โกสลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๙๑เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ โกสลายํ พฺราหฺมณคาเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ฯเปฯ เอตทโวจ เย เต ภิกฺขเว ภิกฺขู นวา อจิรปพฺพชิตา อธุนาคตา อิมํ ธมฺมวินยํ เต โว ภิกฺขเว ภิกฺขู จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวนาย สมาทเปตพฺพา นิเวเสตพฺพา ปติฏฺฐาเปตพฺพา ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ
๖๙๒เอถ ตุเมฺห อาวุโส กาเย กายานุปสฺสิโน วิหรถ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา กายสฺส ยถาภูตํ ญาณาย ฯ เวทนาสุ เวทนานุปสฺสิโน วิหรถ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา เวทนานํ ยถาภูตํ ญาณาย ฯ จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสิโน วิหรถ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา จิตฺตสฺส ยถาภูตํ ญาณาย ฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสิโน วิหรถ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา ธมฺมานํ ยถาภูตํ ญาณาย ฯ
๖๙๓เยปิ เต ภิกฺขเว ภิกฺขู เสกฺขา อปฺปตฺตมานสา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมานา วิหรนฺติ เตปิ กาเย กายานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา กายสฺส ปริญฺญาย ฯ เวทนาสุ เวทนานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา เวทนานํ ปริญฺญาย ฯ จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา จิตฺตสฺส ปริญฺญาย ฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา ธมฺมานํ ปริญฺญาย ฯ
๖๙๔เยปิ เต ภิกฺขเว ภิกฺขู อรหนฺโต ขีณาสวา วุสิตวนฺโต กตกรณียา โอหิตภารา อนุปฺปตฺตสทตฺถา ปริกฺขีณภวสญฺโญชนา สมฺมทญฺญาวิมุตฺตา เตปิ กาเย กายานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา กาเยน วิสํยุตฺตา ฯ เวทนาสุ เวทนานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา เวทนาหิ วิสํยุตฺตา ฯ จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา จิตฺเตน วิสํยุตฺตา ฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสิโน วิหรนฺติ อาตาปิโน สมฺปชานา เอโกทิภูตา วิปฺปสนฺนจิตฺตา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา ธมฺเมหิ วิสํยุตฺตา ฯ
๖๙๕เยปิ เต ภิกฺขเว ภิกฺขู นวา อจิรปพฺพชิตา อธุนาคตา อิมํ ธมฺมวินยํ เต โว ภิกฺขเว ภิกฺขู อิเมสํ จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวนาย สมาทเปตพฺพา นิเวเสตพฺพา ปติฏฺฐาเปตพฺพาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สาลสูตร ว่าด้วยพระธรรมเทศนาที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา แคว้นโกศล ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ฯลฯ จึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใดยังเป็นผู้ใหม่ บวชได้ไม่นาน เพิ่งมาสู่ธรรมวินัยนี้เธอทั้งหลายพึงชักชวนภิกษุเหล่านั้นให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในการเจริญสติปัฏฐาน ๔ประการ สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ มาเถิด ผู้มีอายุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย ๑. จงพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียวเพื่อรู้ ยิ่งกายตามความเป็นจริง ๒. จงพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์ เดียวเพื่อรู้ยิ่งเวทนาตามความเป็นจริง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๑๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๓. สติปัฏฐานสังยุต] ๑. อัมพปาลิวรรค ๔. สาลสูตร ๓. จงพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรม เป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียวเพื่อรู้ยิ่งจิต ตามความเป็นจริง ๔. จงพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียวเพื่อรู้ยิ่งธรรมทั้งหลายตามความเป็นจริง แม้ภิกษุเหล่าใดที่ยังเป็นเสขะ ยังไม่บรรลุอรหัตตผล ปรารถนาธรรมที่เป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยม แม้ภิกษุเหล่านั้นก็พิจารณาเห็นกายในกายอยู่มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียวเพื่อกำหนดรู้กาย พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะมีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียวเพื่อกำหนดรู้เวทนาพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้นมีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียวเพื่อกำหนดรู้จิต พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใสตั้งมั่นมีอารมณ์เดียวเพื่อกำหนดรู้ธรรมทั้งหลาย แม้ภิกษุเหล่าใดที่เป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว สิ้นภวสังโยชน์แล้วหลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ แม้ภิกษุเหล่านั้นก็พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียรมีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียว พรากจากกายแล้ว พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะมีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียว พรากจากเวทนาทั้งหลายแล้ว พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้นมีจิตผ่องใส ตั้งมั่น มีอารมณ์เดียว พรากจากจิตแล้ว พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีธรรมเป็นหนึ่งผุดขึ้น มีจิตผ่องใส ตั้งมั่นมีอารมณ์เดียว พรากจากธรรมทั้งหลายแล้ว ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใดยังเป็นผู้ใหม่ บวชได้ไม่นาน เพิ่งมาสู่ธรรมวินัยนี้เธอทั้งหลายพึงชักชวนภิกษุเหล่านั้นให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในการเจริญสติปัฏฐาน ๔ประการนี้” สาลสูตรที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๑๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโกสลสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในโกสลสูตรที่ ๔
บทว่า ธมฺมวินโย ความว่า บททั้ง ๒ ว่า ธรรมหรือวินัยนั้นเป็นชื่อของสัตถุศาสน์เท่านั้น.
บทว่า สมาทเปตพฺพา ได้แก่ อันเธอทั้งหลายพึงให้ถือเอา.
บทว่า เอโกทิภูตา ได้แก่ ความเป็นผู้มีจิตสงบด้วยขณิกสมาธิ.
บทว่า สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา ความว่า มีจิตตั้งมั่นโดยชอบ และมีจิตมีอารมณ์เดียว ด้วยสามารถอุปจาระและอัปปนา.
ในสูตรนี้ สติปัฏฐานอันภิกษุใหม่ทั้งหลายและพระขีณาสพทั้งหลายเจริญแล้ว เป็นบุพภาค. พระเสขะ ๗ จำพวกเจริญแล้ว เป็นมิสสกะคลุกเคล้ากัน.
จบอรรถกถาโกสลสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------