คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๑/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f1c440fc… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๑/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยที่ในปัจจุบันสถานการณ์อันเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ไปอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนและกระทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยสถานการณ์อันเป็นภัยนั้น อาจเกิดขึ้นได้ทั้งภายนอกและภายในประเทศ และอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากการกระทำของบุคคลหรือภัย จากธรรมชาติอันเป็นสาธารณภัย เพื่อให้การดำเนินการของภาครัฐในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินสถานการณ์ และอำนวยการในการรักษาความมั่นคง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหา ได้อย่างทันท่วงที สามารถดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมีอำนาจหน้าที่ในการรองรับต่อสถานการณ์อันเป็นภัยดังกล่าว อีกทั้งเพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและป้องกันบรรเทาสาธารณภัยมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐในทุกระดับ เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยในสังคม และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน ““การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข ทำลาย หรือทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ รวมถึงในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย ให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ”
- ๒
ให้ยกเลิกความใน (๑) และ
(๒) ของมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(๑) ติดตาม ตรวจสอบ ประสานงาน และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ทั้งภายในและ นอกราชอาณาจักร ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และรายงาน คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง
(๒) อำนวยการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ เสนอแผนและแนวทางในการปฏิบัติงานและดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยแผนและแนวทางนั้นต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ ให้เป็นไปตามแผนและแนวทางนั้นด้วย เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนและแนวทางตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานและโครงการเพื่อปฏิบัติให้สอดคล้องกับแผนและแนวทางดังกล่าว”
- ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๙ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน. ตามที่ผู้อำนวยการร้องขอและให้ องค์กรกลางบริหารงานบุคคลหรือองค์กรอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันของหน่วยงานของรัฐนั้น จัดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ยัง กอ.รมน. มีอัตรากำลังแทน ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินจำนวนอัตรากำลังที่จัดส่งไป โดยการจัดอัตรากำลังแทนดังกล่าวอาจจัดเป็น รายอัตราหรือเป็นหน่วยก็ได้ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน. ตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับเงิน ประจำตำแหน่งในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น”
- ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๐ ให้มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรคณะหนึ่ง ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อัยการสูงสุด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการและเลขาธิการ กอ.รมน. เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้ง ข้าราชการใน กอ.รมน. เป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่กำกับ ให้คำปรึกษาและเสนอแนะต่อ กอ.รมน. ในการปฏิบัติงาน ในอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. รวมตลอดทั้งอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการอำนวยการและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. กอ.รมน.ภาค กอ.รมน. จังหวัด คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค และคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในจังหวัด
(๓) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงินการคลัง การพัสดุและการจัดการ ทรัพย์สินของ กอ.รมน.
(๔) แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา กอ.รมน. โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคส่วนต่างๆ อย่างน้อยให้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือมีประสบการณ์ด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแก้ไขปัญหา โดยสันติวิธี การรักษาความมั่นคงของรัฐ สื่อมวลชนและมีหน้าที่ในการเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรือ ป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น และให้คำปรึกษาตามที่คณะกรรมการหารือ
(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น”
- ๕
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๑๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๑/๑ ในกรณีที่มีการจัดให้มี กอ.รมน. ภาค ตามมาตรา ๑๑ ให้ กอ.รมน. ภาค แต่ละแห่งมีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคประกอบด้วย ผอ.รมน.ภาค เป็นประธานกรรมการ อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด แม่ทัพน้อย ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยเขตที่อยู่ในเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค ที่อยู่ในเขตพื้นที่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการอื่นที่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่ง ผอ.รมน.ภาค แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ผอ.รมน.ภาค แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค เป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๑/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ และประเมินผลการดำเนินงานการรักษาความมั่นคงภายในภาค เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง
(๒) นำนโยบายของรัฐบาล และนโยบายในการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดมาตรการที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่
(๓) บูรณาการ ประสานงาน และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในเขตพื้นที่ ให้เป็นไปตามแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริม ความมั่นคงของชาติ
(๔) ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ การปฏิบัติงานของ กอ.รมน.จังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๕) แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๖) มีหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย”
- ๖
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓/๑ และมาตรา ๑๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๓/๑ ในกรณีที่มีการตั้ง กอ.รมน. จังหวัด ตามมาตรา ๑๓ ให้ กอ.รมน. จังหวัดแต่ละแห่ง มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประกอบด้วย ผอ.รมน. จังหวัด เป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้าที่ทำการอัยการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าสำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ผู้แทนกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพลังงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงแรงงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนมณฑลทหารบกที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการอื่นซึ่ง ผอ.รมน. จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ผอ.รมน. จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้ปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๓/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ และประเมินผลการดำเนินงานรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๒) กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และพิจารณาให้ความ เห็นชอบแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและแผนงานโครงการด้านอื่น ๆ อาทิ ด้านการรักษาความสงบ เรียบร้อย ด้านเศรษฐกิจและสังคมของทุกส่วนราชการในจังหวัดที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงภายในจังหวัด เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง
(๓) กำหนดแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายในจังหวัด เพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการพิจารณา
(๔) พิจารณาให้ความเห็นต่อการดำเนินการตามแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนที่มีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัด โดยเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับไปประกอบ การพิจารณา
(๕) ให้คำปรึกษาแนะนำหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๗) เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการ”
- ๗
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๔/๑ การประชุม การปฏิบัติหน้าที่ และการพ้นจากตำแหน่งของคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามมาตรา ๑๑/๒
(๕) และมาตรา ๑๓/๒
(๖) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกำหนด”
- ๘
ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษา ความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
- ๙
คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/16031ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZTFhMjEwODktZjkzMy00MWYxLTg0NTEtNzdmNmU0ODA5Yjc2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoyOTYt4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4Lir4Lix4Lin4Lir4LiZ4LmJ4Liy4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0LTI1NjAt4LieMjg14LiHLTEzLnBkZiJ9.K8q9FESg1ASo8Nnf_T9JuERsbNNtNJxw755uC6CXDNY5 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:f1c440fcfe6bba5c6558640e8372b8d64c860137f41ae0dc98b6a828892ec9ffดึงเมื่อ 2026-08-24T03:17:35.490Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR