คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๓/๒๕๕๙ เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น (ยกเลิก)

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังnull4 มาตราต้นฉบับ PDF · 3 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 7ac049ac… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๓/๒๕๕๙ เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศ และเพื่อประโยชน์ ในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการอันเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ข้าราชการซึ่งถูกร้องเรียนหรือกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนหรือมีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือดำเนินการหรือไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จนเกิดความเสียหายแก่ทางราชการและมีมูลอันสมควรตรวจสอบ ระงับการปฏิบัติราชการโดยไม่ขาดจาก ตำแหน่งเดิมและให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราวตามนัยแห่งคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่าง การถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ดังต่อไปนี้ ๑.๑ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ๑.๒ นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสำนักงาน อัยการสูงสุด ๑.๓ นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานอัยการสูงสุด ๑.๔ นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานอัยการสูงสุด ๑.๕ นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงอุตสาหกรรม ๑.๖ นางสาวรัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน ๑.๗ พล.ต.ท. วีรพงษ์ ชื่นภักดี ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ๑.๘ พล.ต.ต. สรไกร พูลเพิ่ม ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ หน้า ๖๑ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ ๑.๙ พล.ต.ต. กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๐ พล.ต.ต. วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๑ พ.ต.อ. อรรถวิทย์ สายสืบ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๒ พ.ต.อ. ภาสกร กลั่นหวาน ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๓ พ.ต.อ. กิตติพงศ์ วิเศษสงวน ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๔ พ.ต.อ. สถิตย์ สังข์ประไพ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๕ พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๖ พ.ต.อ. อัมรินทร์ อัมพรมหา ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๗ พ.ต.อ. กิตติภณ แก้วอัมพร ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๘ พ.ต.อ. ทิฆัมพร ศรีสังข์ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๑๙ พ.ต.อ. อโนทัย แสงเฟือง ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๒๐ พ.ต.ท. ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑.๒๑ พ.ต.ท. ศุภภัทร สวัสดี ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๒๒ พ.ต.ต. ทิพากร แก้วเปล่ง ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ ๑.๒๓ พ.ต.ต. นันทพล ทองน่วม ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจแห่งชาติ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๔๒ ง สำหรับลำดับที่ ๑.๑๑ ถึง ๑.๒๓ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ ในศูนย์ปฏิบัติการ ในกองบัญชาการตำรวจแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่เห็นสมควรเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ตามข้อ ๒ ก็ได้

  2. ในการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นตามข้อ ๑ ให้ผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการ เจ้าสังกัด มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบแก่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง และให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติแจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นมูลเหตุแห่งการตรวจสอบ การปฏิบัติราชการของผู้นั้นให้หน่วยงานทราบ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องปรากฏผลให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้นั้นหรือเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานอัยการสูงสุดหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นแล้วแต่กรณี เพื่อขยายเวลาได้ตามความจำเป็น ในกรณีที่ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกตรวจสอบมีความผิดตามที่ได้รับแจ้ง หรือมีความผิด ประการอื่นที่เชื่อมโยงไปถึง ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยและกฎหมายต่อไป ในกรณีที่ไม่พบว่ามี การกระทำความผิดหรือไม่ถึงขั้นต้องดำเนินการทางวินัย ให้เยียวยาแก่ผู้ถูกตรวจสอบโดยให้ไปดำรงตำแหน่ง ในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่นอกพื้นที่เดิมก่อนเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายในคราวต่อไป เมื่อดำเนินการใด ๆ ตามวรรคนี้แล้ว ให้แจ้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติเพื่อรวบรวมไว้เป็น ข้อมูลด้วย

  3. ให้ผู้บังคับบัญชาในทุกหน่วยงานของรัฐ สอดส่องพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในสังกัดในด้านประสิทธิภาพ สมรรถนะในการปฏิบัติราชการ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ในกรณีเห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไข ให้ตักเตือน แนะนำ ย้ายออกนอกพื้นที่ สับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือหากมีมูลความผิด ให้ดำเนินการทางวินัย โดยคำนึงถึง การให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ผู้นั้น การดูแลรักษาวินัยและกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา และการรักษาประโยชน์สาธารณะ ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาละเว้นหรือบกพร่องในการปฏิบัติตามข้อนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ

  4. คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14928ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMWM3MGUwYTktNGE0OS00Yjk5LThhY2QtODk3OTAxYThhYjYxIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoyNDIg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NTkt4LieMTQy4LiHLTYwLnBkZiJ9.BAu1jGspVn1bzMgKpBDiME6vUOvm8qHXUdk5H0AYeIY3 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:7ac049ac820c2915b0503a11eaf8f72fc869c5426001f9c8c3e9a343af734a36ดึงเมื่อ 2026-08-24T03:14:04.009Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR