คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๒/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 319ae2f6… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๒/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภท ไปใช้ผลิตยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จำเป็นต้องกำหนดมาตรการ ที่เหมาะสมในการป้องกันการนำเข้า ส่งออก นำผ่าน ขนย้าย ผลิต ขาย มีไว้ในครอบครองในพื้นที่ควบคุม เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
ในคำสั่งนี้ “ผู้ทำธุรกรรม” หมายความว่า
(๑) ผู้นำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือขนย้ายในพื้นที่ควบคุม
(๒) ผู้ผลิต ขาย หรือมีไว้ในครอบครองไม่ว่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นและไม่ว่าจะเพื่อประการอื่นใด และรวมถึงการทิ้งอยู่ หรือปรากฏอยู่ในบริเวณที่อยู่ในความครอบครองด้วย ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ควบคุม
(๓) ตัวแทน นายหน้า หรือคนกลางเจรจาติดต่อระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้ส่ง “ธุรกรรมต้องสงสัย” หมายความว่า ธุรกรรมซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(๑) ผู้ทำธุรกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๒ (๓)
(๒) ผู้ทำธุรกรรมจงใจแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงอันเป็นสาระสำคัญ
(๓) ผู้ทำธุรกรรมซึ่งมีหนังสือเรียกตามคำสั่งนี้ ไม่มาให้ถ้อยคำ ไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุ ตามกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมาให้ถ้อยคำแล้วแต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าธุรกรรมนั้น ได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย
(๔) ไม่ปรากฏผู้ทำธุรกรรมมีตัวตนแน่นอน หรือปรากฏว่ามีการใช้ชื่อปลอมหรือเท็จหรือผู้ทำธุรกรรม ได้หลบหนีหรือต้องหาคดียาเสพติด “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
- ๒
เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลาย ความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจประกาศ กำหนดมาตรการดังต่อไปนี้ในการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ ผลิตยาเสพติด
(๑) ชื่อ ปริมาณของสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือควบคุม เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๓๙ ง
(๒) กำหนดพื้นที่ควบคุมสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือนั้น โดยอาจกำหนดห้วงเวลาหรือระยะเวลา ตามที่เห็นสมควรก็ได้
(๓) กำหนดหน้าที่ของผู้ทำธุรกรรมและวิธีดำเนินการอื่นใดเพื่อควบคุมสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ ตาม (๑) และ (๒)
- ๓
ในการปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานที่ผลิตหรือเก็บสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้
(๒) ตรวจค้นบุคคล สถานที่ หรือยานพาหนะที่บรรทุกสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ทั้งนี้ อาจนำสารเคมี ในปริมาณเท่าที่จำเป็นไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบได้
(๓) กัก ยึด หรืออายัดสารเคมี วัสดุ เครื่องมือ ยานพาหนะ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร หรือสิ่งของอื่น ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกินสามสิบวัน ทั้งนี้ ถ้ามีเหตุจำเป็นเลขาธิการอาจพิจารณาขยายระยะเวลา ได้อีกไม่เกินสามสิบวัน
(๔) มีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ ส่งเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อให้บุคคลนั้นพิสูจน์ว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของที่กัก ยึด หรืออายัดตาม
(๓) นั้น ได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย
- ๔
ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้ใช้อำนาจกัก ยึด หรืออายัดตามข้อ ๓
(๓) แล้วให้รายงาน เลขาธิการภายในสามวัน และให้เลขาธิการมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) สั่งคืนสิ่งของที่กัก ยึด หรือแจ้งการถอนอายัด ในกรณีเห็นว่าธุรกรรมนั้นไม่เป็นธุรกรรม ต้องสงสัย หรือผู้ทำธุรกรรมสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนได้ทำธุรกรรมนั้นโดยสุจริต ให้เจ้าพนักงานแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ควรได้รับคืนให้มารับสิ่งของที่กัก ยึด หรือแจ้ง การถอนอายัดไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งได้ ให้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์หรือโดยปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการของเจ้าพนักงาน และสถานที่อายัดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
(๒) สั่งทำลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควร ในกรณีดังนี้
(ก) เห็นว่าธุรกรรมนั้นเป็นธุรกรรมต้องสงสัย และผู้ทำธุรกรรมไม่มาพิสูจน์ว่าตน ได้ทำธุรกรรมนั้นโดยสุจริต
(ข) ปรากฏว่าผู้ควรได้รับคืนไม่มาขอรับสิ่งของที่กัก ยึด หรืออายัดไว้ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่แจ้งเป็นหนังสือหรือวันที่โฆษณาทางหนังสือพิมพ์ หรือวันที่ปิดประกาศในที่เปิดเผยตาม (๑) หรือ
(ค) ไม่ปรากฏว่ามีผู้ทำธุรกรรมมาแสดงตนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้ใช้อำนาจกัก ยึด หรืออายัดตามข้อ ๓
(๓) เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๓๙ ง
- ๕
ในการปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
- ๖
บรรดาสารเคมีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศตามข้อ ๒
(๑) ซึ่งเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายอื่นได้กัก ยึด หรืออายัดไว้อยู่ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการกัก ยึด หรืออายัด ตามคำสั่งนี้ และให้เจ้าพนักงานตามกฎหมายดังกล่าวนั้นรายงานเลขาธิการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ประกาศมีผลใช้บังคับ เพื่อเลขาธิการดำเนินการตามคำสั่งนี้ต่อไป ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นเลขาธิการ อาจขยายระยะเวลาการรายงานได้ตามความเหมาะสม
- ๗
คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14933ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYTlhYjQ5ZDktZDZjMy00NDg2LTk5MmQtYjZlYzFiNTg2YWM2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoyNDEg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4Lir4Lix4Lin4Lir4LiZ4LmJ4Liy4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NTkt4LieMTM54LiHLTE1LnBkZiJ9.F80yzxy0RLD9oZTOLIOoVmD46VmwaUam4IDdrW1aBrY3 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:319ae2f65d6cdef6d183ec3fb4268c522f0b00f42db70e8717f28e452a82ac41ดึงเมื่อ 2026-08-24T03:14:07.742Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR