ประมวลรัษฎากร
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6f35e9dd… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- ลักษณะ ๑ ข้อความเบื้องต้นมาตรา ๑–๔ ทศ · 22 มาตรา
- ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรมาตรา ๕–๙๑/๒๑ · 257 มาตรา
- หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕–๑๓ อัฏฐ · 21 มาตรา
- หมวด ๒ วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินมาตรา ๑๔–๓๗ ทวิ · 31 มาตรา
- ส่วน ๑ การยื่นรายการและการเสียภาษีอากรมาตรา ๑๗–๒๗ จัตวา · 16 มาตรา
- ส่วน ๒ การอุทธรณ์มาตรา ๒๘–๓๔ · 7 มาตรา
- ส่วน ๓ บทกำหนดโทษมาตรา ๓๕–๓๗ ทวิ · 5 มาตรา
- หมวด ๓ ภาษีเงินได้มาตรา ๓๘–๗๖ ตรี · 68 มาตรา
- ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
- ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดามาตรา ๔๐–๖๔ · 42 มาตรา
- ส่วน ๓ การเก็บภาษีจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล๒๐๓มาตรา ๖๕–๗๖ ตรี · 24 มาตรา
- หมวด ๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔มาตรา ๗๗–๙๐/๕ · 115 มาตรา
- ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๗๗–๗๗/๕ · 6 มาตรา
- ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษีมาตรา ๗๘–๗๘/๓ · 4 มาตรา
- ส่วน ๓ ฐานภาษีมาตรา ๗๙–๗๙/๗ · 8 มาตรา
- ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๐–๘๐/๒ · 3 มาตรา
- ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๑–๘๑/๓ · 4 มาตรา
- ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษีมาตรา ๘๒–๘๒/๑๘ · 19 มาตรา
- ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษีมาตรา ๘๓–๘๓/๑๐ · 11 มาตรา
- ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๔–๘๔/๔ · 5 มาตรา
- ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๕–๘๕/๑๙ · 20 มาตรา
- ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้มาตรา ๘๖–๘๖/๑๔ · 15 มาตรา
- ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา ๘๗–๘๗/๓ · 4 มาตรา
- ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมาตรา ๘๘–๘๘/๖ · 7 มาตรา
- ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่มมาตรา ๘๙–๘๙/๒ · 3 มาตรา
- ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐–๙๐/๕ · 6 มาตรา
- หมวด ๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ๓๗๙มาตรา ๙๑–๙๑/๒๑ · 22 มาตรา
- ลักษณะ ๒ ภาษีป้าย๔๐๘มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
- หมวด ๖ อากรแสตมป์มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
- ส่วน ๑ การเสียอากรมาตรา ๑๐๔–๑๑๒ · 12 มาตรา
- ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๑๓–๑๒๓ ตรี · 13 มาตรา
- ส่วน ๓ บทลงโทษมาตรา ๑๒๔–๑๒๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ อากรมหรสพ๔๖๙0 มาตรา
- ลักษณะ ๓ ภาษีบำรุงท้องที่๔๗๐0 มาตรา
- ลักษณะ ๔ เงินช่วยการประถมศึกษา๔๗๑0 มาตรา
- ลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์๔๗๒0 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ภาษีการซื้อข้าว๔๗๓0 มาตรา
- ลักษณะ ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล๔๗๔0 มาตรา
- ลักษณะ ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร๔๗๕0 มาตรา
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔
ส่วน ๑ ข้อความทั่วไป
6 มาตรา- ๗๗
ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมิน บัญชีอัตราภาษีเงินได้
(๒) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระ ราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ หมวด ๔ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่ ๑ถึงส่วนที่ ๑๔มาตรา ๗๗ถึง มาตรา ๙๐/๕แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔(ยกเลิกหมวด ๔ภาษีการค้า มาตรา ๗๗ถึง มาตรา ๙๓และบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙)
- ๗๗/๑
ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่ งอื่น
(๑) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติ บุคคล
(๒) “บุคคลธรรมดา”หมายความรวมถึงกองมรดก
(๓) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือ มูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคลและให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคล ธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล
(๔) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา ๓๙ องค์การของรัฐบาลตามมาตรา ๒สหกรณ์และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล
(๕) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่าบุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจ หรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่
(๖) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา ๘๕หรือมาตรา ๘๕/๑หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตาม มาตรา ๘๕/๓
(๗) “ตัวแทน”หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการ เก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆอันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทน ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร
(๘) “ขาย” หมายความว่ จำหน่ ย จ่ ย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือ ค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง
(ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ เงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย
(ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร
(ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆเว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบ กิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา ๘๗(๓) หรือมาตรา ๘๗วรรคสอง
(ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบ กิจการ ณวันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของ ผู้ประกอบการซึ่งได้ วบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓
(ช) กรณีอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวง
(๙) “สินค้า”หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆและให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่ นำเข้า
(๑๐) “บริการ” หมายความว่าการกระทำใด ๆอันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่ง มิใช่เป็นการขายสินค้ และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆแต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึง
(ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเอง โดยตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือ หลักทรัพย์
(ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (๑๑)“ผู้นำเข้า”หมายความว่าผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นซึ่งนำเข้า (๑๒)๒๕๗ “นำเข้า” หมายความว่า นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และให้ หมายความรวมถึงการนำสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่ ด้วยศุลกากรออกจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย (๑๓)“ผู้ส่งออก” หมายความว่าผู้ประกอบการซึ่งส่งออก
(๑๔) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไป ต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (ก)๒๕๘ การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี หนด
(ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตาม กฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจัทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (๑๕)“ซื้อ”หมายความว่ การรับโอนหรือรับมอบสินค้าจากการขาย (๑๖)“ราคา”หมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆอันอาจคิดคำนวณ ได้เป็นเงินซึ่งได้มีการชำระหรือตกลงจะชำระเพื่อการซื้อขายสินค้าหรือการให้บริการ
(๑๗) “ภาษีขาย” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรา ๘๒/๔ วรรคหนึ่งและ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียในกรณีที่เป็นการขายสินค้าตาม (ง) (จ) (ฉ) หรือ
(ช) ของ(๘) หรือในกรณีที่เป็นการให้บริการตาม
(๑๐) แต่ไม่รวมถึงภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา ๘๒/๑๖
(๑๘) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูก ผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา ๘๒/๔วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึ
(ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า
(ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอน สินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่ ด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่ ด้วยพิกัดอัตรา ศุลกากรตามมาตรา ๘๒/๑๕
(ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา ๘๓/๕มาตรา ๘๓/๖และมาตรา ๘๓/๗
(๑๙) “ภาษีสรรพสามิต” หมายความรวมถึง ภาษีสุรา ค่าแสตมป์ยาสูบ ค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันตามที่กำหนด โดยพระราชกฤษฎีกา
(๒๐) “สถานประกอบการ”หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบ กิจการเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของ ผู้ประกอบการนั้นเป็นสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบการมีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการ เลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ (๒๑)๒๕๙ “เขตปลอดอากร”หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากร เขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและเขต ที่มีกฎหมายกำหนดให้ยกเว้นอากรขาเข้า
(๒๒) “ใบกำกับภาษี”หมายความรวมถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลด หนี้ ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา ๘๓/๕ และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากรหรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (๒๓)“เดือนภาษี”หมายความว่าเดือนประดิทิน เว้นแต่
(ก) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีใด ให้เริ่มนับเดือนภาษีแรกตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการหรือ วันที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑/๓ถึงวันสิ้นเดือนภาษีนั้น แล้วแต่ รณี
(ข) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับอนุมัติให้ถอนทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเลิกประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือตายและผู้จัดการมรดก หรือ ทายาทมิได้ยื่นขอโอนกิจการหรือถูกอธิบดีสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีใด ให้เดือนภาษีสุดท้ายสิ้นสุดลงในวันที่อธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกจากทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๙
(ค) ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ แสดงรายการภาษีและชำระภาษีตามช่วงเวลาภาษีตามมาตรา ๘๓/๑
- ๗๗/๒
การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ๓๐)พ.ศ.
(๑) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ
(๒) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า การให้บริการในราชอาณาจักรให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึง ว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจัก การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่า การให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร
- ๗๗/๓
นอกจากกรณีตามมาตรา ๙๑/๔กิจการใดที่อยู่ในบังคับต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๒หรือได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๓ย่อมไม่อยู่ใน บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔นี้
- ๗๗/๔
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้ บุคคลดังต่อไปนี้ ที่ได้ทำสัญญาซื้อขายสิ ค้ หรือสัญญาให้บริการกับผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องจัดส่ง สำเนาสัญญาหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ไปให้เจ้าพนักงานสรรพากร ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่ที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่ได้ทำสัญญาดังกล่าว
(๑) กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้จัดส่งสำเนาสัญญาตาม ประเภทลักษณะและมูลค่าของสัญญาตามที่อธิบดีกำหนด
(๒) บุคคลอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้จัดส่งสำเนาสัญญาหรือ เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามประเภทลักษณะและมูลค่าของสัญญาหรือเอกสาร ตามที่อธิบดี กำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มูลค่าของสัญญาตาม(๑) และ(๒) จะต้องกำหนดไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐บาท
- ๗๗/๕
ในกรณีที่มีปัญหาว่ากิจการใดเป็นการขายสินค้าหรือการ ให้บริการ ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด
ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษี
4 มาตรา- ๗๘
ภายใต้บังคับมาตรา ๗๘/๓ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (๒) (๓) (๔) หรือ
(๕) ให้ความรับผิด ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย
(ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า
(ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ
(ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี
(๒) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ใน สินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึง กำหนดชำระราคาแต่ละงวดเว้นแต่กรณีที่ได้ีการกระทำดัต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคา แต่ละงวดก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย
(ก) ได้รับชำระราคาสิ ค้า หรือ
(ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี
(๓) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบ สินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่า ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย
(ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ
(ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า
(ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ
(ง) ได้มีการนำสินค้ ไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี
(๔) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้
(ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ
(ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระ อากรขาออกวางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออกแล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มี การออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)๒๖๕ การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา ๗๗/๑ (๑๔)(ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว
(ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(๕) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ๐ตามมาตรา ๘๐/๑(๕) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๘๒/๑(๒) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็การบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวงกรมหรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (๑)
(๒) และ(๓) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
- ๗๘/๑
ภายใต้บังคับมาตรา ๗๘/๓ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม(๒) (๓) หรือ
(๔) ให้ความรับผิด ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้ารกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับ ชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย
(ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ
(ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี
(๒) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความ รับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่ กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆด้วย
(ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ
(ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆแล้วแต่กรณี
(๓) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่ อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วแต่ กรณี
(๔) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๐ตามมาตรา ๘๐/๑(๕) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา ๘๒/๑(๒) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่ อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่ นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวงกรมหรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลัเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม
(๑) และ(๒) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๗๘/๒
ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการนำเข้าให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การนำเข้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (๒) (๓) หรือ
(๔) ให้ความรับผิดเกิดขึ้น เมื่อชำระอากรขาเข้ วางหลักประกันอากรขาเข้า หรือจัดให้ีผู้ค้ำประกันอากรขาเข้า เว้นแต่กรณีที่ ไม่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือได้รับยกเว้นอากรขาเข้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออก ใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (๒)๒๖๘ การนำเข้ากรณีนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้วนำ สินค้าออกจากเขตดังกล่าวโดยมิใช่เพื่อส่งออกตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๗/๑(๑๒) ให้ความรับผิด เกิดขึ้นในวันที่นำสินค้านั้นออกจากเขตดังกล่าวโดยมิใช่เพื่อส่งออก
(๓) การนำเข้ากรณีของตกค้างตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้น เมื่อทางราชการได้ขายทอดตลอดหรือขายโดยวิธีอื่นเพื่อนำเงิ มาชำระค่าภาษี ค่ เก็บรักษาค่าย้ายขน หรือค่าภาระติดพันตามวิธีการตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(๔) การนำเข้าสินค้าที่จ แนกประเภทไว้ในภาคว่ ด้วยของที่ได้ับยกเว้นอากรตาม กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑(๒)
(ค) ถ้าภายหลัง สินค้านั้นต้องเสียอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร อันทำให้ผู้ที่มีความรับผิดตามกฎหมาย ดังกล่าวหรือผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑(๓) ให้ความรับผิด เกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
- ๗๘/๓
ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริารในกรณีดังต่อไปนี้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๑) การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง เช่น สิทธิในสิทธิบัตร กู๊ดวิลล์ การขายกระแสไฟฟ้า การขายสินค้าที่มีล ษณะทำนองเดียวกัน หรือการขายสินค้ บางชนิดที่ตามลักษณะของสินค้าไม่อาจ กำหนดได้แน่นอนว่ามีการส่งมอบเมื่อใด
(๒) การขายสินค้าหรือการให้บริการด้วยเครื่องอัตโนมัติโดยวิธารชำระราคาด้วย การหยอดเงินใช้เหรียญหรือบัตร หรือในลักษณะทำนองเดียวกัน
(๓) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยการชำระราคาด้วยการใช้บัตรเครดิต หรือ ในลักษณะทำนองเดียวกัน
(๔) การขายสินค้าตามสัญญาจะขายสินค้าตามมาตรา ๗๗/๑(๘) (ก)
(๕) การขายสินค้าตามมาตรา ๗๗/๑(๘) (ง) (จ) (ฉ) หรือ
(ช) กฎกระทรวงดังกล่าวจะกำหนดให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น แตกต่างกันตามประเภทของสินค้าหรือประเภทของการให้บริการก็ได้ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
ส่วน ๓ ฐานภาษี
8 มาตรา- ๗๙
ภายใต้บังคับมาตรา ๗๙/๑ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการ ให้บริการ ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา ๗๗/๑(๑๙)ถ้ามีด้วย มูลค่าของฐานภาษีให้หมายความถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการหรือ ประโยชน์ใดๆซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน มูลค่าของฐานภาษีไม่ให้รวมถึง
(๑) ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ลดให้ในขณะขายสินค้า หรือให้บริการและได้หักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าวออกจากราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการ โดย ได้แสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้ ว่าได้มีการหักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนไว้ในใบกำกับภาษีในแต่ละครั้งที่ออก แล้ว ทั้งนี้ เว้นแต่ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนในการขายสินค้าหรือให้บริการของผู้ประกอบการจด ทะเบียนที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา ๘๖/๖หรือมาตรา ๘๖/๗ผู้ประกอบการจด ทะเบียนจะไม่แสดงส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าวให้เห็นชัดแจ้งไว้ในใบกำกับภาษีอย่างย่อก็ได้
(๒) ค่าชดเชยหรือเงินอุดหนุนตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(๓) ภาษีขาย
(๔) ค่าตอบแทนที่มีลักษณะ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
- ๗๙/๑
ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะ อย่าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าโดยการส่งออก ได้แก่มูลค่าของสินค้าส่งออกโดย ให้ใช้ราคา เอฟ.โอ.บี. ของสินค้าบวกด้วยภาษีสรรพสามิตตามที่ก หนดในมาตรา ๗๗/๑(๑๙) และ ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ไม่ให้รวมอากรขาออก ราคาเอฟ.โอ.บี. ได้แก่ราคาสินค้า ณด่านศุลกากรส่งออกโดยไม่รวมค่าประกันภัย และค่าขนส่งจากด่านศุลกากรส่งออกไปต่างประเทศ
(๒) ฐานภาษีสำหรับการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ
(ก) ในกรณีรับขนคนโดยสาร ได้แก่ มูลค่าของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียมและ ประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆเนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น
(ข) ในกรณีรับขนสิ ค้ ได้แก่ มูลค่าของค่าระวาง ค่าธรรมเนีย และประโยชน์ อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆเนื่องในการรับขนสินค้านั้นออก นอกราชอาณาจัก
(๓) ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะอย่างประเภท ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ อื่นนอกจาก (๑) หรือ
(๒) ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
- ๗๙/๒
ฐานภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ฐานภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าทุกประเภท ได้แก่ มูลค่าของสินค้านำเข้าโดย ให้ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้าบวกด้วยอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา ๗๗/๑
(๑๙) ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนและภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา การนำเข้าสินค้าที่ผู้นำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้นำอากรขาเข้าซึ่งได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนดังกล่าวมา รวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ได้แก่ราคาสินค้าบวกด้วยค่าประกันภัยและค่าขนส่งถึงด่าน ศุลกากรที่นำสินค้านั้นเข้ ในราชอาณาจัเว้ แต่
(ก) ในกรณีที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศให้ราคาในท้องตลาดสำหรับของ ประเภทใดประเภทหนึ่งที่ต้องเสียอากรตามราคาเป็นรายเฉลี่ยตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ให้ถือราคานั้นเป็นราคาสินค้าในการคำนวณราคาซี.ไอ.เอฟ.
(ข) ในกรณีที่เจ้าพนักงานศุลกากรได้ทำการประเมินราคาเพื่อเสียอากรขาเข้า ใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรให้ถือราคานั้นเป็นราคาสินค้าในการคำนวณราคาซี.ไอ.เอฟ.
(๒) ฐานภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับ ยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑(๒)
(ค) ถ้าภายหลังสินค้านั้นต้องเสียอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรอันทำให้ผู้ที่มีความรับผิด ตามกฎหมายดังกล่ วหรือผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีูลค่ เพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑(๓) ฐานภาษี สำหรับสินค้านั้น ได้แก่มูลค่าตามสภาพหรือปริมาณของสินค้าที่เป็นอยู่ในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้นตาม มาตรา ๗๘/๒(๔)
- ๗๙/๓
การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการ ให้บริการตามมาตรา ๗๙ให้ถือมูลค่าของฐานภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(๑) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่า ราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีให้ถือราคาตลาดของสินค้าหรือการให้บริการใน วันที่ วามรับผิดเกิดขึ้น
(๒) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีที่ผู้ประกอบการนำสินค้าไปใช้หรือได้ใช้ บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น โดยมิใช่เพื่อการประกอบกิจการโดยตรงตามมาตรา ๗๗/๑(๘) (ง) หรือ
(๑๐) มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าหรือบริการในวันที่ความรับผิด ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เกิดขึ้น
(๓) การขายสินค้าตามมาตรา ๗๗/๑(๘)
(จ) ที่เกิดจากสินค้าขาดจากรายงานสินค้า และวัตถุดิบตามมาตรา ๘๗(๓) หรือมาตรา ๘๗วรรคสองมูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาด ของสินค้าในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
(๔) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๐ตามมาตรา ๘๐/๑(๕) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา ๘๒/๑(๒) มูลค่าของฐานภาษีให้ถือราคาตลาดตามสภาพหรือปริมาณของสินค้าที่เป็นอยู่ใน วันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
(๕) การขายสินค้าในกรณีผู้ประกอบการมีสินค้าคงเหลือและหรือมีทรัพย์สินที่ ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณวันเลิกประกอบกิจการ มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตาม ราคาตลาดในวันเลิ ประกอบกิจ ราคาตลาดตามมาตรานี้ให้ถือราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริง ทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามที่ได้มีการตรวจสอบราคาตาม หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดและในกรณีที่ไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอนให้อธิบดีโดยอนุมัติ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาตลาดได้
- ๗๙/๔
ในกรณีที่มูลค่าของฐานภาษีที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขาย สินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าเป็นเงินตราต่างประเทศให้คำนวณเงินตราต่างประเทศนั้นเป็น เงินตราไทยตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีได้รับเงินตราต่ งประเทศจากการขายสินค้าหรือการให้บริการและได้มี การขายเงินตราต่างประเทศที่ได้รับชำระนั้นเป็นเงินตราไทยในเดือนที่ความรับผิดในการเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ให้ถือเงินตราไทยจากการขายนั้นเป็มูลค่ ของฐานภาษีที่ได้รับหรือพึงได้รับ จากการขายสินค้าหรือการให้บริการ แล้วแต่กรณี เว้นแต่มิได้มีการขายเงินตราต่างประเทศในเดือนที่ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ เกิดขึ้ ให้ถือตามอัตราถัวเฉลี่ ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อซึ่ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายของเดือนที่ความรับผิดในการเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น
(๒) ในกรณีนำเข้าสินค้าให้คำนวณราคาซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้านำเข้าที่เป็นเงินตรา ต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามอัตราที่กรมศุลกากรใช้คำนวณเพื่อเรียกเก็บอากรขาเข้าตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร
- ๗๙/๕
ฐานภาษีสำหรับการนำเข้าและการขายซึ่งยาสูบตามประเภท และชนิดที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) าหรับการนำเข้าให้เป็นไปตามมาตรา ๗๙/๒
(๒) สำหรับการขาย ได้แก่ มูลค่าของยาสูบที่ได้มาจากการหักจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ออกจากจำนวนเต็มของราคาขายปลีกของยาสูบ โดยให้คำนวณจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตรา ภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของราคาขายปลี
- ๗๙/๖
ฐานภาษีสำหรับการนำเข้ และการขายซึ่ น้ำมันดิบ และ ผลิตภัณฑ์น้ำมันตามความหมายที่กำหนดไว้ในมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับการนำเข้า ให้เป็นไปตามมาตรา ๗๙/๒
(๒) สำหรับการขาย
(ก) กรณีน้ำมันดิบให้เป็นไปตามมาตรา ๗๙
(ข) กรณีผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ละชนิด ได้แก่ มูลค่าของผลิตภัณฑ์น้ำมันชนิดนั้นที่ ได้มาจากการหักจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจำนวนเต็มของราคาขายปลีกของผลิตภัณฑ์น้ำมัน ดังกล่าว โดยให้ค นวณจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ มตามอัตราภาษีูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจำนวนเต็มของ ราคาขายปลีก ราคาขายปลีกของผลิตภัฑ์น้ำมัแต่ละชนิดตามวรรคหนึ่ ให้คำนวณตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง คำว่า “น้ำมันดิบ”หมายความว่าน้ำมันดิบตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม เว้นแต่ อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่นโดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรก็ได้ คำว่า “ผลิตภัณฑ์น้ำมัน”หมายความว่าน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องบินไอพ่นน้ำมันดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงหนัก น้ำมันเตา น้ำมันหล่อลื่น ก๊าซปิโตรเลียม เหลว และผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ทั้งนี้ เฉพาะสินค้าที่คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและ ป้องกันการผูกขาดได้กำหนดราคาขายปลี ไว้
- ๗๙/๗
ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้า สินค้าที่มิได้บัญญัติไว้ในส่วนนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา และในพระราชกฤษฎีกา จะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด ๆเพื่อการคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับกิจการดังกล่าวด้วย ก็ได้
ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
3 มาตรา- ๘๐
ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๑๐.๐ในการคำนวณภาษีูลค่าเพิ่มสำหรับ การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๐/๒ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
(๑) การขายสินค้า
(๒) การให้บริการ
(๓) การนำเข้า อัตราภาษีตามวรรคหนึ่งให้ลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาแต่ต้องกำหนด อัตราภาษีให้เป็นอัตราภาษีเดียวกันสำหรับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าทุกกรณี
- ๘๐/๑
ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ การประกอบกิจการประเภทต่างๆดังต่อไปนี้
(๑) การส่งออกสินค้าที่ มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมู ลค่าเพิ่มตาม มาตรา ๘๑(๓)
(๒) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามประเภทหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ให้รวมถึงการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อใช้ผลิตสินค้าในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออก และ การให้บริการที่กระทำในเขตดังกล่าวเพื่อใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกด้วย๒๘๐ (๓)๒๘๑ การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลที่ กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล
(๔) การขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวงกรมราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี หนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(๕) การขายสินค้าหรือการให้บริการกับองค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญ พิเศษของสหประชาชาติสถานเอกอัครราชทูตสถานทูตสถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล ทั้งนี้ เฉพาะ การขายสินค้าหรือการให้บริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(๖) การขายสินค้าหรือการให้บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์ บนหรือระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร ไม่ว่าจะอยู่ ในเขตเดียวกันหรือไม่ หรือระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขต ปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกำหนด๒๘๒ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความถึงคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๓)พ.ศ. ๒๕๔๑
- ๘๐/๒
ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๒.๕ ในการคำนวณภาษีมูลค่ เพิ่ สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในราชอาณาจักร ซึ่งกิจการดังกล่าวต้องคำนวณเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๖ อัตราภาษีตามวรรคหนึ่ง ให้ลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องกำหนด อัตราภาษีให้เป็นอัตราภาษีเดียวกันสำหรับการขายสินค้าและการให้บริการทุกกรณี
ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
4 มาตรา- ๘๑
ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้
(ก) การขายพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบเปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอกหัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆของพืชและวัตถุพลอยได้จากพืช ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสด หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือ ด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่ง ด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บดทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น ข้าวสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ ได้จากการสีข้าว แต่ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟื หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ บรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(ข) การขายสัตว์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต และในกรณีสัตว์ไม่มีชีวิตไม่ว่าจะ เป็นเนื้อ ส่วนต่าง ๆของสัตว์ ไข่ น้ำนม และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษา สภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็การชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็หรือด้วยการ จัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วย วิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บดทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์ อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด
(ค) การขายปุ๋ย
(ง) การขายปลาป่นอาหารสัตว์
(จ) การขายยาหรือเคมีภัฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุ รักษาป้องกัน ทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์
(ฉ) การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียน
(ช) การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตาม ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
(ซ) การให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรมในสาขาและลักษณะการ ประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(ฌ) การให้บริการการประกอบโรคศิลปะการสอบบัญชี การว่าความ หรือการ ประกอบวิชาชีพอิสระอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ เฉพาะวิชาชีพอิสระที่มี กฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพอิสระนั้น
(ญ) การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาล
(ฎ) การให้บริการวิจัย หรือการให้บริการทางวิชาการ ทั้ งนี้ ในสาขาและ ลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(ฏ) การให้บริารห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์
(ฐ) การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน
(ฑ) การให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น
(ฒ) การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ ทั้งนี้ เฉพาะบริการในสาขาและ ลักษณะการประกอบกิจการตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร
(ด) การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศซึ่งมิใช่เป็นการขนส่งโดยอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล
(ต) การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(ถ) การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ไม่รวมถึ บริการที่เป็น พาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการ สาธารณูปโภคหรือไม่ก็ตาม
(ท) การขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวงกรมซึ่งส่งรายรับ ทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย
(ธ) การขายสินค้าหรือการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนาหรือการ สาธารณกุศลภายในประเทศซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น
(น) การขายสินค้าหรือการให้บริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
(๒) การนำเข้าสินค้าดังต่อไปนี้
(ก) สินค้าตาม(๑) (ก) ถึง
(ฉ) (ข)๒๘๕ สินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะสินค้า ที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้ ตามกฎหมายว่ ด้วยการนั้น
(ค) สินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตาม กฎหมายว่าด้วยพิัดอัตราศุลกากร
(ง) สินค้าซึ่งนำเข้าและอยู่ในอารักขาของศุลกากร แล้วได้ส่งกลับออกไป ต่างประเทศโดยได้คืนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(๓) การส่งออกซึ่งสินค้าหรือบริการของผู้ ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสีย ที่ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๖ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มาหรับการประกอบกิจการตามมาตรานี้ อธิบดีจะเสนอให้ คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดลักษณะของกิจการและเงื่อนไขในการประกอบ กิจการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้วให้ ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา และหากกิจการนั้นมิได้เป็นไปตาม ลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด กิจการนั้นจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรานี้
- ๘๑/๑
ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ใน บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของ กิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งจะกำหนดจำนวนมูลค่าของฐานภาษีของกิจการ ขนาดย่อมให้แตกต่างกันในกิจการแต่ละประเภทไม่ได้ แต่จำนวนมูลค่าของฐานภาษีที่กำหนดจะต้อง ไม่้อยกว่า ๖๐๐,๐๐๐บาทต่อปี
- ๘๑/๒
กิจการใดได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามส่วนนี้หรือตามกฎหมาย อื่นให้ผู้ประกอบการได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามหมวดนี้ แต่อธิบดีจะกำหนดให้ผู้ประกอบการต้อง จัดทำรายงานตามส่วน ๑๑ก็ได้
- ๘๑/๓
ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้ มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวดนี้ได้โดยต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓
(๑) กิจการขายสินค้าตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘๑(๑) (ก) ถึง (ฉ)
(๒) กิจการขนาดย่อมตามมาตรา ๘๑/๑
(๓) กิจการอื่นตามที่ก หนดโดยพระราชกฤษฎี เมื่อผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่งได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑(๒) แล้ว ผู้ประกอบการดังกล่าวจะเลิกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ต่อเมื่อได้ใช้สิทธิขอถอนทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๐(๓) และอธิบดีได้สั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษี
19 มาตรา- ๘๒
ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติ ในหมวดนี้
(๑) ผู้ประกอบการ
(๒) ผู้นำเข้า
- ๘๒/๑
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
(๑) ในกรณีที่ผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร และได้ขายสินค้าหรือให้บริการ ในราชอาณาจักรเป็นปกติธุระโดยมีตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร ได้แก่ ตัวแทนดังกล่าว
(๒) ในกรณีการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๐ตามมาตรา ๘๐/๑(๕) ถ้าภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือโอนสิทธิในบริการนั้นไป ให้กับบุคคลที่มิใช่องค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ สถาน เอกอัครราชทูต สถานทูตสถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล ได้แก่ ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิใน บริการดังกล่าว
(๓) ในกรณีสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑(๒)
(ค) ถ้า ภายหลังสินค้านั้นต้องเสียอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ได้แก่
(ก) ผู้ที่มีความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
(ข) ผู้รับโอนสินค้า ถ้ามีการโอนสินค้าดังกล่าว
(๔) ในกรณีที่มีการควบเข้ากัน ได้แก่ ผู้ที่ควบเข้ากันและผู้ประกอบการใหม่
