คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการกำกับดูแลและพัฒนาการบินพลเรือนของประเทศไทย (ยกเลิก)

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังnull8 มาตราต้นฉบับ PDF · 4 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0679b2fb… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการกำกับดูแลและพัฒนาการบินพลเรือนของประเทศไทย ตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้เข้ามาทำการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนตามโครงการ Universal Safety Oversight Audit Program (USOAP) โดยกรมการบินพลเรือนซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินพลเรือน ของประเทศไทยเป็นหน่วยรับการตรวจนั้น ผลการตรวจสอบพบว่าการกำกับดูแลความปลอดภัย ด้านการบินพลเรือนของประเทศไทยมีข้อบกพร่องจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concern: SSC) ด้วย และหากมิได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วนแล้ว จะส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงของประเทศโดยรวมได้ ดังนั้น เพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว และพัฒนาการบินพลเรือนเพื่อยกระดับมาตรฐานการบินพลเรือนของประเทศไทยให้สอดคล้องมาตรฐานสากล และเพื่อปฏิรูปราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน” (Command Center for Resolving Civil Aviation Issues) เรียกโดยย่อว่า ศบปพ. (CRCA) เป็นศูนย์เฉพาะกิจขึ้นตรงกับ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการ แก้ไขปัญหาการบินพลเรือน เรียกโดยย่อว่า ผบ.ศบปพ.

  2. ศบปพ. มีโครงสร้างการปฏิบัติการดังนี้

    (๑) ให้มีคณะกรรมการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ประกอบด้วยบุคคลที่ ผบ.ศบปพ. แต่งตั้ง ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในระดับรัฐบาล

    (๒) ให้กองทัพอากาศและกรมการบินพลเรือนเป็นหน่วยงานหลักของ ศบปพ. ในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาการบินพลเรือน

    (๓) ให้ ผบ.ศบปพ. มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกองทัพอากาศไปช่วยปฏิบัติงาน หรือไปช่วยทำการใด ๆ ที่กรมการบินพลเรือน หรือหน่วยงานอื่นได้ไม่เกินสี่ปี และยังคงปฏิบัติหน้าที่ ในตำแหน่งและอัตราในสังกัดเดิม สำหรับค่าตอบแทนรายเดือน หรือค่าตอบแทนอื่นๆ ให้เป็นไปตามระเบียบ คำสั่ง หรือแบบธรรมเนียมที่ทางราชการกำหนด ในการนี้ มิให้นำความในมาตรา ๗

    (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาใช้บังคับ เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง

  3. ให้คณะกรรมการ ศบปพ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดนโยบาย แนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการและให้ความเห็นชอบกับ แผนปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาการบินพลเรือนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งกำหนดแนวทางในการทำความเข้าใจกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศและหน่วยงาน ด้านการบินพลเรือนของประเทศสมาชิกขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

    (๒) สั่งการ กำกับดูแล ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาการบินพลเรือนของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในกำกับ ส่วนราชการ และหน่วยงานอื่น ของรัฐให้เป็นไปตามข้อ ๓ (๑)

    (๓) พิจารณาเสนอแนะ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งพัฒนากฎหมาย กฎและระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

    (๔) กำหนดโครงสร้างและอัตรากำลังของ ศบปพ. และพิจารณาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ มาปฏิบัติงานใน ศบปพ. โดยแต่งตั้งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ได้ตามความเหมาะสม

    (๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ได้ตามความเหมาะสม

    (๖) พิจารณาและให้ความเห็นชอบอัตราค่าจ้างและประโยชน์ตอบแทนของผู้เชี่ยวชาญ ด้านการบินพลเรือนตามที่กรมการบินพลเรือนเสนอ

    (๗) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในการจ้างที่ปรึกษาด้านการบินพลเรือนหรือด้านอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับการบินพลเรือนตามที่เห็นสมควร รวมทั้งกำหนดอัตราค่าจ้างและประโยชน์ตอบแทน ตามความเหมาะสม

    (๘) เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชน รวมทั้ง หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมประชุมแนวทางการดำเนินงาน ประสานการปฏิบัติและติดตาม ผลการดำเนินงานตามความเหมาะสม รวมทั้งให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบินพลเรือน

    (๙) เผยแพร่ข่าวสาร และประชาสัมพันธ์การดำเนินการด้านการบินพลเรือนตามแผนปฏิบัติการ

    (๑๐) รายงานผลการปฏิบัติให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่า มาตรฐานการบินพลเรือนของประเทศไทยจะได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล

    (๑๑) ปฏิบัติการอื่นตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

  4. การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ศบปพ. ตามข้อ ๓ ให้ ผบ.ศบปพ. ประสานการปฏิบัติกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างใกล้ชิด หากเห็นว่าเรื่องใดเห็นชอบร่วมกัน ว่าเป็นเรื่องสำคัญ และมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ให้นำเรื่องดังกล่าว นำเรียนนายกรัฐมนตรี ผ่านรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล พิจารณาสั่งการก่อน เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง

  5. ให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับ ศบปพ. เพื่อสนับสนุน การปฏิบัติงานโดยเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบราชการ และให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ ให้กับกรมการบินพลเรือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๓

    (๖) และให้กับ ศบปพ. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาตามข้อ ๓

    (๗) ตามที่คณะกรรมการ ศบปพ. เห็นชอบ

  6. คณะกรรมการ ศบปพ. และเจ้าหน้าที่ ศบปพ. ที่กระทำการไปตามอำนาจหน้าที่ โดยสุจริตไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา ทางวินัย หรือทางปกครองเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ตามคำสั่งนี้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

  7. เพื่อให้การปฏิบัติตามคำสั่งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่คณะกรรมการ ศบปพ. สั่งการให้ส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ แต่ส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการตามคำสั่งของคณะกรรมการ ศบปพ. ตามคำสั่งนี้ ให้ ผบ.ศบปพ. ร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รายงานพฤติกรรมดังกล่าวพร้อมกับข้อพิจารณาเกี่ยวกับการลงโทษ ต่อนายกรัฐมนตรี ผ่านรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล พิจารณาสั่งการต่อไป

  8. คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๙๒ ง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๕๙ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๘ ตามที่รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนและปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน และโดยที่ปัญหา ในเรื่องการบินพลเรือนของประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาด้านการบินพลเรือนมีความเป็นเอกภาพภายใต้เครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกความในข้อ ๔ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการกำกับดูแลและพัฒนาการบินพลเรือนของประเทศไทย ลงวันที่ ๑๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๔ การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ศบปพ. ตามข้อ ๓ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเป็นเรื่องสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล และมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ให้ ศบปพ. นำเรื่องดังกล่าวขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ ซึ่งแต่งตั้งโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๘๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ก่อนนำเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ

    (๒) กรณีเป็นเรื่องทั่วไป หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของหลายหน่วยงานของรัฐทั้งที่เป็น และมิได้เป็นส่วนราชการ และมิใช่เป็นกรณีตาม

    (๑) ให้ ศบปพ. เสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ ซึ่งแต่งตั้งโดยคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๘๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ หรือคณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้พิจารณาให้ความเห็นชอบแทนคณะกรรมการ และเมื่อได้รับ ความเห็นชอบแล้ว ให้ ผบ.ศบปพ. พิจารณาสั่งการ หรือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” ทั้งนี้ นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14662ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZGM0MjZlNDktODcyOC00YjhlLTk0YTktNmE5Yzg5YWEwYzc4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoyMDQg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NTgt4LieIDIxNSDguIctNCDguInguJrguLHguJrguK3guLHguJ7guYDguJTguJcucGRmIn0.IzWHBH7uwaRZmvXOLaJMvlZkvSKVSSK2cQq9yQ95I-M4 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:0679b2fbdc800eedb14c817b9d5b2a642f267fa5e70b843134db63dc3163e9d0ดึงเมื่อ 2026-08-24T03:00:44.415Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR