คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๒๐/๒๕๕๗ เรื่อง การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังnull12 มาตราต้นฉบับ PDF · 4 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 ebd48c8c… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๒๐/๒๕๕๗ เรื่อง การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีนโยบายปรังโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสม และเป็นธรรม โดยการปรับภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาขายปลีกของ น้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลงไป กรณีที่ราคาขายปลีกลดลง จะทำให้ผู้ค้าน้ำมันมีผลขาดทุนจากปริมาณ น้ำมันคงเหลือ จึงอาจไม่นำน้ำมันออกจำหน่าย และกรณีที่ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น จะทำให้มีการกักตุน น้ำมันไว้จำหน่ายในวันที่ราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงก่อนการปรับราคาขายปลีก ดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงต้องตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงเหลือใน คลังน้ำมันและสถานีบริการ

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ในคำสั่งนี้ “น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี ๑๐ ออกเทน ๙๑ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี ๑๐ ออกเทน ๙๕ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี ๒๐ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี ๘๕ น้ำมันเบนซิน พื้นฐานชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งมีลักษณะและคุณภาพตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ประกาศกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันดีเซลพื้นฐาน “ผู้ค้าน้ำมัน” หมายความว่า ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๐ และผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ “สถานีบริการ” หมายความว่า สถานที่สำหรับจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชนโดยวิธีเติม หรือใส่ลงในที่บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะ โดยใช้มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วย มาตราชั่ง ตวงวัด ที่ติดตั้งไว้เป็นประจำ ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ รวมทั้งสถานีบริการที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ และมาตรา ๑๐ ดำเนินการเอง “เจ้าของสถานีบริการ” หมายความว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์ในสถานีบริการและกรณีที่ผู้มีกรรมสิทธิ์ ในสถานีบริการเป็นนิติบุคคลให้ถือว่ากรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลที่รับผิดชอบการดำเนินงาน ของนิติบุคคลนั้นเป็นเจ้าของสถานีบริการด้วย “ประกาศราคาขายปลีก” หมายความว่า ประกาศราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบาย และแผนพลังงานตามข้อ ๒ “อัตราเงินชดเชย” หมายความว่า อัตราเงินชดเชยตามประกาศราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบาย และแผนพลังงาน “อัตราเงินส่งเข้ากองทุน” หมายความว่า อัตราเงินส่งเข้ากองทุนตามประกาศราคาขายปลีก ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖ “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน “กองทุน” หมายความว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการของกระทรวงพลังงาน กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมาย ให้ดำเนินการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาตินี้

  2. เมื่อมีการประกาศปรับอัตราภาษีสรรพสามิตหรืออัตราเงินส่งเข้ากองทุนตามนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานประกาศราคาขายปลีกใหม่ อัตราเงินชดเชยอัตราเงินส่งเข้ากองทุน และภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำหนดเวลาที่ราคาขายปลีกใหม่ ใช้บังคับเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ค้าน้ำมันรับทราบ และปฏิบัติตามคำสั่งนี้

  3. เมื่อมีการประกาศราคาขายปลีกตามข้อ ๒ ให้ผู้ค้าน้ำมันได้รับเงินชดเชยหรือจ่ายเงิน เข้ากองทุน ในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ ณ เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคา ขายปลีกใหม่ ตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานมีผลใช้บังคับคูณด้วยอัตราเงินชดเชย หรืออัตราเงินส่งเข้ากองทุนตามประกาศราคาขายปลีก

  4. ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ในการจ่ายและเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้ โดยให้มีอำนาจกำหนดระเบียบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ตามที่เห็นสมควร

  5. เมื่อมีประกาศราคาขายปลีกตามข้อ ๒ ให้

    (๑) ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการปฏิบัติดังต่อไปนี้

    (ก) หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันหรือสถานีบริการ ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่ตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน มีผลใช้บังคับ จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว เว้นแต่ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

    (ข) ตรวจสอบผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ และลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัด

    (ค) แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง ที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิต และโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร รวมทั้งปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมันเพื่อส่งไปให้แก่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการก่อน เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่ตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผน พลังงานมีผลใช้บังคับ และส่งมอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว และมาถึงคลังน้ำมันหรือสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น (ถ้ามี) โดยในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อกรมธุรกิจพลังงานและในจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อสำนักงาน พลังงานจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ อย่างช้าไม่เกิน ๗ วันทำการนับแต่วันที่มีการตรวจวัด เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง ทั้งนี้ กรณีผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการไม่อยู่ ณ คลังน้ำมันหรือสถานีบริการเพื่อ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ให้พนักงานหรือลูกจ้างของผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการมีหน้าที่ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้แทน

    (๒) กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ คลังน้ำมันและสถานีบริการทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และให้สรุปผลปริมาณ น้ำมันคงเหลือในเบื้องต้นส่งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันที่ประกาศ ราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

    (๓) ผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบสั่งการให้พลังงานจังหวัด นายอำเภอท้องที่ ส่งพนักงาน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในท้องที่ และผู้บริหารงานท้องถิ่น ส่งพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับมอบหมายร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารบกในพื้นที่หรือตำรวจภูธรจังหวัด ไปร่วมตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ คลังน้ำมันและสถานีบริการทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ ตั้งแต่เวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และรวบรวมผลการตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือดังกล่าว นำส่งสำนักงานพลังงานจังหวัด กระทรวงพลังงาน อย่างช้าไม่เกิน ๑ วันทำการนับแต่วันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และให้พลังงานจังหวัดสรุปผลปริมาณ น้ำมันคงเหลือในเบื้องต้นส่งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานภายใน ๑๐ วันนับแต่วันที่ประกาศราคา ขายปลีกใหม่ใช้บังคับ

    (๔) กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งให้เจ้าหน้าที่ ทหารบกในพื้นที่ การค้าภายในจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด แล้วแต่กรณีไปร่วมตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือกับหน่วยงานตาม (๒) และ (๓)

  6. การคำนวณปริมาณน้ำมันคงเหลือสุทธิตามข้อ ๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด

  7. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๒ คน ที่เข้าตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง คงเหลือตามข้อ ๕ ลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดในแบบตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

  8. ให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมัน ในพื้นที่ที่รับผิดชอบทราบจำนวนเงินชดเชยที่พึงได้รับ หรือจำนวนเงินส่งเข้ากองทุน ซึ่งคำนวณจาก ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิแต่ละชนิดคูณด้วยอัตราเงินชดเชยหรืออัตราเงินส่งเข้ากองทุน พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือให้สถาบันทราบ ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันมีทั้งจำนวนเงินชดเชยและเงินส่งเข้ากองทุน ให้คำนวณเป็นเงินชดเชย หรือเงินส่งเข้ากองทุนสุทธิ (ผลต่างระหว่างเงินชดเชยและเงินส่งเข้ากองทุน) ในแต่ละแห่ง

  9. ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นหนังสือขอรับเงินชดเชยหรือส่งเงินเข้ากองทุนสุทธิต่อสถาบัน ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือตามข้อ ๘ เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง ในกรณีการขอรับเงินชดเชย หากพ้นกำหนดเวลา ๙๐ วัน ผู้ค้าน้ำมันยังไม่ยื่นหนังสือ ถือว่าไม่ประสงค์จะขอรับเงินชดเชย

  10. ๑๐

    ในกรณีที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนสุทธิตามคำสั่งนี้ หากผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินไม่ส่งเงิน ให้สถาบันส่งเงินให้สถาบันไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่ต้องส่ง หรือไม่ส่งเงินคืนสถาบันภายในเวลาที่กำหนด ให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดส่งเรื่องให้สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานพิจารณา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินให้สถาบัน หรือส่งขาดหรือไม่ส่งเงินคืน สถาบันหรือส่งเงินเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ให้จ่ายเงินเพิ่มอีก ในอัตราร้อยละหกต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดส่งและให้ถือว่า เงินเพิ่มนี้เป็นเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนด้วย

  11. ๑๑

    ให้สถาบันเรียกเก็บเงินจากผู้ค้าน้ำมันหรือจ่ายเงินให้ผู้ค้าน้ำมันเป็นยอดเงินสุทธิ ตามข้อ ๘

  12. ๑๒

    ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้คณะกรรมการบริหาร นโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาวินิจฉัยและให้ถือว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14407ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODFkNDVmN2YtOWY1YS00OTc0LWI1OTgtNTA0ZjQxNDc4OGU0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoxNjgg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NTct4LieIDI1MSDguIctMy5wZGYifQ.uE2RNJAujyLO9vbQDIzlisSbye-Rx3XDdvWFFDc0k084 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:ebd48c8c0ee6fcf78575d9b8c6ad6d094a10a75e957ab143375fec076ea101c4ดึงเมื่อ 2026-08-24T02:58:38.298Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR