในธรรมวินัยนี้ อะไรหนอเป็นเหตุให้เกิดสุข อะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ผู้มีอายุ ในธรรมวินัยนี้ ความไม่ยินดีเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ความยินดีเป็นเหตุให้เกิดสุข เมื่อไม่ยินดี ทุกข์นี้เป็นอันพึงหวังได้ คือบุคคลผู้ไม่ยินดี แม้เดินอยู่ก็ไม่ประสพความสุขสำราญ บุคคลผู้ไม่ยินดี แม้ยืนอยู่ ... แม้นั่งอยู่ ... แม้นอนอยู่ ... แม้ไปสู่บ้าน ... แม้ไปสู่ป่า ... แม้ไปสู่โคนไม้ ... แม้ไปสู่เรือนว่าง ... แม้ไปสู่ที่แจ้ง ... แม้ไปสู่ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ก็ไม่ประสพความสุขสำราญ@เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๑๔ (เจโตขีลสูตร) หน้า ๒๒ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๔๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ยมกวรรค ๗. ปฐมนฬกปานสูตร ผู้มีอายุ เมื่อไม่ยินดี ทุกข์นี้เป็นอันพึงหวังได้ เมื่อมีความยินดี สุขนี้เป็นอันพึงหวังได้ คือ บุคคลผู้มีความยินดี แม้เดินอยู่ ก็ประสพความสุขสำราญ แม้ยืนอยู่ ... แม้นั่งอยู่ ... แม้นอนอยู่ ... แม้ไปสู่บ้าน ... แม้ไปสู่ป่า ... แม้ไปสู่โคนไม้ ... แม้ไปสู่เรือนว่าง ... แม้ไปสู่ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ... ก็ประสพความสุขสำราญ ผู้มีอายุ เมื่อมีความยินดี สุขนี้เป็นอันพึงหวังได้” ทุติยสุขสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยสุขสูตรที่ ๖
ทุติยสุขสูตรที่ ๖ สามัณฑกานิปริพาชกถามท่านพระสารีบุตร ถึงสุขทุกข์ที่มีศาสนาเป็นมูล.
[๖๕-๖๗] ปญฺจเม วฏฺฏมูลกสุขทุกฺขํ ปุจฺฉิตํ, ฉฏฺเฐ สาสนมูลกํ. สตฺตเม
นฬกปานนฺติ อตีเต โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา วานรยูเถน นเฬหิ อุทกสฺส
ปีตฏฺฐาเน มาปิตตฺตา เอวํลทฺธนาโม นิคโม. ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยํ ยํ ทิสํ
อนุวิโลเกติ, ตตฺถ ตตฺถ ตุณฺหีภูตเมว. อนุวิโลเกตฺวาติ ตโต ตโต วิโลเกตฺวา.
ปิฏฺฐิ เม อาคิลายตีติ กสฺมา อาคิลายติ? ภควโต หิ ฉ วสฺสานิ มหาปธานํ
ปทหนฺตสฺส มหนฺตํ กายทุกฺขํ อโหสิ, อถสฺส อปรภาเค มหลฺลกกาเล ปิฏฺฐิวาโต
อุปฺปชฺชิ. อุปาทินฺนกสรีรสฺส หิ ฐานนิสชฺชาทีหิ อปฺปมตฺตเกน อาพาเธน น สกฺกา
เกนจิ ภวิตุํ. ตํ คเหตฺวาปิ เถรสฺส โอกาสกรณตฺถํ เอวมาห. สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวาติ
เอกมนฺตํ ปฏิรูเป ฐาเน ปญฺญตฺตสฺส กปฺปิยมญฺจสฺส อุปริ อตฺถริตฺวา.
จบอรรถกถาทุติยสุขสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------