คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๖/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังnull8 มาตราต้นฉบับ PDF · 2 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c87e231a… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๖/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศและการปฏิบัติราชการตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำศักยภาพของข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพื่อเป็นการ สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น แต่ยังไม่มีโอกาสก้าวหน้าในตำแหน่ง หน้าที่ภายใต้กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งที่มีอยู่ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาข้อจำกัดดังกล่าวเพื่อประโยชน์ข้างต้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้มีตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นอัตราหมุนเวียนเฉพาะตัว รวม ๑๐ ตำแหน่ง สำหรับการแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งบุคคล ตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ ย้าย โอน หรือเลื่อนขึ้นเพื่อแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนราชการตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด ดังนี้

    (๑) ผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการระดับกระทรวงหรือกรม จำนวน ๕ ตำแหน่ง โดยให้ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง เทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะ เป็นกระทรวง รับเงินประจำตำแหน่ง ๒๑,๐๐๐ บาท

    (๒) ผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการระดับกรม จำนวน ๕ ตำแหน่ง โดยให้เป็นข้าราชการ พลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง เทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม รับเงินประจำตำแหน่ง ๑๔,๕๐๐ บาท เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นเป็นการจำเป็นและสมควรแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายพลเรือน ตำรวจ หรือข้าราชการฝ่ายทหาร ผู้ใดที่อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร มาดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นการเฉพาะตัว เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการปฏิรูปและการบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ ให้ดำเนินการเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณา และนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ให้ผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการตาม

    (๑) อยู่ในการบังคับบัญชาและการมอบหมายงาน ของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ส่วนกรณีตาม

    (๒) ให้อยู่ในการบังคับบัญชาและการมอบหมายงาน ของปลัดกระทรวงเจ้าสังกัด

  2. ข้าราชการที่จะย้าย โอน หรือเลื่อนขึ้น เพื่อแต่งตั้ง หรือบรรจุและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑ ต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบโดยรัฐ การดำเนินการทางวินัย หรือการดำเนินคดีอาญา เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง

  3. ให้สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ เกี่ยวกับตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และสิทธิประโยชน์ของข้าราชการดังกล่าว และให้สำนักงาน ก.พ. กำหนดวิธีปฏิบัติตามคำสั่งนี้

  4. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑ หรือให้ ไปดำรงตำแหน่งอื่น ให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง

  5. กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เสนอประธาน ก.พ. วินิจฉัย คำวินิจฉัยของประธาน ก.พ. ให้ถือเป็นที่สุด

  6. ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

  7. เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้คำสั่งนี้สิ้นสุดลง แต่ไม่กระทบต่อผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามคำสั่งนี้อยู่ก่อนแล้ว

  8. คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/15374ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDEzMTE0YjYtMGQzYy00NTdhLWJmNDgtMWNhNjAwZmUzODZmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguITguKoyODYg4LiE4Liz4Liq4Lix4LmI4LiH4Lir4Lix4Lin4Lir4LiZ4LmJ4Liy4LiE4LiT4Liw4Lij4Lix4LiB4Lip4Liy4LiE4Lin4Liy4Lih4Liq4LiH4Lia4LmB4Lir4LmI4LiH4LiK4Liy4LiV4Li0IDI1NjAt4LieMTk24LiHLTM4LnBkZiJ9.RgULh36mBKalUwhhg6_jjL2YKp-RJe-24R44_RqQBQo2 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c87e231a640a2bba983e6b3701b716e80f50179393c69e61cdc833edf1b84e9cดึงเมื่อ 2026-08-24T03:16:52.055Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR