พราหมณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๑๖๒เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ อถ โข อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อุณฺณาโภ พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ
๑๑๖๓กิมตฺถิยํ นุ โข โภ อานนฺท สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ ฉนฺทปฺปหานตฺถํ โข พฺราหฺมณ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ
๑๑๖๔อตฺถิ ปน โภ อานนฺท มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ฉนฺทสฺส ปหานายาติ ฯ อตฺถิ โข พฺราหฺมณ มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา เอตสฺส ฉนฺทสฺส ปหานายาติ ฯ
๑๑๖๕กตโม ปน โภ อานนฺท มคฺโค กตมา ปฏิปทา เอตสฺส ฉนฺทสฺส ปหานายาติ ฯ อิธ พฺราหฺมณ ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิ- ปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ฯ วิริยสมาธิ จิตฺตสมาธิ วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ฯ อยํ โข พฺราหฺมณ มคฺโค อยํ ปฏิปทา เอตสฺส ฉนฺทสฺส ปหานายาติ ฯ
๑๑๖๖เอวํ สนฺเต โภ อานนฺท สนฺตกํ โหติ โน อสนฺตกํ ฉนฺเทเนว ฉนฺทํ ปชหิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ฯ เตนหิ พฺราหฺมณ ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ ยถา เต ขเมยฺย ตถา ตํ พฺยากเรยฺยาสิ ฯ
๑๑๖๗ตํ กึ มญฺญสิ พฺราหฺมณ อโหสิ เต ปุพฺเพ ฉนฺโท อารามํ คมิสฺสามีติ ฯ ตสฺส เต อารามํ คตสฺส โย ตชฺโช ฉนฺโท โส ปฏิปฺปสฺสทฺโธติ ฯ เอวํ โภ ฯ อโหสิ เต ปุพฺเพ วิริยํ อารามํ คมิสฺสามีติ ฯ ตสฺส เต อารามํ คตสฺส ยํ ตชฺชํ วิริยํ ตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺติ ฯ เอวํ โภ ฯ อโหสิ เต ปุพฺเพ จิตฺตํ อารามํ คมิสฺสามีติ ฯ ตสฺส เต อารามํ คตสฺส ยํ ตชฺชํ จิตฺตํ ตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺติ ฯ เอวํ โภ ฯ อโหสิ เต ปุพฺเพ วีมํสา อารามํ คมิสฺสามีติ ฯ ตสฺส เต อารามํ คตสฺส ยา ตชฺชา วีมํสา สา ปฏิปฺปสฺสทฺธาติ ฯ เอวํ โภ ฯ
๑๑๖๘เอวเมว โข พฺราหฺมณ โย โส ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว วุสิตวา กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณ- ภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญาวิมุตฺโต ตสฺส โย ปุพฺเพ ฉนฺโท อโหสิ อรหตฺตปฺปตฺติยา อรหตฺเต ปตฺเต โย ตชฺโช ฉนฺโท โส ปฏิปฺปสฺสทฺโธ ยํ ปุพฺเพ วิริยํ อโหสิ อรหตฺตปฺปตฺติยา อรหตฺเต ปตฺเต ยํ ตชฺชํ วิริยํ ตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ ยํ ปุพฺเพ จิตฺตํ อโหสิ อรหตฺตปฺปตฺติยา อรหตฺเต ปตฺเต ยํ ตชฺชํ จิตฺตํ ตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ ยา ปุพฺเพ วีมํสา อโหสิ อรหตฺตปฺปตฺติยา อรหตฺเต ปตฺเต ยา ตชฺชา วีมํสา สา ปฏิปฺปสฺสทฺธา ฯ
๑๑๖๙ตํ กึ มญฺญสิ พฺราหฺมณ อิติ เอวํ สนฺเต สนฺตกํ วา โหติ โน อสนฺตกํ วาติ ฯ อทฺธา โภ อานนฺท เอวํ สนฺเต สนฺตกํ โหติ โน อสนฺตกํ อภิกฺกนฺตํ โภ อานนฺท อภิกฺกนฺตํ โภ อานนฺท เสยฺยถาปิ โภ อานนฺท นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ ฯ เอวเมว ตยา โภ อานนฺท อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต ฯ เอสาหํ โภ อานนฺท ตํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภวํ อานนฺโท ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๗. อิทธิปาทสังยุต] ๒. ปาสาทกัมปนวรรค ๕. อุณณาภพราหมณสูตร ๕. อุณณาภพราหมณสูตร ว่าด้วยอุณณาภพราหมณ์
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ครั้งนั้น พราหมณ์ชื่ออุณณาภะเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้เรียนถามท่าน พระอานนท์ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ ท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณโคดมเพื่อต้องการอะไร” ท่านพระอานนท์ตอบว่า “พราหมณ์ เราประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาคเพื่อละฉันทะ” “ท่านอานนท์ มีมรรค มีปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้นอยู่หรือ” “พราหมณ์ มีมรรค มีปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้นอยู่” “ท่านอานนท์ มรรค เป็นอย่างไร ปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้น เป็นอย่างไร” “พราหมณ์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิ- ปธานสังขาร เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิ-ปธานสังขาร นี้แลคือมรรค นี้คือปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้น” “ท่านอานนท์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันทะนั้นยังมีอยู่ มิใช่ไม่มี เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลจักละฉันทะด้วยฉันทะนั่นเอง” “พราหมณ์ ถ้าอย่างนั้น เราจักย้อนถามท่านในเรื่องนี้ ท่านพึงตอบเรื่องนั้นตามที่ท่านพอใจเถิด พราหมณ์ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ในเบื้องต้นท่านได้มีฉันทะ (ความพอใจ) ว่า ‘จักไปอาราม’ เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว ฉันทะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไปหรือ” “อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๔๐๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๗. อิทธิปาทสังยุต] ๒. ปาสาทกัมปนวรรค ๕. อุณณาภพราหมณสูตร “ในเบื้องต้น ท่านได้มีวิริยะ (ความเพียร) ว่า ‘จักไปอาราม’ เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว วิริยะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไปหรือ” “อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ” “ในเบื้องต้น ท่านได้มีจิตตะ (ความใส่ใจ) ว่า ‘จักไปอาราม’ เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว จิตตะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไปหรือ” “อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ” “ในเบื้องต้น ท่านได้มีวิมังสา (ความไตร่ตรอง) ว่า ‘จักไปอาราม’ เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว วิมังสาที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไปหรือ” “อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ” “พราหมณ์ อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุใดเป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบ พรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว สิ้นภวสังโยชน์แล้ว หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นในเบื้องต้นได้มีฉันทะเพื่อบรรลุอรหัต เมื่อบรรลุอรหัตแล้ว ฉันทะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไปในเบื้องต้นได้มีวิริยะเพื่อบรรลุอรหัต เมื่อบรรลุอรหัตแล้ว วิริยะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไป ในเบื้องต้นได้มีจิตตะเพื่อบรรลุอรหัต เมื่อบรรลุอรหัตแล้ว จิตตะที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไป ในเบื้องต้นได้มีวิมังสาเพื่อบรรลุอรหัต เมื่อบรรลุอรหัตแล้ว วิมังสาที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็ระงับไป พราหมณ์ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร เมื่อเป็นเช่นดังที่กล่าวมานี้ ฉันทะเป็นต้นนั้นยังมีอยู่ หรือมิใช่ไม่มี” “ท่านอานนท์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันทะเป็นต้นนั้นยังมีอยู่แน่นอน มิใช่ไม่มี ท่านอานนท์ ภาษิตของท่านชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ท่านอานนท์ ภาษิตของท่านชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ท่านประกาศธรรมแจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ ท่านอานนท์ ข้าพเจ้านี้ขอถึงท่านพระโคดมพร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่านจงทรงจำข้าพเจ้าว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” อุณณาภพราหมณสูตรที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๔๐๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาพราหมณสูตรที่ ๕
พราหมณสูตรที่ ๕. คำว่า เพื่อละฉันทะ คือ เพื่อละความพอใจอันได้แก่ตัณหา.
แม้ในสูตรนี้ ก็แสดงอิทธิที่มีวิวัฏฏะเป็นบาท.
จบอรรถกถาพราหมณสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------