มิตตามัจจสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค มิตตามัจจสูตรที่ ๒ องค์ธรรมเครื่องบรรลุโสดา ๔ ประการ
๑๔๙๔ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงอนุเคราะห์เหล่าชนผู้เป็นมิตร ... ให้ดำรงอยู่ ในองค์แห่งธรรมเป็นเครื่องบรรลุโสดา ๔ ประการ องค์แห่งธรรมเป็นเครื่องบรรลุโสดา ๔ประการเป็นไฉน? คือ พึงให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ ในความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นผู้จำแนกธรรม.
๑๔๙๕ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาภูตรูป ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม พึงมีความแปรเป็นอย่างอื่นไปได้ ส่วนอริยสาวกผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ไม่พึงมีความแปรเป็นอย่างอื่นไปได้เลย ความแปรเป็นอย่างอื่นในข้อนั้น ดังนี้ อริย-*สาวกผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ... จักเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติวิสัย ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เธอทั้งหลายพึงยังเขาเหล่านั้นให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ ในความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ... ในศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไปเพื่อสมาธิ.
๑๔๙๖ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาภูตรูป ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมพึงมีความแปรเป็นอย่างอื่นไปได้ ส่วนอริยสาวกผู้ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว ไม่พึงมีความแปรเป็นอย่างอื่นไปได้เลย ความแปรเป็นอย่างอื่นในข้อนั้น ดังนี้ อริยสาวกผู้ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว จักเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติวิสัย ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้.
๑๔๙๗ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงอนุเคราะห์เหล่าชนผู้เป็นมิตร อำมาตย์ญาติหรือสาโลหิต ผู้ที่สำคัญโอวาทว่า เป็นสิ่งที่ตนควรฟัง พึงยังเขาเหล่านั้นให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ ในองค์แห่งธรรมเป็นเครื่องบรรลุโสดา ๔ ประการเหล่านี้. จบ สูตรที่ ๗
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ทุติยมิตตามัจจสูตร ว่าด้วยการชักชวนมิตรอำมาตย์ สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงอนุเคราะห์คนเหล่าใด และคน เหล่าใดจะเป็นมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตก็ตาม ให้ความสำคัญคำที่ควรรับฟังเธอทั้งหลายพึงชักชวนคนเหล่านั้นให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในองค์เครื่องบรรลุโสดา๔ ประการ องค์เครื่องบรรลุโสดา ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เธอทั้งหลายพึงชักชวนให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในความเลื่อมใสอัน ไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาค พระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’ ภิกษุทั้งหลาย มหาภูตรูป ๔ คือ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) วาโยธาตุ (ธาตุลม) อาจ กลายเป็นอย่างอื่นได้ แต่อริยสาวกผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ไม่พึงแปรเป็นอย่างอื่นได้เลย ในเรื่องนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแปรเป็นอย่างอื่น คือ อริยสาวก ผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าจักไปเกิด ในนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือภูมิแห่งเปรต ๒. เธอทั้งหลายพึงชักชวนให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในความเลื่อมใสอัน ไม่หวั่นไหวในพระธรรม ฯลฯ ๓. เธอทั้งหลายพึงชักชวนให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในความเลื่อมใสอัน ไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๑๖}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๒. ราชการามวรรค ๘. ปฐมเทวจาริกสูตร ๔. เธอทั้งหลายพึงชักชวนให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในศีลที่พระอริยะ ชอบใจ ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไปเพื่อสมาธิ ภิกษุทั้งหลาย มหาภูตรูป ๔ คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อาจกลายเป็นอย่างอื่นได้ แต่อริยสาวกผู้ ประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ ไม่พึงแปรเป็นอย่างอื่นได้เลย ในเรื่องนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแปรเป็นอย่างอื่น คือ อริยสาวก ผู้ประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ จักไปเกิดในนรก กำเนิด สัตว์ดิรัจฉาน หรือภูมิแห่งเปรต ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงอนุเคราะห์คนเหล่าใด และคนเหล่าใดจะเป็นมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตก็ตาม ให้ความสำคัญคำที่ควรรับฟัง เธอทั้งหลายพึงชักชวนคนเหล่านั้นให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในองค์เครื่องบรรลุโสดา ๔ ประการนี้”ทุติยมิตตามัจจสูตรที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยมิตตามัจจสูตรที่ ๗
พึงทราบอธิบายในทุติยมิตตามัจจสูตรที่ ๗.
ชื่อว่า ความแปรเป็นอย่างอื่น มีหลายอย่าง คือ ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยความเลื่อมใสความแปรเป็นอย่างอื่นโดยภาวะ ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยคติ ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยลักษณะความแปรเป็นอย่างอื่นโดยการเปลี่ยนแปลง.
ในความแปรเป็นโดยอย่างอื่นนั้น ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยภาวะ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาในมหาภูตทั้งหลาย ก็เมื่อปฐวีธาตุที่เชื่อมกันโดยความเป็นแท่งทึบ โดยภาวะเป็นทองเป็นต้นย่อยยับแล้วถึงความเป็นน้ำอยู่ ภาวะในครั้งก่อนจะหายไป ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยภาวะก็จะปรากฏอยู่.
ส่วนลักษณะไม่หายไป คือปฐวีธาตุมีความแข็งกระด้างเป็นลักษณะแล.
และเมื่ออาโปธาตุที่สืบต่อไปโดยอาการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยความเป็นรสอ้อยเป็นต้นขาดไป ถึงความเป็นแผ่นดินแท่งทึบ ภาวะในครั้งก่อนก็จะหายไป ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยภาวะก็จะปรากฏอยู่. แต่ลักษณะจะไม่หายไป อาโปธาตุนั้นมีการประสานให้ติดกันเป็นลักษณะ.
ก็ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยคตินี้ ในความแปรเป็นอย่างอื่นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาในบทนี้ว่า ความแปรเป็นอย่างอื่น.
ก็ความแปรเป็นอย่างอื่นนั้น ย่อมไม่มีแก่อริยสาวก. ถึงแม้ความแปรเป็นอย่างอื่นโดยความเลื่อมใส ก็ไม่มีนั่นเอง. เพื่อประกาศผลของความเลื่อมใส พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงความแปรเป็นอย่างอื่นโดยคติไว้ในบทนี้นั่นเอง.
คำที่เหลือในทุกๆ บทตื้นทั้งนั้นแล
จบอรรถกถาทุติยมิตตามัจจสูตรที่ ๗ จบอรรถกถาราชการามวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สหัสสสูตร
๒. พราหมณสูตร
๓. อานันทสูตร
๔. ทุคติสูตรที่ ๑
๕. ทุคติสูตรที่ ๒
๖. มิตตามัจจสูตรที่ ๑
๗. มิตตามัจจสูตรที่ ๒
๘. เทวจาริกสูตรที่ ๑
๙. เทวจาริกสูตรที่ ๒
๑๐. เทวจาริกสูตรที่ ๓. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีถัดจากนี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โสตาปัตติสังยุตต์ สรกานิวรรคที่ ๓ ๑. มหานามสูตรที่ ๑