มักกฏสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๗๐๑อตฺถิ ภิกฺขเว หิมวโต ปพฺพตราชสฺส ทุคฺคา วิสมา เทสา ยตฺถ เนว มกฺกฏานํ จาริ น มนุสฺสานํ ฯ อตฺถิ ภิกฺขเว หิมวโต ปพฺพตราชสฺส ทุคฺคา วิสมา เทสา ยตฺถ มกฺกฏานญฺหิ โข จาริ น มนุสฺสานํ ฯ อตฺถิ ภิกฺขเว หิมวโต ปพฺพตราชสฺส สมา ภูมิภาคา รมณียา ยตฺถ มกฺกฏานญฺเจว จาริ มนุสฺสานํ จ ฯ ตตฺร โข ภิกฺขเว ลุทฺธา มกฺกฏวีถีสุ เลปํ โอฑฺเฑนฺติ มกฺกฏานํ พาธนาย ฯ {๗๐๑.๑} ตตฺร ภิกฺขเว เย เต มกฺกฏา อพาลชาติกา อโลลชาติกา เต ตํ เลปํ ทิสฺวา อารกา ปริวชฺเชนฺติ ฯ โย ปน โส โหติ มกฺกโฏ พาลชาติโก โลลชาติโก โส ตํ เลปํ อุปสงฺกมิตฺวา หตฺเถน คณฺหาติ โส ตตฺถ พชฺฌติ หตฺถํ โมเจสฺสามีติ ทุติเยน หตฺเถน คณฺหาติ โส ตตฺถ พชฺฌติ อุโภ หตฺเถ โมเจสฺสามีติ ปาเทน คณฺหาติ โส ตตฺถ พชฺฌติ อุโภ หตฺเถ โมเจสฺสามิ ปาทํ จาติ ทุติเยน ปาเทน คณฺหาติ โส ตตฺถ พชฺฌติ อุโภ หตฺเถ โมเจสฺสามิ ปาเท จาติ ตุณฺเฑน คณฺหาติ โส ตตฺถ พชฺฌติ ฯ เอวํ หิ โส ภิกฺขเว มกฺกโฏ ปญฺโจฑฺฑิโต ถุนํ เสติ อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถา กามกรณีโย ลุทฺทสฺส ฯ ตเมนํ ภิกฺขเว ลุทฺโท วิชฺฌิตฺวา ตสฺมึเยว มกฺกฏํ อุทฺธริตฺวา อวิสฺสชฺเชตฺวา เยน กามํ ปกฺกมติ ฯ เอวํ เหตํ ภิกฺขเว โหติ โย อโคจเร จรติ ปรวิสเย ฯ
๗๐๒ตสฺมา ติห ภิกฺขเว มา อโคจเร จริตฺถ ปรวิสเย ฯ อโคจเร ภิกฺขเว จรตํ ปรวิสเย ลจฺฉติ มาโร โอตารํ ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ ฯ โก จ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย ฯ ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา โสตวิญฺเญยฺยา สทฺทา ฯ ฆานวิญฺเญยฺยา คนฺธา ฯ ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา ฯ กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย ฯ
๗๐๓โคจเร ภิกฺขเว จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย ฯ โคจเร ภิกฺขเว จรตํ สเก เปตฺติเก วิสเย น ลจฺฉติ มาโร โอตารํ น ลจฺฉติ มาโร อารมฺมณํ ฯ โก จ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย ฯ ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. มักกฏสูตร ว่าด้วยลิงติดตัง
“ภิกษุทั้งหลาย ถิ่นที่เป็นขุนเขาหิมพานต์ ซึ่งไปได้ยาก ขรุขระ ไม่เป็นที่เที่ยวไปทั้งของฝูงลิงทั้งของหมู่มนุษย์ มีอยู่ ถิ่นที่เป็นขุนเขาหิมพานต์ซึ่งไปได้ยาก ขรุขระ เป็นที่เที่ยวไปของฝูงลิง ไม่ใช่ที่เที่ยวไปของหมู่มนุษย์ มีอยู่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๑๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๓. สติปัฏฐานสังยุต] ๑. อัมพปาลิวรรค ๗. มักกฏสูตร ภาคพื้นขุนเขาหิมพานต์ซึ่งราบเรียบ น่ารื่นรมย์ เป็นที่เที่ยวไปทั้งของฝูงลิงทั้งของหมู่มนุษย์ ก็มีอยู่ ณ ที่นั้น พวกนายพรานวางตัง ดักไว้ที่ทางเดินของฝูงลิงเพื่อดักลิง ภิกษุทั้งหลาย บรรดาลิงเหล่านั้น ลิงเหล่าใดไม่โง่ ไม่ลอกแลก ลิงเหล่านั้นเห็นตังนั้นก็หลีกห่างไกล ส่วนลิงตัวใดโง่ ลอกแลก ลิงตัวนั้นเข้าไปใกล้ตังนั้นแล้วเอามือจับดู มือจึงติดที่ตังนั้น มันคิดจะดึงมือออก จึงเอามือข้างที่ ๒ จับ มือข้างที่๒ ก็ติดที่ตังนั้น มันคิดจะดึงมือทั้ง ๒ ข้างออกจึงเอาเท้ายัน เท้าก็ติดที่ตังนั้นมันคิดจะดึงมือทั้ง ๒ และเท้าออก จึงเอาเท้าข้างที่ ๒ ยัน เท้าข้างที่ ๒ ก็ติดที่ตังนั้น มันคิดจะดึงมือทั้ง ๒ และเท้าทั้ง ๒ ออกจึงเอาปากกัด ปากก็ติดที่ตังนั้นอีกลิงตัวนั้นติดตัง ๕ แห่งอย่างนี้ นอนถอนใจ ถึงความพินาศ ย่อยยับแล้ว ถูกนายพรานทำได้ตามใจปรารถนา นายพรานแยกลิงตัวนั้นออกแล้ว ยกแขวนไว้ในที่นั้นเอง ไม่ให้หลุดไปแล้วหลีกไปตามต้องการ เรื่องลิงเที่ยวไปในแดนอื่นซึ่งไม่ใช่ที่หากิน ก็เป็นเช่นนี้แล ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายอย่าเที่ยวไปในแดนอื่นที่เป็นอโคจรเมื่อเธอทั้งหลายเที่ยวไปในแดนอื่นที่เป็นอโคจร มารก็จักได้ช่อง ได้อารมณ์ แดนอื่นที่เป็นอโคจรของภิกษุ เป็นอย่างไร คือ กามคุณ ๕ ประการ กามคุณ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ๒. เสียงที่พึงรู้แจ้งทางหู ... ๓. กลิ่นที่พึงรู้แจ้งทางจมูก ... ๔. รสที่พึงรู้แจ้งทางลิ้น ... ๕. โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ภิกษุทั้งหลาย นี้คือแดนอื่นที่เป็นอโคจร @เชิงอรรถ : @ ตัง ได้แก่ ยางไม้ที่ประสมกับสิ่งอื่นแล้วทำให้เหนียวสำหรับดักนกเป็นต้น @(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๓๓๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๑๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๓. สติปัฏฐานสังยุต] ๑. อัมพปาลิวรรค ๘. สูทสูตร ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวไปในแดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรเถิด เมื่อเธอทั้งหลายเที่ยวไปในแดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรมารก็จักไม่ได้ช่อง ไม่ได้อารมณ์ แดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจร อะไรบ้าง คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ สติปัฏฐาน ๔ ประการ เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ... ๓. พิจารณาเห็นจิตในจิต ... ๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้คือแดนที่เป็นของบิดาของตนอันเป็นโคจรของภิกษุ” มักกฏสูตรที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามักกฏสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในมักกฏสูตรที่ ๗
บทว่า ทุคฺคา แปลว่า ไปยาก. บทว่า จารี แปลว่า เป็นที่เที่ยว.
บทว่า เลปํ โอฑฺเฑนฺติ ความว่า พวกพรานทำตังผสมด้วยยางต้นไทรย้อยเป็นต้น กำหนดว่า ที่นั้นๆ เป็นที่เดินประจำของพวกลิง ดังนี้ แล้ววางไว้ที่กิ่งต้นไม้เป็นต้น.
บทว่า ปญฺโจฑฺฑิโต ความว่า ลิงถูกตรึงในที่ทั้ง ๕ เหมือนสาแหรกอันตนสอดไม้คานเข้าไปแล้ว จับไว้ฉะนั้น.
บทว่า ถุนํ เสติ ได้แก่ นอนถอนใจอยู่.
จบอรรถกถามักกฏสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------