(๕) ในกรณีโอนกิจการได้แก่ ผู้โอนและผู้รับโอน
- ๘๒/๒
ในกรณีที่ผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร ให้ผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบในการประกอบกิจการรวมตลอดถึ ลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทนซึ่งมีอ นาจในการจัดการ แทนโดยตรงหรือโดยปริยายที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มร่วมกับบุคคลตาม มาตรา ๘๒
- ๘๒/๓
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๒/๗มาตรา ๘๒/๘และมาตรา ๘๒/๑๖ ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ โดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ผู้ประกอบการชำระภาษีเท่ากับส่วนต่างนั้น ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ให้เป็นเครดิตภาษีและให้ผู้ประกอบการนั้นมีสิทธิ ได้รับคืนภาษีหรือนำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามส่วน ๘ ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุ จำเป็นตามที่อธิบดี หนดให้มีสิทธินำไปหัในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้ นได้ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามปีนับจากวันที่ได้มีการออกใบกำกับ ภาษี
- ๘๒/๔
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๓/๕มาตรา ๘๓/๖และมาตรา ๘๓/๗ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเมื่อความรับผิดใน การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยคำนวณจากฐานภาษีตามส่วน ๓และอัตราภาษีตามส่วน ๔ บทบัญญัติมาตรานี้มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดง ราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้แจ้ ให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทราบด้วยหรือไม่ก็ตาม ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ตามมาตรานี้ ย่อมเป็นภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บ ตามมาตรานี้ เนื่องจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการมาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของตน ย่อมเป็น ภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น
- ๘๒/๕
ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตาม มาตรา ๘๒/๓
(๑) กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ เว้นแต่เป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(๒) กรณีใบกำกับภาษีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(๓) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(๔) ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนอง เดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(๕) ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน ๑๐
(๖) ภาษีซื้อตามที่อธิบดี หนดโดยอนุมัติัฐมนตรี ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๒/๖
ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำ สินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการประกอบกิจการของตนไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสอง ประเภทให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
- ๘๒/๗
ในการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติ รัฐมนตรีตามมาตรา ๗๙/๕ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ โดยให้ คำนวณจากฐานภาษีตามมาตรา ๗๙/๕(๒) ของส่วน ๓และอัตราภาษีตามส่วน ๔สำหรับการขาย ทุกทอด
- ๘๒/๘
ในการขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา ๗๙/๖ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ โดยให้คำนวณจากฐานภาษีตามมาตรา ๗๙/๖(๒) (ก) หรือ
(ข) ของส่วน ๓และอัตราภาษีตามส่วน ๔สำหรับการขายทุกทอด
- ๘๒/๙
ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการและ ได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓แล้ว ต่อมาหากมีเหตุการณ์ อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมี จำนวนเพิ่มขึ้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่คำนวณ จากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่เพิ่มขึ้นมารวมในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ถือเป็นภาษี ขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา ๘๖/๙
(๑) มีการเพิ่มราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสิ ค้าเกินกว่าจำนวนที่ตกลงซื้อขายกัน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดต่ำกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
(๒) มีารเพิ่มราคาค่ บริารเนื่องจากให้บริารเกินกว่าข้อกำหนดที่ ตกลงกัคำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดต่ำกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบเพิ่มหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏตาม ใบเพิ่มหนี้ดังกล่าวมาหักออกในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ถือเป็นภาษีซื้อของตนในเดือนภาษี ที่ได้รับใบเพิ่มหนี้นั้น ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๒/๑๐
ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการ และได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่ อเสียภาษีมูลค่ เพิ่ ตามมาตรา ๘๒/๓แล้ว ต่อมาหากมี เหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือ บริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่ คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ ออกใบลดหนี้ตามมาตรา ๘๖/๑๐
(๑) มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน สินค้าชำรุด เสียหาย หรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่ อธิบดีกำหนด
(๒) มีการลดราคาค่าบริการเนื่องจากการให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน บริการ ขาดจำนวน คำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็จริ หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดี กำหนด
(๓) ได้ับสินค้าที่ขายกลับคืนมาเนื่องจากสินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่ตรงตามตัวอย่าง ไม่ตรงตามคำพรรณนาหรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
(๔) มีการบอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากเหตุและตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบลดหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏตามใบลด หนี้ดังกล่าวมาหักออกจากภาษีซื้อของตนในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้นั้น
- ๘๒/๑๑
ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการ และได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓แล้ว ต่อมาหากมีหนี้ สูญ เกิดขึ้นจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ และการจำหน่ายหนี้สูญดังกล่าวได้เป็นไปตามจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีำหนด ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนำภาษีขายที่คำนวณจาก ส่วนของหนี้สูญดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้มีการจำหน่ายหนี้สูญ การคำนวณส่วนของหนี้สูญเพื่อนำมาหักออกจากภาษีขายตามวรรคหนึ่งให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด หนี้สูญรายใดที่ได้จำหน่ายไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับ ชำระในภายหลัง ให้นำภาษีขายที่คำนวณจากส่วนของหนี้สูญตามวรรคหนึ่งที่ได้รับชำระดังกล่าวมา รวมเป็นภาษีขายในเดือนภาษีที่ได้รับชำระ
- ๘๒/๑๒
ในการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มใน อัตราร้อยละ ๐ตามมาตรา ๘๐/๑(๕) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้ หรือโอนสิทธิใน บริการอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการที่มีหน้าที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑(๒) เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น โดยให้คำนวณจากฐานภาษีตามมาตรา ๗๙/๓(๔) ของส่วน ๓และอัตราภาษีตามมาตรา ๘๐
- ๘๒/๑๓
ในกรณีที่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร และได้เข้ามา ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว โดยไม่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา ๘๕/๓หรือในกรณีที่ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ผู้ประกอบการดังกล่าวเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นโดยให้คำนวณจากฐานภาษีตามส่วน ๓และอัตรา ภาษีตามมาตรา ๘๐หรือมาตรา ๘๐/๑แล้วแต่กรณี
- ๘๒/๑๔
ให้ผู้นำเข้าเสียภาษีมูลค่ เพิ่มและชำระภาษีสำหรับสินค้านำเข้า เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยให้คำนวณจากฐานภาษีตามส่วน ๓และอัตรา ภาษีตามมาตรา ๘๐
- ๘๒/๑๕
ในการนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้รับโอนสินค้าที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑(๓) เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เกิดขึ้นโดยให้คำนวณจากฐานภาษีตามมาตรา ๗๙/๒(๒) ของส่วน ๓และอัตราภาษีตามมาตรา ๘๐
- ๘๒/๑๖
เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งประกอบ กิจการเฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการในราชอาณาจัและกิจการดังกล่าวมีมูลค่าของฐาน ภาษีเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามมาตรา ๘๑/๑แต่ไม่เกินกว่ามูลค่าของฐาน ภาษีซึ่งได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามที่ก หนดโดยพระราชกฤษฎีกาให้ผู้ประกอบการดังกล่าวเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากฐานภาษีในเดือนภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๐/๒ ในการคำนวณฐานภาษีตามวรรคหนึ่งมิให้นำมาตรา ๗๙วรรคสาม(๓) มาใช้บังคับ ห้ามมิให้ผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่งซึ่งได้จดทะเบียนภาษีมู ลค่าเพิ่ม เรียกเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการตามมาตรา ๘๒/๔หรือออกใบกำกับภาษี ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๒/๑๗
บทบัญญัติมาตรา ๘๒/๑๖มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการที่จะ ใช้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กำหนดในมาตรา ๘๒/๓แต่เมื่อใช้สิทธิดังกล่าวแล้วจะขอให้นำมาตรา ๘๒/๑๖มาใช้บังคับอีกไม่ได้
- ๘๒/๑๘
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา ๘๒/๑๖แจ้งให้อธิบดีทราบในกรณีและภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา ๘๒/๓ให้แจ้งต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(๒) สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต่อมามีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่ามูลค่า ของฐานภาษีตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๘๒/๑๖ให้แจ้งต่ออธิบดี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่ามูลค่ ของฐานภาษีตามที่กำหนดในพระราช กฤษฎีกาดังกล่าว ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓ และไม่มีสิทธิคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๖อีกต่อไป ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคสอง ห้ามมิให้นำภาษีซื้อที่ถูกผู้ประกอบการ จดทะเบียนอื่นเรียกเก็บในขณะที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๑๖มาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓
ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษี
11 มาตรา- ๘๓
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๓/๑ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ แสดงรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่นเป็นรายเดือนภาษีพร้อมกับชำระภาษีถ้ามี ไม่ว่า จะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีสำหรับเดือนภาษีใดให้ยื่นภายใน วันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีให้ยื่นและชำระ ณที่ว่าการอำเภอ ท้องที่ที่สถานประกอบตั้งอยู่ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดสถานที่เป็นอย่างอื่น ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง การยื่นแบบแสดง รายการภาษีและชำระภาษี ให้แยกยื่ และชำระเป็รายสถานประกอบการ ทั้ นี้ เว้ แต่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะยื่นคำร้องต่ออธิบดีขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมกัน ณที่ว่าการอำเภอท้องที่แห่งใดแห่งหนึ่ง หรือ ณสถานที่ที่อธิบดีกำหนดตามวรรคสามก็ได้ และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้ ไป ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามวรรคหนึ่ง หากมีเครดิตภาษีหรือมีภาษีที่ต้อง ขอคืนให้ดำเนินการตามส่วน ๘
- ๘๓/๑
สำหรับกิจการบางประเภทและหรือบางขนาดซึ่งผู้ประกอบการ จดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาอาจตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ แสดงรายการภาษีและชำระภาษีตามช่วงเวลาภาษี โดยให้แต่ละช่วงเวลาภาษีมีกำหนดไม่เกินสาม เดือนก็ได้ และเพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า ช่วงเวลาภาษีแต่ละช่วงตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาเป็นเดือนภาษีสำหรับกิจการนั้น ๆ
- ๘๓/๒
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑(๑) (๓) (๔) หรือ
(๕) และมาตรา ๘๒/๒มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี เช่นเดียวกับผู้ประกอบการจดทะเบียน
- ๘๓/๓
ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่ในการยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีแทนหรือร่วมกับผู้ประกอบการจดทะเบียน
(๑) ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ ความสามารถได้แก่ ผู้อนุบาลหรือผู้พิท ษ์ แล้วแต่กรณี
(๒) ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้นำเข้าเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งถึงแก่ความ ตายได้แก่ ผู้จัดการมรดก ทายาทหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก
(๓) ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ได้แก่ ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลนั้น
(๔) ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ได้แก่ กรรมการผู้อำนวยการ ผู้จัดการ หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการ
(๕) ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเลิกกันโดยมีการชำระบัญชี ได้แก่ ผู้ชำระบัญชีและกรรมการ ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการซึ่ง ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลิกนิติบุคคลนั้น ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๓/๔
ภายใต้บังคับส่วน ๑๓และส่วน ๑๔ในกรณีที่ผู้ประกอบการ จดทะเบียนยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ว่าการคลาดเคลื่อนนั้นจะเป็นเหตุให้ จำนวนภาษีในเดือนภาษีเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ก็ตาม ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบแสดง รายการภาษีเพิ่มเติ อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับชำระภาษีถ้ามี ให้ถูกต้องครบถ้วนโดยยื่น สถานที่ที่ได้ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ก่อน
- ๘๓/๕
ในการขายทอดตลาดให้ผู้ทอดตลาดซึ่งขายทอดตลาดทรัพย์สิน ของผู้ประกอบการจดทะเบียน มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้อง เสีย ให้ผู้มีหน้าที่นำส่งตามวรรคหนึ่ง นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยยื่นรายการตามแบบ นำส่งภาษีที่อธิบดี หนด สถานที่และกำหนดเวลาตามที่บญญัติไว้ในมาตรา ๕๒และให้นำมาตรา ๕๔และมาตรา ๕๕มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้ทอดตลาดที่เป็นส่วนราชการออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้ซื้อในการขายทอดตลาด และจัดทำสำเนาให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ในกรณีที่ส่วนราชการขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถูกยึดมาตาม กฎหมายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดให้นำความในมาตรานี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้ถือเป็นใบกำกับ ภาษี เว้นแต่ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการ จดทะเบียนที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖ไม่ให้ถือเป็นใบกำกับภาษี
- ๘๓/๖
เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับ ผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริารมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
(๑) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา ๘๕/๓
(๒) ผู้ ประกอบการที่ ได้ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นใน ราชอาณาจักร
(๓) ผู้ประกอบการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้นำมาตรา ๘๓/๕วรรคสองมาใช้บังคับ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๓/๗
ในการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มใน อัตราร้อยละ ๐ให้ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้ รับโอนสิทธิในบริการมีหน้ ที่นำส่งเงินภาษีูลค่าเพิ่มที่ตนมี หน้าที่ต้องเสียตามมาตรา ๘๒/๑๒ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เกิดขึ้น ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนา ให้นำมาตรา ๘๓/๕วรรคสองมาใช้บังคับ
- ๘๓/๘
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๓/๙ ให้ผู้นำเข้าที่ มี หน้าที่เสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณด่าน ศุลกากรตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร พร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ในกรณีนำเข้าสินค้ เข้าไปในคลังสินค้าทัฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือ ในกรณีนำเข้าเครื่องจักร หรือวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก ของผู้ได้รับการส่งเสริมตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนผู้น เข้าจะวางเงินประกัน หลักประกันหรือจัดให้มีผู้ค้ำประกัน เพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีก็ได้ วิธีการประกันและการถอนประกัน ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ในการนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตาม กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑(๒)
(ค) ถ้าภายหลัง สินค้านั้นต้องเสียอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา ๘๒/ ๑(๓) ยื่นใบขนสินค้าและชำระภาษีตามวรรคหนึ่งพร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากร
- ๘๓/๙
ในกรณีที่มีการนำสินค้าที่นำเข้าเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตาม กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือเขตปลอดอากรถ้าภายหลังสินค้านั้นได้ปล่อยออกจากคลัสินค้าทัณฑ์บน โดยมิใช่เพื่อส่งออก หรือได้มีการนำสินค้าออกจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออก ให้ผู้นำเข้าที่มี หน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มยื่นใบขนสินค้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากรพร้อมกับการ ชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
- ๘๓/๑๐
ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๑) สำหรับสินค้าที่นำเข้า ให้กรมศุลกากรเรียกเก็บเพื่อกรมสรรพากร และในกรณี ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๕)พ.ศ. ๒๕๔๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ของตกค้างตามมาตรา ๗๘/๒(๓) ให้กรมศุลกากรหักภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มเพื่อ กรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีก หนด
(๒) สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตด้วยให้กรม สรรพสามิตเรียกเก็บเพื่อกรมสรรพากร
ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
5 มาตรา- ๘๔
เครดิตภาษีที่เหลืออยู่ในแต่ละเดือนภาษีจากการคำนวณภาษีตาม มาตรา ๘๒/๓ให้ผู้ ประกอบการจดทะเบียนมีิทธินำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา หรือมีสิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดง รายการภาษีของเดือนภาษีนั้นตามมาตรา ๘๓หรือมาตรา ๘๓/๑เว้นแต่ในกรณีที่มารยื่นแบบแสดง รายการภาษีเพิ่มเติมเพราะการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา ๘๓/๔ก็ให้มี สิทธิขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมนั้น
- ๘๔/๑
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ให้กระทำได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีที่มีภาษีต้องคืน แต่ผู้ประกอบการ จดทะเบียนมิได้ขอคืนตามมาตรา ๘๔ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายใน สามปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้น
(๒) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีอื่น ให้ยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับ แต่วันที่ได้ชำระภาษี คำร้องขอคืนภาษีให้เป็ไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด ในกรณีที่ผู้ขอคืนภาษีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษี ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ และถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถาน ประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี รวมกัน ก็ให้ยื่นคำร้องขอคืนภาษีรวมกัน ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ หรือ ณสถานที่ที่อธิบดีกำหนดตาม มาตรา ๘๓วรรคสี่ และในกรณีที่ผู้ขอคืนภาษีมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ยื่นคำร้องขอคืน ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่ผู้ขอคืนมีภูมิลำเนา ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๔/๒
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าในกรณีดังต่อไปนี้ให้ กระทำได้ตามเงื่อนไขดังนี้
(๑) ในกรณีผู้นำเข้ามีข้อโต้แย้งตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือเป็นคดีในศาล การ ขอคืนภาษีให้กระทำภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวิจฉัยข้อโต้แย้งอากรขาเข้ เป็นหนังสือ หรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี
(๒) ในกรณีผู้นำเข้าที่มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และต่อมาได้ส่งสินค้ากลับออกไป การขอคืนภาษี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และ อัตราส่วนเช่นเดียวกับการคืนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่กำหนดไว้สำหรับขอคืนอากร ขาเข้า คำร้องขอคืนภาษีตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด ในกรณีผู้ขอคืนภาษีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนให้ยื่นคำร้องขอคืน ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่ตามที่กำหนดในมาตรา ๘๔/๑วรรคสามและในกรณีผู้ขอคืนภาษีมิได้เป็นผู้ประกอบการ จดทะเบียนให้ยื่นคำร้องขอคืนณด่านศุลกากรขาเข้
- ๘๔/๓
การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ ม ให้ผู้ได้รับคืนภาษีได้รับดอกเบี้ยตาม หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๔ทศ
- ๘๔/๔
ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนเพื่อนำออกไปนอก ราชอาณาจักรขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถู เรียกเก็บไว้แล้วได้
ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
20 มาตรา- ๘๕
ผู้ประกอบการซึ่งจะเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ให้ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ยื่น ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ถ้าผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒๕๔๑ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ การยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดและให้ผู้ประกอบการดังกล่าวเป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีูลค่าเพิ่ม
- ๘๕/๑
ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ต้อง ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการและมีมูลค่า ของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดย พระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๑/๑ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่
(ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของ กิจการขนาดย่อมสำหรับกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้ แล้วหรือ
(ข) วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ สำหรับกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมขึ้นใหม่ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา กำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมน้อยกว่าที่กำหนดไว้ก่อน
(๒) สำหรับผู้ประกอบการที่ได้แจ้งต่ออธิบดีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑/๓ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่ออธิบดี ให้นำมาตรา ๘๕วรรคสองวรรคสามและวรรคสี่มาใช้บังคับ
- ๘๕/๒
ให้ตัวแทนตามมาตรา ๘๒/๑(๑) เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการ จดทะเบียนภาษีมูลค่ เพิ่มของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรด้วย
- ๘๕/๓
ให้ผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๑) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร และเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว
(๒) ผู้ ประกอบการที่ ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นใน ราชอาณาจักร
(๓) ผู้ประกอบการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเมื่อมีเหตุอันสมควร อธิบดีจะผ่อนผันให้ผู้ประกอบการตาม (๑) หรือ
(๓) ซึ่งการประกอบกิจการของ ผู้ประกอบการดังกล่าวมีลักษณะและวิธารตามที่อธิบดีกำหนดมีิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นการชั่วคราวก็ได้ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ การยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราว และการออกใบทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราว ให้เป็นไปตามแบบหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี หนด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่จะพิจารณากำหนดว่า การเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักร อย่างใด เป็นการเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว
- ๘๕/๔
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ณที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายในสถานประกอบการเป็นรายสถานประกอบการ
- ๘๕/๕
ในกรณีที่ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณสถานที่ ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือ ชำรุด การยื่นคำขอและการออกใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถือเป็นใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ๘๕/๖
ในกรณีที่มีการเปลี่ ยนแปลงรายการที่ ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานประกอบการ ประเภทกิจการ ประเภทสินค้าหรือบริการ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น สถานที่ที่ได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น การแจ้ การเปลี่ยนแปลงรายการตามวรรคหนึ่ และการออกใบทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เปลี่ยนแปลงรายการแล้ว ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด
- ๘๕/๗
ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดประสงค์จะเปิดสถานประกอบการ เพิ่มเติม ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณสถานที่ที่ได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ก่อนวันเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติมไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เพื่อขอรับ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสถานประกอบการนั้น ในการปิดสถานประกอบการบางแห่ง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแจ้งการ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายในสิบห้าวันนับ จากวันปิดสถานประกอบการ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ปิดสถานประกอบการคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ของสถานประกอบการนั้ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีู มูลค่า เพิ่ ไว้พร้อมกับการแจ้งการ เปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้นำมาตรา ๘๕/๖วรรคสองมาใช้บังคับ
- ๘๕/๘
ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดประสงค์จะย้ายสถานประกอบการ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ก่อนวันย้ายสถานประกอบการไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้ผู้ ประกอบการจดทะเบียนที่ย้ายสถานประกอบการแจ้ การเปิดสถาน ประกอบการแห่งใหม่ ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการแห่งใหม่ตั้งอยู่ก่อนวันเปิดสถาน ประกอบการแห่ ใหม่ไม่น้อยกว่าสิบห้ วัเพื่อขอรับใบทะเบียนภาษีมูลค่ เพิ่ หรับสถาน ประกอบการแห่งใหม่นั้น พร้อมกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของสถานประกอบการเดิม ให้นำมาตรา ๘๕/๖วรรคสองมาใช้บังคับ
- ๘๕/๙
ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดลักษณะและเงื่อนไขของสถาน ประกอบการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราวเป็นสถานประกอบการเฉพาะกิจได้ สถานประกอบการชั่วคราวที่มีลักษณะและเงื่อนไขเป็นสถานประกอบการเฉพาะกิจ ตามที่อธิบดีกำหนดไม่ให้ถือว่าเป็นสถานประกอบการที่อยู่ในบังคับของมาตรา ๘๕/๖มาตรา ๘๕/๗ และมาตรา ๘๕/๘แต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งจัดตั้งสถานประกอบการเฉพาะกิจจะต้องทำ รายงานและปฏิบัติตามแบบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
- ๘๕/๑๐
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไปนี้ มีิ ทธิขอให้อธิบดีสั่ง ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้
(๑) ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้ แล้วได้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งกิจการของตนมีมูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าของฐานภาษี ของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปีก่อนการ ขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๒) ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของ กิจการขนาดย่อมให้สูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้่อน ได้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งกิจการของตนมี มูลค่าของฐานภาษีก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาต่ำกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาด ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ย่อมเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปี
(๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้แจ้งต่ออธิบดีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา ๘๑/๓ได้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ระยะเวลาตามที่ก หนดในกฎกระทรวงโดยนับแต่วันที่ผู้นั้นเริ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและ ต้องมีมูลค่าของฐานภาษีของกิจการต่ำกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมที่กำหนดไว้ในพระ ราชกฤษฎีกาตลอดระยะเวลาดังกล่าว
(๔) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖ซึ่ง กิจการของตนมีมูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดไว้ใน พระราชกฤษฎีกาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาตามที่กำหนดในกฎกระทรวงก่อนการขอ ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การใช้สิทธิขอให้อธิบดีสั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตาม แบบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด กฎกระทรวงตาม(๓) จะกำหนดระยะเวลาให้แตกต่างกันในกิจการแต่ละประเภทก็ได้ แต่ระยะเวลาที่กำหนดจะต้องไม่น้อยกว่าสองปี
- ๘๕/๑๑
กิจการใดที่ผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว และมีมูลค่าของฐานภาษีสูงกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราช กฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๑/๑แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของ ฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมสูงกว่าที่กำหนดไว้ก่อนซึ่งมีผลทำให้มูลค่าของฐานภาษีของกิจการ ดังกล่าวต่ำกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมที่กำหนดขึ้ นใหม่ ให้การจดทะเบียนของ ผู้ประกอบการนั้นยังคงมีผลต่อไป เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้ใช้สิทธิตามมาตรา ๘๕/๑๐
(๒) และ(๔) ขอให้อธิบดีสั่งถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ๘๕/๑๒
ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดประสงค์จะหยุดประกอบกิจการ ชั่วคราวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสามสิบวัน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการหยุดประกอบ กิจการชั่วคราว ณที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่หยุด ประกอบกิจการชั่วคราว
- ๘๕/๑๓
ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดประสงค์จะโอนกิจการบางส่วน หรือทั้งหมดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการโอนกิจการและการเปลี่ยนแปลงรายการ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถ้ามี หรือแจ้งการโอนและแจ้งการเลิกประกอบกิจการตามมาตรา ๘๕/๑๕ แล้วแต่กรณี ตามแบบที่อธิบดีกำหนด ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ก่อนวันโอนกิจการ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในกรณีที่ผู้รับโอนกิจการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนให้ผู้รับโอนแจ้งการรับโอน กิจการ และการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถ้ามี ณสถานที่ที่ผู้รับโอนได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ไม่้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับโอนกิจการ และในกรณีที่ผู้รับโอนไม่ใช่ผู้ประกอบการ จดทะเบียนให้ผู้รับโอนยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับโอนกิจการ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้รับโอนประกอบกิจการดังกล่าวต่อเนื่องไปพลางก่อนได้ ให้นำมาตรา ๘๕/๑๕วรรคสองมาใช้บังคับในกรณีที่เป็นการโอนกิจการทั้งหมด
- ๘๕/๑๔
ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นนิติบุคคลใดประสงค์จะควบ เข้ากัน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเลิกประกอบกิจการตามมาตรา ๘๕/๑๕ตามแบบที่ อธิบดีกำหนด และให้นิติบุคคลใหม่ซึ่งได้ควบเข้ากันยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลใหม่
- ๘๕/๑๕
ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดเลิกประกอบกิจการให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเลิกกิจการตามแบบที่อธิบดีกำหนด ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายในสิบห้าวันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เลิกกิจการคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณสถานที่ที่ ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้พร้อมกับการแจ้งเลิกประกอบกิจการ
- ๘๕/๑๖
ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบุ คลธรรมดาถึงแก่ ความตายให้ความเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนของผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวสิ้นสุดลง และให้ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายมีสิทธิประกอบกิจการ ต่อไปได้อีกไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถึงแก่ความตาย แต่ต้องแจ้งให้นาย ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทราบถึงความตายของผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเร็วที่สุด ในกรณีที่ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายใช้สิทธิ ดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกดังกล่าวมีสิทธิและความรับผิดในฐานะ ผู้ประกอบการจดทะเบียนและในกรณีที่มีเหตุอันสมควรผู้ครอบครองทรัพย์มรดกนั้นอาจขอให้อธิบดี สั่งขยายเวลาตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งได้โดยแสดงเหตุผลความจำเป็นต่ออธิบดี ให้อธิบดีมีอำนาจ สั่งขยายเวลาได้ตามที่เห็นสมควรโดยจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้ ในกรณีที่ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายไม่ใช้ สิทธิดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกดังกล่าวคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของ ผู้ตาย ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ถึงแก่ความตาย หากผู้จัดการมรดกหรือทายาทประสงค์จะประกอบกิจการของผู้ประกอบการจด ทะเบียนที่ถึงแก่ความตายต่อไป ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทนั้นมีสิทธิขอโอนกิจการของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดและให้นำ มาตรา ๘๕/๑๓วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม และเมื่ออธิบดีได้สั่งให้โอนกิจการแล้วให้สิทธิของ ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกตามมาตรานี้สิ้นสุดลง ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทที่รับโอนกิจการคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ตาย ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วแต่กรณี และในกรณีที่ผู้ครอบครอง ทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายได้ใช้สิทธิดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่ง แต่เมื่อ พ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือระยะเวลาที่อธิบดีได้ขยายให้ตามวรรคสองแล้วไม่มีผู้จัดการมรดก หรือทายาทขอโอนกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคสี่ ให้ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ รับผิดชอบในการดำเนิ กิจการของผู้ ประกอบการจดทะเบียนที่ ถึงแก่ความตายคื ใบทะเบีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณสถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันพ้นกำหนด ดังกล่าว
- ๘๕/๑๗
ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดกระทำผิดบทบัญญัติในหมวดนี้ อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นได้ และให้ แจ้งการเพิกถอนดังกล่าวให้ผู้ประกอบการทราบเป็นหนังสือ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่ง คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่ เพิ่ม สถานที่ ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการเพิกถอน
- ๘๕/๑๘
ในกรณีที่อธิบดีสั่งถอนทะเบียนตามมาตรา ๘๕/๑๐หรือใน กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิ ประกอบกิจการตามมาตรา ๘๕/๑๕ หรือในกรณีที่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนถึงแก่ความตายและผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนิน กิจการของผู้ตายได้ใช้สิทธิดำเนินกิจการ แต่ต่อมาสิทธิดำเนินกิจการสิ้นสุดลงโดยไม่มีผู้จัดการมรดก หรือทายาทขอโอนกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถึงแก่ความตายตามมาตรา ๘๕/๑๖หรือใน กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๗ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตาย ดังกล่าว แล้วแต่กรณี ยังคงต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไปจนกว่าอธิบดีจะสั่ง ขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๙ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๕/๑๙
ในกรณีดังต่อไปนี้ให้อธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียน ดังกล่าวออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๑) เมื่ออธิบดีสั่งถอนทะเบียนตามมาตรา ๘๕/๑๐
(๒) เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการตามมาตรา ๘๕/๑๕
(๓) เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนตายและไม่มีผู้จัดการมรดกหรือทายาทยื่นขอโอน กิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ถึงแก่ความตายตามมาตรา ๘๕/๑๖
(๔) เมื่ออธิบดีสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๗ ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งขีดชื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนผู้จัดการมรดก ทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกทราบเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้า ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนิน กิจการของผู้ตายและได้ใช้สิทธิดำเนิ กิจการตามมาตรา ๘๕/๑๖ พ้ ความรับผิดในฐานะ ผู้ประกอบการจดทะเบียนในวันที่อธิบดีมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียน ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ให้อธิบดีแจ้งการขีดชื่อออกทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นต่อนายทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมายนั้น ๆภายในสามสิบวันและให้นายทะเบียน ดังกล่าวจดแจ้งการเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในทะเบียนโดยไม่ชักช้า
ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้
15 มาตรา- ๘๖
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๖/๑มาตรา ๘๖/๒และมาตรา ๘๖/๘ให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการ ให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตาม มาตรา ๘๗/๓ ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา ๘๕/๓จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็น อย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๘๖/๑
ห้ามมิให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไปนี้ออกใบกำกับภาษี
(๑) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรและได้ให้ตัวแทนของตนออก ใบกำกับภาษีแทนตนตามมาตรา ๘๖/๒
(๒) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ทรัพย์สินถู นำออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธี อื่นโดยบุคคลอื่นตามมาตรา ๘๓/๕
(๓) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘๓/๖(๓)
- ๘๖/๒
ผู้ ประกอบการจดทะเบียนใดที่ อยู่นอกราชอาณาจักรและมี ตัวแทนทำการแทนตน หากประสงค์จะให้ตัวแทนของตนออกใบกำกับภาษีในนามของตนให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นยื่นคำขออนุมัติต่ออธิบดีตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ให้ตัวแทนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขอและได้รับอนุมัติแล้ว ออกใบกำกับภาษี แทนผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ตามหลัเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และให้ตัวแทน ดังกล่าวมีหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับและร่วมกับผู้ประกอบการจดทะเบียนในส่วนที่ เกี่ยวกับใบกำกับภาษี
- ๘๖/๓
ในการขายทอดตลาดตามมาตรา ๘๓/๕ให้ผู้ทอดตลาดที่มิใช่ ส่วนราชการซึ่งขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษีหรือใบรับตามมาตรา ๑๐๕แล้วแต่กรณี ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนเจ้าของทรัพย์สิน
- ๘๖/๔
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๖/๕และมาตรา ๘๖/๖ใบกำกับภาษีต้อง มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) คำว่า “ใบกำกับภาษี”ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
(๒) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออก ใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม มาตรา ๘๖วรรคสี่ หรือมาตรา ๘๖/๒ หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา ๘๖/๓ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของ ตัวแทนนั้นด้วย
(๓) ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
(๔) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
(๕) ชื่อ ชนิด ประเภทปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
(๖) จำนวนภาษีมูลค่ เพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริ โดยให้แยก ออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
(๗) วัเดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
(๘) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด รายการในใบกำกับภาษีให้ทำเป็นภาษาไทย เป็นหน่วยเงินตราไทย และใช้ตัวเลข ไทยหรืออารบิค เว้นแต่ในกิจการบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องทำเป็นภาษาต่างประเทศหรือเป็น หน่วยเงินตราต่างประเทศ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดี ใบกำกับภาษีอาจออกรวมกันสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการหลายอย่างก็ได้ เว้นแต่อธิบดีจะได้กำหนดให้การออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าหรือบริการบางอย่างหรือหลายอย่าง ต้องกระทำแยกต่ งหากโดยมิให้ วมไว้ในใบกำกับภาษีเดียวกักับรายการอื่
- ๘๖/๕
ใบกำกับภาษีดังต่อไปนี้อธิบดีอาจกำหนดให้ีรายการเป็นอย่าง อื่นได้
(๑) ใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการเฉพาะอย่างตามมาตรา ๗๙/๑
(๒) ใบกำกับภาษีของยาสูบตามมาตรา ๗๙/๕หรือน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ตามมาตรา ๗๙/๖
(๓) ใบกำกับภาษีที่อธิบดีอนุมัติให้ทำเป็นภาษาต่างประเทศหรือเป็นหน่วยเงินตรา ต่างประเทศตามมาตรา ๘๖/๔วรรคสอง
(๔) ใบกำกับภาษีของสิ ค้าหรือบริการอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวง
- ๘๖/๖
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบ กิจการขายสินค้าในลักษณะขายปลีกหรือประกอบกิจการให้บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่ บุคคลจำนวนมากอธิบดีมีอำนาจกำหนดลัษณะและหรือเงื่อนไขของการประกอบกิจการดังกล่าวให้ เป็นกิจการค้าปลีก และในกิจการค้าปลีกการแสดงราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการจะต้องเป็นการ แสดงราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการค้าปลีกมีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่าง ย่อได้ แต่ตัวแทนของผู้ประกอบการจดทะเบียนจะออกใบกำกับภาษีอย่างย่อไม่ได้ ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) คำว่า “ใบกำกับภาษี”ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
(๒) ชื่อหรือชื่อย่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ ออกใบกำกับภาษี
(๓) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี
(๔) ชื่อ ชนิด ประเภทปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
(๕) ราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการโดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
(๖) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
(๗) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ชื่อ ชนิด หรือประเภทของสินค้าตามวรรคหนึ่งจะออกเป็นรหัสก็ได้โดย ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องแจ้งรหัสให้อธิบดีทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสิบห้าวันก่อนวันใช้รหัสนั้น รายการในใบกำกับภาษีอย่างย่อให้ทำเป็นภาษาไทยเป็นหน่วยเงินตราไทยและใช้ ตัวเลขไทยหรืออารบิค เว้นแต่ในกิจการบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องทำเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ กระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดี ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการค้าปลีกซึ่งประสงค์จะใช้เครื่องบันทึก การเก็บเงินเพื่อการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ให้ยื่นคำขออนุัติต่ออธิบดีและการใช้เครื่องบันทึกการ เก็บเงินดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่อง บันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกำหนด ให้นำมาตรา ๘๖/๔วรรคสามมาใช้บังคับในการออกใบกำกับภาษีตามมาตรานี้
- ๘๖/๗
ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการอย่างอื่นซึ่งมิใช่เป็น กิจการค้าปลีก ซึ่งมีความประสงค์จะออกใบกำกับภาษีอย่างย่อและหรือใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๖/๖จะขออนุมัติต่ออธิบดีพร้อมกับแสดงเหตุผลและความจำเป็นก็ได้ และในการอนุมัติ อธิบดีจะกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขใด ๆตามที่เห็นสมควรก็ได้
- ๘๖/๘
เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ ประกอบกิจการขายสิ ค้าหรือให้บริการรายย่อยอธิบดีมีอำนาจกำหนดลักษณะและเงื่อนไขของการ ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ได้ ในการประกอบกิจการรายย่อยผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่ วไม่จำต้องออก ใบกำกับภาษี สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกินจำนวนเงินตามที่อธิบดี กำหนด แต่จำนวนเงินดังกล่าวจะต้องไม่เกินหนึ่งพันบาท ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะ เรียกร้องให้ออกใบกำกับภาษี และให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่ อนไขที่จะให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยปฏิบัติตามที่เห็นสมควร
- ๘๖/๙
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการไปแล้ว แต่ต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่เนื่ องจากมูลค่ ของสิ ค้ หรือบริการมีจำนวนเพิ่ ขึ้ เพราะ เหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘๒/๙ออกใบเพิ่มหนี้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในเดือนภาษีที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถออกใบเพิ่มหนี้ได้ทันในเดือนภาษี ที่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ให้ออกใบเพิ่มหนี้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในเดือนภาษีถัดจาก เดือนที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ใบเพิ่มหนี้ต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) คำว่า “ใบเพิ่มหนี้”ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
(๒) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออก ใบเพิ่มหนี้ และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบเพิ่มหนี้ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา ๘๖วรรคสี่ หรือมาตรา ๘๖/๒ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
(๓) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
(๔) วัน เดือน ปี ที่ออกใบเพิ่มหนี้
(๕) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิมรวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ ถ้ามี มูลค่า ของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการ ผลต่าง ของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มสำหรับส่วนต่างนั้น
(๖) คำอธิบายสั้น ๆถึงสาเหตุในการออกใบเพิ่มหนี้
(๗) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ให้นำมาตรา ๘๖/๔วรรคสองมาใช้บังคับ และให้ถือว่าใบเพิ่มหนี้ตามมาตรานี้เป็น ใบกำกับภาษี
- ๘๖/๑๐
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการไป แล้ว แต่ต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่เนื่องจากมูลค่าของสินค้ หรือบริการมีจ นวนลดลงเพราะ เหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘๒/๑๐ออกใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในเดือนภาษี ที่เหตุการณ์ดังกล่ วเกิดขึ้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถออกใบลดหนี้ได้ทันในเดือนภาษีที่ มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็ให้ออกใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในเดือนภาษีถัดจาก เดือนที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ใบลดหนี้ต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) คำว่า “ใบลดหนี้”ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
(๒) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออก ใบลดหนี้ และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบลดหนี้ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา ๘๖วรรคสี่หรือมาตรา ๘๖/๒ให้ะบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
(๓) ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
(๔) วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
(๕) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี มูลค่า ของสินค้าหรือบริารที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่ ที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการผลต่าง ของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีที่ใช้คืนสำหรับส่วนต่างนั้น
(๖) คำอธิบายสั้น ๆถึ สาเหตุในการออกใบลดหนี้
(๗) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ให้นำมาตรา ๘๖/๔วรรคสองมาใช้บังคับ และให้ถือว่าใบลดหนี้ตามมาตรานี้เป็น ใบกำกับภาษี
- ๘๖/๑๑
ในกรณีที่มีการขีดชื่ อผู้ ประกอบการจดทะเบียนออกจาก ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ หรือเพราะอธิบดีสั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการจดทะเบียน อธิบดีจะอนุญาตให้ ผู้ประกอบการนั้นออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ต่อไปเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหยุด ประกอบกิจการก็ได้ แต่ผู้รับอนุญาตดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด
- ๘๖/๑๒
ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้จัดทำใบกำกับภาษีหรือใบเพิ่ม หนี้หรือใบลดหนี้แล้ว ต่อมาหากได้รับการร้องขอจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งทำใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้สูญหายถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น ออกใบแทนใบกำกับภาษีใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือใบแทนใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือใบแทนใบลดหนี้ ให้มีรายการ เช่นเดียวกับใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ แล้วแต่กรณี โดยให้มีข้อความระบุไว้ในที่ที่เห็นได้ ชัดว่าเป็นใบแทนและออกเพื่อแทนใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ฉบับใด
- ๘๖/๑๓
ห้ มมิให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือมิใช่ผู้มีสิทธิ ออกใบกำกับภาษีได้ตามหมวดนี้ ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ บุ คลใดออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ โดยไม่มีสิทธิที่จะออกตาม กฎหมายบุคคลนั้นต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือ ใบลดหนี้นั้นเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
- ๘๖/๑๔
ใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากรออกให้สำหรับการรับชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๓/๖หรือตามมาตรา ๘๓/๗และใบเสร็จรับเงินที่กรมศุลกากรหรือกรม สรรพสามิตออกให้ในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อกรมสรรพากรตามมาตรา ๘๓/๑๐(๑) หรือ
(๒) ให้ถือเป็นใบกำกับภาษี ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสาร
4 มาตรา- ๘๗
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๗/๑และมาตรา ๘๗/๒ให้ผู้ประกอบการจด ทะเบียนมีหน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังต่อไปนี้
(๑) รายงานภาษีขาย
(๒) รายงานภาษีซื้อ
(๓) รายงานสินค้าและวัตถุดิบเฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการ ขายสินค้า ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา ๘๒/๑๖ให้มีหน้าที่ จัดทำรายงานมูลค่าของฐานภาษี และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ รายงานที่ต้องจัดทำตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้จัดทำเป็นรายสถานประกอบการ วิธีลงรายการในรายงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และการลงรายการให้ลงภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือ บริการนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีจำเป็น อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้
- ๘๗/๑
ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหมาะสมอธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรี มี อำนาจให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำรายงานแตกต่างไปจากที่ำหนดในมาตรา ๘๗ก็ได้
- ๘๗/๒
ให้อธิบดีอำนาจกำหนดให้ตัวแทนของผู้ประกอบการจดทะเบียน จัดทำรายงานเกี่ยวกับกิจการที่ตนทำการแทนได้ตามที่เห็นสมควร แม้ว่าตัวแทนนั้นจะมิได้เป็น ผู้ประกอบการจดทะเบีย การจัดทำรายงานของตัวแทนตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
- ๘๗/๓
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษี และผู้ ที่มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เก็บและรักษารายงาน ใบกำกับภาษี สำเนาใบกำกับภาษี พร้อมทั้งเอกสารประกอบการลงรายงานดังกล่าวหรือเอกสารอื่นที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ อธิบดีกำหนดไว้ ณสถานประกอบการที่จัดทำรายงานนั้นหรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกำหนดเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าห้าปี นับแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวันทำรายงานแล้วแต่ รณี เว้นแต่
(๑) ในกรณีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา ๘๕/๓ การเก็บรักษารายงานและเอกสารดังกล่าวให้เป็นไปตามหลัเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่อธิบดี กำหนดแต่ระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกินกว่าห้าปี
(๒) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ ให้ผู้ประกอบการ จดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี หรือผู้ที่มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงาน เก็บและรักษารายงานและเอกสารดังกล่าวข้างต้นที่ตนมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาอยู่ในวันเลิกประกอบ กิจการต่อไปอีกสองปี
(๓) ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเก็บและ รักษาไว้เกินห้าปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดปี การเก็บใบกำกับภาษีและเอกสารหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบการลงรายงานภาษีซื้อ ตามมาตรา ๘๗(๒) ให้จัดเก็บเรียงตามลำดับและตรงตามรายการในรายงานและเป็ไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน
7 มาตรา- ๘๘
เจ้าพนังานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่ เพิ่ม เบี้ยปรับและ เงินเพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ
(๑) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้มีหน้ ที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
(๒) ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินมีหลักฐานแสดงว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดง รายการภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้าโดยแสดงจำนวนภาษีที่ต้องเสียต่ำกว่าความเป็น จริง
(๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินหรือไม่ยอม ตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๔) ผู้ประกอบการไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีในกรณีภาษีซื้อ หรือสำเนาใบกำกับ ภาษีในกรณีภาษีขายพร้อมทั้งหลักฐานอื่นเพื่อการคำนวณภาษีหรือการเครดิตภาษี
(๕) ผู้ประกอบการไม่เก็บสำเนาใบกำกับภาษีในกรณีภาษีขายและหลักฐานต่าง ๆ ประกอบการลงรายงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือ
(๖) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้ประกอบการซึ่งต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ๘๘/๑
เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหมวดนี้ ในเมื่อปรากฏว่ บุ คลใดออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มี สิทธิที่จะออกตามกฎหมายตามมาตรา ๘๖/๑๓โดยให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมิน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้นั้นได้
- ๘๘/๒
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๘๘และมาตรา ๘๘/๑ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจ
(๑) จัดทำรายการลงในแบบแสดงรายการภาษีแบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้า ตามหลักฐานที่เห็นว่าถูกต้อง เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้า
(๒) แก้ไขเพิ่มเติ รายการในแบบแสดงรายการภาษีแบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขน สินค้าเพื่อให้ถูกต้อง
(๓) ประเมินภาษีในกรณีที่มีหลักฐานแสดงว่า ผู้ประกอบการเสียภาษีหรือแสดง มูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง
(๔) กำหนดมูลค่าที่ควรได้รับโดยพิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่ หรือพฤติการณ์ของ ผู้ประกอบการ หรือสถิติการค้าของผู้ประกอบการเองหรือของผู้ประกอบการที่กระทำกิจการทำนอง เดียวกัน หรือพิจารณาจากหลักเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงมูลค่าที่ได้รับได้โดยสมควร
(๕) แก้ไขเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสินค้าที่ซื้อหรือของค่าบริการจากการรับบริการ แล้วแต่กรณี เมื่อมีกรณีตามมาตรา ๘๘(๓) (๔) หรือ (๕)
(๖) ประเมินภาษีตามที่ รู้เห็นหรือพิจารณาว่าถูกต้องเมื่อมีกรณีตามมาตรา ๘๘(๓) (๔) หรือ
(๕) โดยไม่จำต้องปฏิบัติตาม (๑) ถึง
(๔) ก็ได้ ในการใช้อำนาจของเจ้าพนังานประเมินเมื่อมีกรณีตามมาตรา ๘๘(๖) ให้ถือว่า ผู้ประกอบการซึ่งต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑แต่มิได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม มีความรับผิดในการเสียภาษีเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
- ๘๘/๓
เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบการของ ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือไม่ หรือในสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องระหว่าง พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบการ และทำการตรวจสอบ เพื่อให้ทราบว่าผู้ประกอบการได้ปฏิบัติการโดยถูกต้องตามบทบัญญัติในหมวดนี้หรือไม่ ในการนี้ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งผู้ประกอบการหรือบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้นให้ปฏิบัติการเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆอันควรแก่เรื่อง และมีอ นาจยึดเอกสาร หลักฐานเหล่านั้นมาตรวจสอบไต่สวนได้ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานประเมินแสดงบัตรประจำตัวพร้อม ทั้งหนังสือหรือหลักฐานต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อเข้าไปทำการตรวจสอบ
- ๘๘/๔
ในการดำเนินการของเจ้ พนักงานประเมินในส่วนนี้ เจ้าพนักงาน ประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้ทำการแทน หรือพยานกับมีอำนาจสั่งบุคคล เหล่านั้นให้นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาตรวจสอบไต่สวนได้ หรือออกคำสั่งให้ พยานตอบคำถามเป็นหนังสือ แต่จะต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันได้รับหมายเรียก หรือได้รับคำสั่ง
- ๘๘/๕
เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๘หรือมาตรา ๘๘/๑แล้ว ให้แจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุคคลตาม มาตรา ๘๘/๑ในกรณีนี้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือบุคคลตามมาตรา ๘๘/๑จะใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมิน ตามบทบัญญัติในส่วน ๒ของหมวด ๒ลัษณะ๒ก็ได้ เว้นแต่ในกรณีที่เจ้าพนังานประเมินได้ทำ การประเมินเพราะเหตุตามมาตรา ๘๘(๓) ห้ามมิให้อุทธรณ์
- ๘๘/๖
การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินให้กระทำได้ภายใน กำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับผู้ประกอบการ
(ก) สองปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวัน สุดท้ายแห่งกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไปแล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
(ข) สองปีนับแต่วันที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษี ทั้งนี้ เฉพาะ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีหลังวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาดังกล่าวใน
(ก) แต่ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี
(ค) สิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ในกรณีที่ ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดย แสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของ ฐานภาษีที่แสดงในแบบแสดงรายการภาษี
(๒) สำหรับผู้นำเข้าซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการสองปีนับแต่วันยื่นใบขนสินค้า เว้นแต่กรณี ที่ผู้นำเข้ามีข้อโต้แย้งตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือเป็นคดีในศาลสองปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำวินิจฉัยข้อโต้แย้งอากรขาเข้าเป็นหนัสือหรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี
(๓) สำหรับผู้ที่มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๓/๕มาตรา ๘๓/๖หรือ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๓/๗สองปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลานำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่ ถือว่า ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้ หน้ ที่นำส่ ภาษีมูลค่าเพิ่มแสดงรายการตามแบบแสดงรายการภาษีแบบใบขนสินค้าหรือแบบนำส่งภาษีไม่ถูกต้อง ตามความเป็นจริ หรือไม่สมบูรณ์ ให้เจ้าพนังานประเมินโดยอนุมัติอธิบดีประเมินภาษีได้ภายใน กำหนดเวลาห้าปีนับแต่กำหนดเวลาตาม (๑) (ก)
(๒) และ(๓) แล้วแต่กรณี
ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม
3 มาตรา- ๘๙
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุ คลตามมาตรา ๘๖/๑๓เสียเบี้ยปรับ ในกรณีและตามอัตราดังต่อไปนี้
(๑) ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕หรือมาตรา ๘๕/๑หรือประกอบกิจการเมื่อถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๗แล้ว ให้ เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ ดังกล่าวหรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
(๒) มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาให้เสียเบี้ย ปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งในเดือนภาษี
(๓) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด อันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งในเดือนภาษีคลาดเคลื่อนไป ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่า ของเงินภาษีที่เสียคลาดเคลื่อนหรือที่นำส่งคลาดเคลื่อน
(๔) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดอันเป็นเหตุให้จำนวน ภาษีขายหรือจำนวนภาษีซื้อในเดือนภาษีที่แสดงไว้คลาดเคลื่อนไป ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของ จำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปหรือจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไป
(๕) มิได้จัดทำใบกำกับภาษีและส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามที่ กำหนดในส่วน ๑๐ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี
(๖) ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย ตามมาตรา ๘๖/๑๓ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือ ใบลดหนี้นั้น
(๗) นำใบกำกับภาษีปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้ในการคำนวณภาษีให้เสีย เบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีนั้น ในกรณีใบกำกับภาษีที่ผู้ได้รับประโยชน์ไม่สามารถนำพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออก ใบกำกับภาษี ให้ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม
(๘) มิได้เก็บสำเนาใบกำกับภาษีในกรณีภาษีขายไว้ตามที่กฎหมายกำหนดให้เสียเบี้ย ปรับอีกร้อยละสองของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี
(๙) มิได้เก็บใบกำกับภาษีในกรณีภาษีซื้อที่ใช้เครดิตภาษีในการคำนวณภาษีไว้ตามที่ - กฎหมายกำหนดให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละสองของจำนวนภาษีที่นำมาเครดิตนั้น (๑๐)มิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตาม มาตรา ๘๗/๑หรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษี ซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้อง เบี้ยปรับตามมาตรานี้อาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติ รัฐมนตรี
- ๘๙/๑
บุคคลใดไม่ชำระภาษีหรือนำส่งภาษีให้ครบถ้วนภายใน กำหนดเวลาตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑.๕ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของ เงินภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้ขยายเวลาเสียภาษีตามที่กำหนดในมาตรา ๓อัฏฐและได้มี การชำระภาษีหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้น เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้ลดลงเหลือ ร้อยละ๐.๗๕ต่อเดือนหรือเศษของเดือ การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่น แบบแสดงรายการภาษีหรือยื่นแบบนำส่งภาษีตามส่วน ๗จนถึงวันชำระภาษีหรือนำส่งภาษี แต่เงินเพิ่ม ที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่ง
- ๘๙/๒
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร เบี้ยปรับและเงินเพิ่มตาม หมวดนี้ให้ถือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษ
6 มาตรา- ๙๐
บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
(๑) ผู้ไม่จัดส่งสำเนาสัญญาหรือเอกสารตามมาตรา ๗๗/๔(๒)
(๒) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา ๘๓หรือ มาตรา ๘๓/๑
(๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา ๘๓/๒
(๔) ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา ๘๓/๓ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ -
(๕) ผู้มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มไม่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๓/๕ มาตรา ๘๓/๖หรือมาตรา ๘๓/๗
(๖) ผู้นำเข้าไม่ยื่นใบขนสินค้าตามมาตรา ๘๓/๘หรือมาตรา ๘๓/๙
(๗) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้ การเปลี่ ยนแปลงรายการทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๖
(๘) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๗ วรรคสามมาตรา ๘๕/๘วรรคสองมาตรา ๘๕/๑๕วรรคสองหรือมาตรา ๘๕/๑๗วรรคสอง
(๙) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการย้ายสถานประกอบการตามมาตรา ๘๕/๘ วรรคหนึ่ง
(๑๐) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามมาตรา ๘๕/๑๒
(๑๑) ผู้ครอบครองทรัพย์มรดก ผู้จัดการมรดก หรือทายาทของผู้ประกอบการ จดทะเบียนไม่คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๖วรรคสามหรือวรรคห้ (๑๒)ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ โดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๘๖/๔มาตรา ๘๖/๕ มาตรา ๘๖/๖มาตรา ๘๖/๗มาตรา ๘๖/๙มาตรา ๘๖/๑๐หรือมาตรา ๘๖/๑๑ (๑๓)ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือ ใบแทนใบลดหนี้ตามมาตรา ๘๖/๑๒
(๑๔) ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสินค้าเกินจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตาม มาตรา ๘๗
(๑๕) ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำรายงานโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๘๗หรือตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๗/๑
(๑๖) ผู้ประกอบการจดทะเบียนจงใจไม่เก็บและรักษาใบกำกับภาษี หรือสำเนา ใบกำกับภาษี หรือเก็บรักษาเอกสารดักล่าวโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธ และเงื่อนไขที่ กำหนดตามมาตรา ๘๗/๓
- ๙๐/๑
บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
(๑) ตัวแทนละเลยไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนของผู้ประกอบการที่อยู่นอก ราชอาณาจักรตามมาตรา ๘๕/๒
(๒) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๔
(๓) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติมหรือปิด สถานประกอบการตามมาตรา ๘๕/๗วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
(๔) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการโอนกิจการบางส่วนหรือการรับโอนกิจการ ตามมาตรา ๘๕/๑๓
(๕) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการเลิกหรือการโอนกิจการทั้งหมดตามมาตรา ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๘๕/๑๓หรือมาตรา ๘๕/๑๕วรรคหนึ่ง
(๖) ตัวแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรจัดทำรายงานโดยไม่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๘๗/๒
- ๙๐/๒
บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๒/๑๘(๒)
(๒) ผู้ประกอบการใดซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการโดยไม่ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑มาตรา ๘๕/๑๓วรรคสองหรือมาตรา ๘๕/๑๔
(๓) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่จัดทำใบกำกับภาษีหรือสำเนาใบกำกับภาษี หรือ จัดทำแล้วไม่ส่งมอบให้ผู้ซื้อหรือผู้รับบริารตามมาตรา ๘๖วรรคหนึ่ง หรือไม่จัดทำใบกำกับภาษีหรือ สำเนาใบกำกับภาษีและไม่ส่งมอบให้ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการตามที่ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการเรียกร้องตาม มาตรา ๘๖/๘วรรคสอง
(๔) ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวออกใบกำกับภาษีที่ไม่เป็นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๖วรรคสอง
(๕) ตัวแทนออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๖วรรคสี่
(๖) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการ เก็บเงินตามมาตรา ๘๖/๖วรรคหก
(๗) ผู้ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา ๘๘/๔
- ๙๐/๓
บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) ตัวแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรออกใบกำกับภาษีโดย ไม่มีสิทธิตามมาตรา ๘๖/๒วรรคสอง
(๒) ผู้ประกอบการจดทะเบียนใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินโดยไม่ได้รับอนุมัติตาม มาตรา ๘๖/๖วรรคหกหรือมาตรา ๘๖/๗
(๓) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่จัดทำรายงานตามมาตรา ๘๗หรือตามที่อธิบดี กำหนดตามมาตรา ๘๗/๑
(๔) ตัวแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรไม่จัดทำรายงานตาม มาตรา ๘๗/๒
(๕) ผู้ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานประเมิน หรือขัดคำสั่งของเจ้ พนักงานประเมินตามมาตรา ๘๘/๓วรรคหนึ่ง ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔
- ๙๐/๔
บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท
(๑) ผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิที่จะออกเอกสารดังกล่าวตาม มาตรา ๘๖วรรคสองหรือมาตรา ๘๖/๑
(๒) ตัวแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักรโดยเจตนาหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิตามมาตรา ๘๖/๒วรรคหนึ่ง
(๓) ผู้ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิจะออกเอกสาร ดังกล่าวตามมาตรา ๘๖/๑๓
(๔) ผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ลงรายการหรือลงรายการเป็นเท็จในรายงานตามมาตรา ๘๗หรือตามที่อธิบดี กำหนดตามมาตรา ๘๗/๑
(๕) ผู้ ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลี เลี่ยง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ หรือใบแทนเอกสารดังกล่าว
(๖) ผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง ภาษีมูลค่าเพิ่ม กระทำการใด ๆโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนอง เดียวกัน
(๗) ผู้ประกอบการโดยเจตนานำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี
- ๙๐/๕
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามหมวดนี้เป็นนิติ บุคคล กรรมการผู้จัด ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับ ความผิดนั้น ๆด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ยินยอมหรือมีส่วนในการกระทำความผิดของนิติ บุคคลนั้น
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:18.393Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR