อุทายิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๕๘เอกํ สมยํ ภควา สุมฺเภสุ วิหรติ เสตกนฺนาม สุมฺภานํ นิคโม ฯ อถ โข อายสฺมา อุทายิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุทายิ ภควนฺตํ เอตทโวจ ฯ
๔๕๙อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว พหุการาปิ เม ภนฺเต ภควติ เปมญฺจ คารโว จ หิริ จ โอตฺตปฺปญฺจ อหญฺหิ ภนฺเต ปุพฺเพ อาคาริกภูโต สมาโน อพหุกโต อโหสึ ธมฺเมน อพหุกโต สงฺเฆน โส ขฺวาหํ ภควติ เปมญฺจ คารวํ จ หิรึ จ โอตฺตปฺปํ จ สมฺปสฺสมาโน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชึ ตสฺส เม ภควา ธมฺมํ เทเสสิ อิติ รูปํ อิติ รูปสฺส สมุทโย อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโม อิติ เวทนา ฯเปฯ อิติ สญฺญา ฯ อิติ สงฺขารา ฯ อิติ วิญฺญาณํ อิติ วิญฺญาณสฺส สมุทโย อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโมติ ฯ
๔๖๐โส ขฺวาหํ ภนฺเต สุญฺญาคารคโต อิเมสํ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธานํ อุกฺกุชฺชาวกุชฺชํ สมฺปริวตฺตนฺโต อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ ฯ
๔๖๑ธมฺโม จ เม ภนฺเต อภิสเมโต มคฺโค จ เม ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามิ ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เม ภนฺเต ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามิ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค เม ภนฺเต ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามิ ฯ อยํ โข เม ภนฺเต มคฺโค ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามีติ ฯ
๔๖๒สาธุ สาธุ อุทายิ เอโส หิ เต อุทายิ มคฺโค ปฏิลทฺโธ โย เต ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถา ตฺวํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสสีติ ฯ อุทายิวคฺโค ตติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ โพธนา เทสนาฏฺฐานา อโยนิโส จาปริหานิ ขโย นิโรโธ นิพฺเพโธ เอกธมฺโม อุทายินาติ ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. อุทายิสูตร ว่าด้วยพระอุทายี
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของชาวสุมภะชื่อ เสตกะ แคว้นสุมภะ ครั้งนั้นแล ท่านพระอุทายีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับฯลฯ นั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ ที่ข้าพระองค์มีความรักความเคารพ ความละอาย และความเกรงกลัวในพระผู้มีพระภาคมากเหลือเกิน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๔๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๒. โพชฌังคสังยุต] ๓. อุทายิวรรค ๑๐. อุทายิสูตร เพราะเมื่อก่อน ข้าพระองค์เป็นคฤหัสถ์อยู่ครองเรือน ไม่คุ้นเคยกับพระธรรมไม่คุ้นเคยกับพระสงฆ์ ข้าพระองค์นั้นเมื่อมีความรัก ความเคารพ ความละอายและความเกรงกลัวในพระผู้มีพระภาค จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์ว่า ‘รูปเป็นดังนี้ ความเกิดแห่งรูปเป็นดังนี้ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้ เวทนาเป็นดังนี้ ฯลฯ สัญญาเป็นดังนี้ ... สังขารเป็นดังนี้... วิญญาณเป็นดังนี้ ความเกิดแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณเป็นดังนี้’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อยู่ในเรือนว่าง พิจารณาความเกิดและความเสื่อมแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ ได้รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกข-สมุทัย (เหตุเกิดทุกข์) นี้ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับทุกข์)’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ที่ข้าพระองค์บรรลุแล้วและมรรค ที่ข้าพระองค์ได้แล้ว ที่ข้าพระองค์เจริญทำให้มากแล้วนั้น จักนำข้าพระองค์ผู้อยู่เพื่อความเป็นอย่างนั้นไปโดยประการที่จักรู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สติสัมโพชฌงค์ที่ข้าพระองค์ได้แล้ว ที่ข้าพระองค์เจริญทำให้มากแล้วนั้น จักนำข้าพระองค์ผู้อยู่เพื่อความเป็นอย่างนั้นไปโดยประการที่จักรู้ชัดว่า‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ฯลฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ข้าพระองค์ได้แล้ว ที่ข้าพระองค์เจริญ ทำให้มากแล้วนั้น จักนำข้าพระองค์ผู้อยู่เพื่อความเป็นอย่างนั้นไปโดยประการที่จักรู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญมรรคที่ข้าพระองค์ได้แล้ว ที่ข้าพระองค์เจริญ ทำให้มากแล้วนั้น จักนำข้าพระองค์ผู้อยู่เพื่อความเป็นอย่างนั้นไปโดยประการที่จักรู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้วทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” @เชิงอรรถ : @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงวิปัสสนาธรรม (สํ.ม.อ. ๓/๒๑๑/๒๑๗) @ มรรค ในที่นี้หมายถึงวิปัสสนามรรค (สํ.ม.อ. ๓/๒๑๑/๒๑๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๔๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๒. โพชฌังคสังยุต] ๓. อุทายิวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดีละ ดีละ อุทายี มรรคที่เธอได้แล้ว ที่เธอเจริญทำให้มากแล้วนั้น จักนำเธอผู้อยู่เพื่อความเป็นอย่างนั้นไปโดยประการที่จักรู้ชัดว่า‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” อุทายิสูตรที่ ๑๐ จบ อุทายิวรรคที่ ๓ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โพธายสูตร ๒. โพชฌังคเทสนาสูตร ๓. ฐานิยสูตร ๔. อโยนิโสมนสิการสูตร ๕. อปริหานิยสูตร ๖. ตัณหักขยสูตร ๗. ตัณหานิโรธสูตร ๘. นิพเพธภาคิยสูตร ๙. เอกธัมมสูตร ๑๐. อุทายิสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๔๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุทายิสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในอุทายิสูตรที่ ๑๐.
บทว่า อพหุกโต แปลว่า ไม่กระทำให้มาก.
ในบทว่า อุกฺกุชฺชาวกุชฺชํ นี้ท่านแสดงว่า พระอุทายีพิจารณาเปลี่ยนไปมาด้วยอำนาจความเกิดและความเสื่อม.
ความเกิดเรียกว่า อุกกุชชะ. ความเสื่อมเรียกว่า อวกุชชะ.
บทว่า ธมฺโม จ เม อภิสเมโต ได้แก่ วิปัสสนาธรรมอันข้าพระองค์บรรลุแล้ว.
บทว่า มคฺโค คือ วิปัสสนามรรค.
ก็ถ้าพระเถระเป็นโสดาบันในสมัยนั้น พึงทราบวิปัสสนานี้เพื่อประโยชน์แก่มรรคทั้งสามเบื้องบน ถ้าเป็นอนาคามี พึงทราบวิปัสสนานี้เพื่อประโยชน์แก่อรหัตมรรค.
บทว่า ตถา ตถา วิหรนฺตํ ได้แก่ อยู่โดยอาการนั้นๆ.
บทว่า ตถตฺตาย ได้แก่ เพื่อความเป็นอย่างนั้น.
ด้วยบทเป็นต้นว่า ขีณา ชาติ ท่านประสงค์เอา ตถตฺตาย พระเถระแสดงความเป็นอย่างนั้น. ในข้อนี้มีอธิบายว่า พระเถระย่อมนำเอาธรรมนั้นเข้ามาเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา เมื่อท่านแสดงธรรมนั้น จึงกล่าวอย่างนี้.
คำที่เหลือในบททั้งปวง มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอุทายิสูตรที่ ๑๐ จบอุทายิวรรควรรณนาที่ ๓ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โพธนสูตร
๒. เทสนาสูตร
๓. ฐานิยสูตร
๔. อโยนิโสสูตร
๕. อปริหานิยสูตร
๖. ขยสูตร
๗. นิโรธสูตร
๘. นิพเพธสูตร
๙. เอกธัมมสูตร
๑๐. อุทายิสูตร -----------------------------------------------------