มาตรา ๑๘
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ · null
ให้มีคณะกรรมการมาตรการทางปกครอง ประกอบด้วย อธิบดีกรมประมง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมการจัดหางาน ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมประมง เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจพิจารณาและออกคำสั่งแทนอธิบดีกรมประมงหรือ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๑๓ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ในการออกคำสั่งปิดโรงงานตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียง เป็นเสียงชี้ขาด ค่าใช้จ่ายสำหรับเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการที่จำเป็นต่อ การปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ให้เป็นตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการหรือ ตามระเบียบราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของกรมประมง ให้คณะกรรมการพิจารณาและออกคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในสามวันทำการนับแต่วันที่เลขานุการ เสนอเรื่องให้พิจารณา
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน