คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๑ เรื่อง การจัดสรรภารกิจและบุคลากรของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๐16 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4fb6e327… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๑ เรื่อง การจัดสรรภารกิจและบุคลากรของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง การจัดตัง สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนาแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ นัน เพื่อให้ การดำเนินการของสำนักงานดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่อง สอดคล้องกับ กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการทรัพยากรนา และสามารถจัดทำงบประมาณแบบบรรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ เรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรนา ได้ทันต่อระยะเวลาการดำเนินการ รวมทังเข้าสร่กระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรนา ในระยะ ๒๐ ป ได้อย่าง สัมฤทธิ์ผล อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรรประบบการบริหารจัดการทรัพยากรนาตามแนวทาง การปฏิรรปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านเศรษฐกิจ และด้านทรัพยากรธรรมชาติ ตามมาตรา ๒๕๘ (ช.) ด้านอื่น ๆ (๑) ของรัฐธรรมนรญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนรญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนรญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนาแห่งชาติ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง การจัดตังสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนาแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ให้ผร้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนาแห่งชาติตามคำสั่งในวรรคหนึ่งเป็น เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ

  2. ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ของกรมชลประทาน และ กรมทรัพยากรนา ตามบัญชีรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ประกาศกำหนด มาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานในสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ มีกำหนดเวลา หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้ไปรายงานตัวต่อเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว ข้าราชการและพนักงานราชการที่มาปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานผร้ใดประสงค์จะได้รับการแต่งตังเป็นข้าราชการหรือได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการ ในอัตราของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ให้แสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงาน ทรัพยากรนาแห่งชาติภายในสามสิบวันก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว เว้นแต่เลขาธิการสำนักงาน ทรัพยากรนาแห่งชาติเห็นสมควรจะแต่งตังข้าราชการหรือทำสัญญาจ้างพนักงานราชการก่อนครบกำหนด ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งก็ได้ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๕ ง ให้เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติแต่งตังข้าราชการหรือทำสัญญาจ้างพนักงานราชการ ที่มาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามวรรคสอง และได้ผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติกำหนด เป็นข้าราชการหรือ พนักงานราชการในกรอบอัตรากำลังของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ในกรณีที่ข้าราชการหรือพนักงานราชการที่มาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานผร้ใด ไม่ประสงค์ จะได้รับการแต่งตังเป็นข้าราชการหรือได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการในกรอบอัตรากำลังของ สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ หรือไม่ได้รับการคัดเลือกตามวรรคสาม ให้ข้าราชการหรือพนักงานราชการ ผร้นันกลับไปปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานในส่วนราชการต้นสังกัดเดิม ในชื่อตำแหน่งในสายงานเดิม หรือตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าเดิม ให้การไปรายงานตัวและการส่งมอบงานของข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ที่มาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานในสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ

  3. ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ที่มาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงาน ในสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ยังคงได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นเช่นเดิมจากส่วนราชการต้นสังกัดเดิม และให้ส่วนราชการ ต้นสังกัดเดิมงดการย้ายข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำดังกล่าว เว้นแต่การย้าย เพื่อเลื่อนตำแหน่งสรงขึน

  4. ให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี ของส่วนราชการในกรมชลประทาน และของข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ของส่วนราชการในกรมชลประทาน ดังต่อไปนี ไปเป็นหน้าที่และ อำนาจของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ หรือของข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ แล้วแต่กรณี

    (๑) สำนักบริหารโครงการ เฉพาะงานเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนการพัฒนา แหล่งนาเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรนา และงานวิเคราะห์ ติดตาม และ ประเมินผลการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรนา

    (๒) สำนักบริหารจัดการนาและอุทกวิทยา เฉพาะงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเสนอแนะ นโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการนาในระดับข้ามลุ่มนา และงานเฝ้าระวัง วิเคราะห์ พยากรณ์ กำกับ ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการบริหารจัดการนาในภาพรวมของประเทศ

  5. ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี ภาระผรกพัน และให้ โอนข้าราชการ พนักงานราชการ ลรกจ้างประจำ และอัตรากำลังของส่วนราชการตามข้อ ๔ และ ส่วนราชการอื่นในกรมชลประทาน จำนวน ๕๖ อัตรา ตามที่อธิบดีกรมชลประทานกำหนด ไปเป็นของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๕ ง

  6. ให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี ของส่วนราชการในกรมทรัพยากรนา และของข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ของส่วนราชการในกรมทรัพยากรนา ดังต่อไปนี ไปเป็นหน้าที่ และอำนาจของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ หรือของข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ ของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ แล้วแต่กรณี

    (๑) ศรนย์ป้องกันวิกฤตนา เฉพาะงานเกี่ยวกับงานศึกษา วิเคราะห์ และการกำหนดพืนที่เสี่ยงภัย เกี่ยวกับนาในภาพรวมของประเทศ และงานเสนอแนะแผนแม่บทและมาตรการในการป้องกันและ แก้ไขวิกฤตนา

    (๒) สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรนา เฉพาะงานเกี่ยวกับฝาายเลขานุการคณะกรรมการ ทรัพยากรนาแห่งชาติ งานเสนอแนะนโยบาย แผนแม่บท และมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรนาในภาพรวมของประเทศ งานเสนอแนะแนวทาง กรอบแผนงาน และมาตรการในการ จัดทำแผนปฏิบัติการจัดการทรัพยากรนาของประเทศ รวมทังงานติดตามและประเมินผลการดำเนินการ ตามนโยบาย และแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรนาของประเทศ

    (๓) สำนักบริหารจัดการนา เฉพาะงานเกี่ยวกับการกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ เทคโนโลยี และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรนาในระดับข้ามลุ่มนำ การสนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำ แก่คณะกรรมการลุ่มนา หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรนาในระดับข้ามลุ่มนา

    (๔) สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ เฉพาะงานเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือ กับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรนา

    (๕) สำนักวิจัย พัฒนา และอุทกวิทยา เฉพาะงานเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย เทคโนโลยี เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรนาในภาพรวมของประเทศ และการวิเคราะห์ปริมาณนา การวางแผนและพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรนาในภาพรวมของประเทศ

  7. ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี ภาระผรกพัน และให้โอน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลรกจ้างประจำ และอัตรากำลังของส่วนราชการตามข้อ ๖ และ ส่วนราชการอื่นในกรมทรัพยากรนา จำนวน ๑๐๒ อัตรา ตามที่อธิบดีกรมทรัพยากรนากำหนด ไปเป็นของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ

  8. บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือ มติคณะรัฐมนตรีใด ที่อ้างถึงส่วนราชการตามข้อ ๔ และข้อ ๖ และข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลรกจ้างประจำของส่วนราชการตามข้อ ๔ และข้อ ๖ ให้ถือว่าอ้างถึงสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ หรือข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลรกจ้างประจำของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๕ ง

  9. ในระยะเริ่มแรก ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับ สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ สำหรับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ รวมทังภารกิจของ สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ

  10. ๑๐

    ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ดำเนินการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการ พนักงานราชการ และลรกจ้างประจำ รวมจำนวน ๒๔๖ อัตรา ให้สอดคล้องกับโครงสร้างส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา สามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติมีผลใช้บังคับ โดยกรอบอัตรากำลังมาจากการตัดโอนอัตราข้าราชการ พนักงานราชการ ลรกจ้างประจำ และ อัตรากำลังจากกรมชลประทาน และกรมทรัพยากรนา และเป็นอัตราข้าราชการตังใหม่ จำนวน ๘๗ อัตรา

  11. ๑๑

    ในระหว่างที่สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติยังไม่มีคณะอนุกรรมการสามัญ ประจำกระทรวงหรือคณะอนุกรรมการสามัญประจำกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ให้การดำเนินการเพื่อแต่งตังข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งในสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ และ ข้าราชการที่มาปฏิบัติราชการซึ่งได้รับการแต่งตังเป็นข้าราชการตามข้อ ๒ วรรคสาม ให้ดำรงตำแหน่ง ประเภท ระดับ และสายงานต่าง ๆ ในสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนด

  12. ๑๒

    ให้นายสำเริง แสงภร่วงค์ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติมอบหมาย ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามข้อนี ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทรลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตังข้าราชการ ตามวรรคหนึ่งให้ดำรงตำแหน่ง ตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ข้าราชการตามวรรคหนึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เดิม และไปช่วยราชการในตำแหน่งใหม่ ตังแต่ วันถัดจากวันที่คำสั่งนีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตังให้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง

  13. ๑๓

    ให้กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรนา กรมทรัพยากรนาบาดาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรนาและการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภรมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรนา ดำเนินการสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ในการให้ข้อมรลและเชื่อมต่อข้อมรลด้านทรัพยากรนาตามที่สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติกำหนด เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๕ ง โดยมอบหมายให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรนาและการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลัก ในการบร ณาการและเชื่อมต่อข้อมรลให้กับสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ในระยะแรก

  14. ๑๔

    ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนีได้

  15. ๑๕

    ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำสั่งนี ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติวินิจฉัย คำวินิจฉัยของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เป็นที่สุด ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณหรือการปฏิบัติภารกิจของกรมชลประทานและกรมทรัพยากรนา ที่โอนไปเป็นของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติตามคำสั่งนี ให้คณะกรรมการทรัพยากรนาแห่งชาติ เป็นผร้วินิจฉัย

  16. ๑๖

    คำสั่งนีให้ใช้บังคับตังแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/15991ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDE5NTUzYzUtYmFkOC00MmViLWJhMWYtODNiYTYzNzQ2YWU1IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKozMDAg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NjEt4LieIDE1IOC4hy0yNC5wZGYifQ.pwq5EJjTBhAVHDQE1U8k8ChxGF2qvvoe4y7WFwzREPM5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:4fb6e3277fa92110aeb9efafbbf053224d40a7ec424556c42e63c1c523932c60ดึงเมื่อ 2026-08-24T03:17:14.607Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR