ปปาตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๗๒๘เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อายาม ภิกฺขเว เยน ปฏิภาณกูโฏ เตนุปสงฺกมิสฺสาม ทิวาวิหารายาติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อถ โข ภควา สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เยน ปฏิภาณกูโฏ เตนุปสงฺกมิ ฯ อทฺทสา โข อญฺญตโร ภิกฺขุ ปฏิภาณกูเฏ มหนฺตํ ปปาตํ ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจ มหา วตายํ ภนฺเต ปปาโต สุมหา วตายํ ภนฺเต ปปาโต อตฺถิ นุ โข ภนฺเต อิมมฺหา ปปาตา อญฺโญ ปปาโต มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จาติ ฯ อตฺถิ โข ภิกฺขุ อิมมฺหา ปปาตา อญฺโญ ปปาโต มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จาติ ฯ กตโม จ ภนฺเต อิมมฺหา ปปาตา อญฺโญ ปปาโต มหนฺตตโร จ ภยานกตโร จาติ ฯ
๑๗๒๙เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ โสกปริเทว- ทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรมนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อภิรตา ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา โสกปริเทว- ทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อภิสงฺขริตฺวา ชาติปปาตมฺปิ ปปตนฺติ ชราปปาตมฺปิ ปปตนฺติ มรณปปาตมฺปิ ปปตนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสปปาตมฺปิ ปปตนฺติ ฯ เต น ปริมุจฺจนฺติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ น ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ
๑๗๓๐เย จ โข เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ น อภิรมนฺติ ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ น อภิรมนฺติ มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ น อภิรมนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ ปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ น อภิรมนฺติ ฯ เต ชาติสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา ชราสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา มรณสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกสุ สงฺขาเรสุ อนภิรตา ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร น อภิสงฺขโรนฺติ ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร น อภิสงฺขโรนฺติ มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร น อภิสงฺขโรนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร น อภิสงฺขโรนฺติ ฯ {๑๗๓๐.๑} เต ชาติสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา ชราสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา มรณสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสํวตฺตนิเกปิ สงฺขาเร อนภิสงฺขริตฺวา ชาติปปาตมฺปิ น ปปตนฺติ ชราปปาตมฺปิ น ปปตนฺติ มรณปปาตมฺปิ น ปปตนฺติ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสปปาตมฺปิ น ปปตนฺติ ฯ เต ปริมุจฺจนฺติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปปาตสูตร ว่าด้วยเหวคือสังสารวัฏ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุง ราชคฤห์ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “มาเถิดภิกษุทั้งหลาย เราจักเข้าไปยังยอดเขากั้นเขตแดนเพื่อพักผ่อนกลางวัน” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว ต่อมา พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วย ภิกษุจำนวนมากเสด็จเข้าไปยังยอดเขากั้นเขตแดน ภิกษุรูปหนึ่งได้แลเห็นเหวใหญ่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๒๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๕. ปปาตวรรค ๒. ปปาตสูตร บนยอดเขากั้นเขตแดน จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญเหวนี้ใหญ่หนอ เหวนี้ใหญ่จริงหนอ เหวอื่นที่ใหญ่กว่าและน่ากลัวกว่าเหวนี้มีอยู่หรือพระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “เหวอื่นที่ใหญ่และน่ากลัวกว่าเหวนี้มีอยู่ ภิกษุ” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เหวอื่นที่ใหญ่กว่าและน่ากลัวกว่าเหวนี้ เป็นอย่างไร” “ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิทา’ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อมยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติ ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชรา ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะ ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นผู้ยินดียิ่งแล้วในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติผู้ยินดียิ่งแล้วในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชรา ผู้ยินดียิ่งแล้วในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะ ผู้ยินดียิ่งแล้วในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัส และอุปายาส ย่อมปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติบ้าง ย่อมปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชราบ้าง ย่อมปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะบ้าง ย่อมปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสบ้าง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นครั้นปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติก็ดีครั้นปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชราก็ดี ครั้นปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะก็ดี ครั้นปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัส และอุปายาสก็ดี ย่อมตกไปสู่เหวคือชาติบ้าง ตกไปสู่เหวคือชราบ้าง ตกไปสู่เหวคือมรณะบ้าง ตกไปสู่เหวคือโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสบ้างเรากล่าวว่า ‘สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อมไม่พ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกะปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส และชื่อว่าไม่พ้นจากทุกข์’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๒๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๕. ปปาตวรรค ๓. มหาปริฬาหสูตร ภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อมไม่ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติ ไม่ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชรา ไม่ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะ ไม่ยินดียิ่งในสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ย่อมไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติบ้าง ไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชราบ้างไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะบ้าง ไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสบ้าง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นครั้นไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชาติก็ดีครั้นไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อชราก็ดี ครั้นไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อมรณะก็ดี ครั้นไม่ปรุงแต่งสังขารทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัส และอุปายาสก็ดี ย่อมไม่ตกไปสู่เหวคือชาติบ้าง ไม่ตกไปสู่เหวคือชราบ้างไม่ตกไปสู่เหวคือมรณะบ้าง ไม่ตกไปสู่เหวคือโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสบ้าง เรากล่าวว่า ‘สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมพ้นจากชาติ ชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส และชื่อว่าพ้นจากทุกข์’ ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ชัดตาม ความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” ปปาตสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปปาตสูตรที่ ๒
พึงทราบอธิบายในปาปตสูตรที่ ๒.
คำว่า ยอดเขากั้นเขตแดน ความว่า เขากั้นเขตแดน เช่นกับภูเขาใหญ่ลูกหนึ่ง.
จบอรรถกถาปปาตสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------