คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๕/๒๕๕๙ เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรเพื่อความเป็นธรรมแก่นักลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 62cf5218… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๕/๒๕๕๙ เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร เพื่อความเป็นธรรมแก่นักลงทุน โดยที่การส่งเสริมการลงทุนในประเทศเป็นนโยบายสำคัญของทุกรัฐบาลตลอดมาดังที่มี การประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. ๒๕๒๐ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพิจารณามาตรการอำนวยความสะดวก การให้สิทธิประโยชน์ และสิ่งจูงใจต่าง ๆ แก่นักลงทุนตามมาตรฐานในนานาประเทศ จนสามารถ ให้ความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน เพิ่มรายได้ ก่อให้เกิดการจ้างงาน การใช้ทรัพยากรในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ และในความเข้าใจข้อกฎหมายของหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนในบางครั้ง อาจแตกต่างจากหน่วยงานตามกฎหมายอื่น ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้ประสานและหาทางแก้ปัญหาเพื่อสร้าง ความรับรู้ ความเข้าใจ และวางแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมอยู่แล้ว ความเข้าใจแตกต่างที่มีนัยสำคัญประการหนึ่งคือปัญหาการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนว่าในกรณีประกอบกิจการขาดทุนจะมีวิธีการคำนวณภาษีเงินได้ นิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอย่างไร หากถือตามความเข้าใจและแนวปฏิบัติของสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคำพิพากษา ศาลภาษีอากรกลาง วิธีการคำนวณจะแตกต่างจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรและ ประกาศกรมสรรพากร ซึ่งต่อมาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๔๕/๒๕๕๘ อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ วินิจฉัยให้การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องอยู่ ภายใต้บังคับของประมวลรัษฎากรตามที่เจ้าพนักงานประเมินภาษีอากรคำนวณ ข้อนี้เท่ากับว่านิติบุคคล ดังกล่าวต้องชำระภาษีให้ถูกต้อง แต่โดยที่ล่วงเลยระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นเหตุให้นิติบุคคลเหล่านั้นต้องชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับอีกส่วนหนึ่ง ตามมาตรา ๓ อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีอำนาจขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการชำระภาษีเงินได้และขยายกำหนดเวลาการยื่นคำร้องขอคืนภาษีอากรได้ ตามความจำเป็น ซึ่งต่อมาได้มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการชำระ ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ อนุมัติให้ขยาย กำหนดเวลาดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด จนถึงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ อันมีผลทำให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวไม่ต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม หากได้ชำระเบี้ยปรับ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๖๙ ง และเงินเพิ่มไว้แล้วก็ให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นคำร้องขอคืนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มออกไปเป็นภายในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ เช่นกัน โดยระบุเหตุผลไว้ในประกาศดังกล่าวว่า การขยายกำหนดเวลาเช่นนี้ “เนื่องมาจากการปฏิบัติตามแนววินิจฉัยอันมีความคลาดเคลื่อนจากหน่วยงานราชการอื่นโดยมิได้มีเจตนา ที่จะหลีกเลี่ยงการเสียภาษี” แต่โดยที่ประกาศดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมถึงบางกรณีซึ่งแม้อยู่ในบังคับ เหตุผลอย่างเดียวกัน แต่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขบางข้อในประกาศฉบับนั้น จึงสมควร วางหลักเกณฑ์การขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรเสียใหม่ ให้เกิดความเป็นธรรมตามนัยแห่งเหตุผลเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการรักษาบรรยากาศการลงทุนและ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยถือว่ากรณีนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายยังคงต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา แต่การจะชำระเมื่อใดและภายใต้หลักเกณฑ์ใดเป็นเรื่องของการบังคับคดีและวิธีปฏิบัติ ซึ่งมาตรา ๓ อัฏฐ วรรคสอง ให้เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
อ่านเต็มหมวดนี้ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14915ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzIxZjhkMTUtODEzZS00ZmEwLWEzZWMtNDY1MjEwMTE2YjZkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoyNDcg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NTkt4LieIDE2OSDguIctMS5wZGYifQ.Vmq5oxqe70i0ODYIh-6qbtrlQmZ5wwWQEDAoZ1mLRvM3 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:62cf5218624678c39dac9f15e1df9b393729bf8304bdf362a3bd0c9f7f04b36aดึงเมื่อ 2026-08-24T03:13:52.886Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR