ประมวลรัษฎากร

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๑312 มาตรา39 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 184 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6f35e9dd… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. ลักษณะ ๑ ข้อความเบื้องต้นมาตรา ๑–๔ ทศ · 22 มาตรา
  2. ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรมาตรา ๕–๙๑/๒๑ · 257 มาตรา
  3. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕–๑๓ อัฏฐ · 21 มาตรา
  4. หมวด ๒ วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินมาตรา ๑๔–๓๗ ทวิ · 31 มาตรา
  5. ส่วน ๑ การยื่นรายการและการเสียภาษีอากรมาตรา ๑๗–๒๗ จัตวา · 16 มาตรา
  6. ส่วน ๒ การอุทธรณ์มาตรา ๒๘–๓๔ · 7 มาตรา
  7. ส่วน ๓ บทกำหนดโทษมาตรา ๓๕–๓๗ ทวิ · 5 มาตรา
  8. หมวด ๓ ภาษีเงินได้มาตรา ๓๘–๗๖ ตรี · 68 มาตรา
  9. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
  10. ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดามาตรา ๔๐–๖๔ · 42 มาตรา
  11. ส่วน ๓ การเก็บภาษีจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล๒๐๓มาตรา ๖๕–๗๖ ตรี · 24 มาตรา
  12. หมวด ๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔มาตรา ๗๗–๙๐/๕ · 115 มาตรา
  13. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๗๗–๗๗/๕ · 6 มาตรา
  14. ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษีมาตรา ๗๘–๗๘/๓ · 4 มาตรา
  15. ส่วน ๓ ฐานภาษีมาตรา ๗๙–๗๙/๗ · 8 มาตรา
  16. ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๐–๘๐/๒ · 3 มาตรา
  17. ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๑–๘๑/๓ · 4 มาตรา
  18. ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษีมาตรา ๘๒–๘๒/๑๘ · 19 มาตรา
  19. ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษีมาตรา ๘๓–๘๓/๑๐ · 11 มาตรา
  20. ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๔–๘๔/๔ · 5 มาตรา
  21. ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๕–๘๕/๑๙ · 20 มาตรา
  22. ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้มาตรา ๘๖–๘๖/๑๔ · 15 มาตรา
  23. ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา ๘๗–๘๗/๓ · 4 มาตรา
  24. ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมาตรา ๘๘–๘๘/๖ · 7 มาตรา
  25. ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่มมาตรา ๘๙–๘๙/๒ · 3 มาตรา
  26. ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐–๙๐/๕ · 6 มาตรา
  27. หมวด ๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ๓๗๙มาตรา ๙๑–๙๑/๒๑ · 22 มาตรา
  28. ลักษณะ ๒ ภาษีป้าย๔๐๘มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  29. หมวด ๖ อากรแสตมป์มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  30. ส่วน ๑ การเสียอากรมาตรา ๑๐๔–๑๑๒ · 12 มาตรา
  31. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๑๓–๑๒๓ ตรี · 13 มาตรา
  32. ส่วน ๓ บทลงโทษมาตรา ๑๒๔–๑๒๙ · 7 มาตรา
  33. หมวด ๗ อากรมหรสพ๔๖๙0 มาตรา
  34. ลักษณะ ๓ ภาษีบำรุงท้องที่๔๗๐0 มาตรา
  35. ลักษณะ ๔ เงินช่วยการประถมศึกษา๔๗๑0 มาตรา
  36. ลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์๔๗๒0 มาตรา
  37. ลักษณะ ๕ ภาษีการซื้อข้าว๔๗๓0 มาตรา
  38. ลักษณะ ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล๔๗๔0 มาตรา
  39. ลักษณะ ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร๔๗๕0 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ลักษณะ ๒ ภาษีป้าย๔๐๘

  2. หมวด ๖ อากรแสตมป์

    1 มาตรา
  3. ๑๐๓

    ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “ตราสาร”หมายความว่าเอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้ “กระดาษ”หมายความตลอดถึงแผ่นหนังฟอกหรือสิ่งอื่น ๆซึ่งใช้เขียนตราสาร “แสตมป์”๔๐๙ หมายความว่า แสตมป์ปิดทับหรือแสตมป์ดุนบนกระดาษ และ แสตมป์ดุนบนกระดาษนี้ ให้หมายความรวมถึง แสตมป์พิมพ์ทับบนกระดาษด้วย ทั้งนี้ ตามที่กำหนด ลักษณะโดยกฎกระทรวง “กระทำ”เมื่อใช้เกี่ยวกับตราสาร หมายความว่า การลงลายมือชื่อตามบทบัญญัติ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “ปิดแสตมป์”หมายความว่าการปิดแสตมป์ทับกระดาษ หรือการมีแสตมป์ดุนบน กระดาษ “ขีดฆ่า”๔๑๐ หมายความว่า การกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก โดยในกรณีแสตมป์ ปิดทับได้ลงลายมือชื่อ หรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษ และลงวัน เดือน ปีที่กระทำสิ่งเหล่านี้ด้วย ในกรณีแสตมป์ดุนได้เขียนบนตราสารหรือยื่นตราสารให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุนให้แสตมป์ดุนปรากฏอยู่ในด้านหน้าของตราสารนั้น “ปิดแสตมป์บริบูรณ์”๔๑๑ หมายความว่

    (๑) ในกรณีแสตมป์ปิดทับ คือ การได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับกระดาษก่อน กระทำหรือในทันทีที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าแสตมป์ั้นแล้ว หรือ

    (๒) ในกรณีแสตมป์ดุน คือ การได้เสียอากรโดยใช้กระดาษมีแสตมป์ดุนเป็นราคาไม่ น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว หรือโดยยื่นตราสารให้พนังานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุน และชำระเงินเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว หรือ

    (๓) ในกรณีชำระเป็นตัวเงิน คือ การได้เสียอากรเป็นตัวเงิน เป็นราคาไม่น้อยกว่า อากรที่ ต้องเสียตามบทบัญญัติในหมวดนี้ หรือตามระเบียบซึ่ งอธิบดีจะได้กำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรี การปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามที่กำหนดใน (๑) และ

    (๒) ดังกล่าวข้างต้นนั้น ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ปฏิบัติตามที่กำหนดใน

    (๓) แทนได้ “ใบรับ”หมายความว่

    (ก) บันทึก หรือหนังสือใด ๆที่เป็นหลักฐานแสดงว่าได้รับ ได้รับฝากหรือได้รับชำระ - เงินหรือตั๋วเงิน หรือ

    (ข) บัทึก หรือหนังสือใด ๆที่เป็นหลักฐานแสดงว่าหนี้หรือสิทธิเรียกร้องได้ชำระ หรือปลดให้แล้ว บันทึก หรือหนังสือที่กล่าวนั้นจะมีลายมือชื่อของบุคคลใดๆหรือไม่ ไม่ำคัญ “พนักงานเจ้าหน้าที่”หมายความว่าเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง “นายตรวจ”๔๑๒ หมายความว่าเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

  4. ส่วน ๑ การเสียอากร

    12 มาตรา
  5. ๑๐๔

    ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตาม อัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น

  6. ๑๐๕

    ในกรณีต่อไปนี้ผู้ขาย ผู้ให้เช่าซื้อ ผู้รับเงิน หรือผู้รับชำระราคาต้อง ออกใบรับให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ ผู้จ่ายเงิน หรือผู้ชำระราคาในทันทีทุกคราวที่รับเงินหรือรับชำระราคาไม่ ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม

    (๑) การรับเงินหรือรับชำระราคาจากการขายสินค้าหรือการให้บริการของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔และการรับเงินหรือรับชำระราคาจากการ กระทำกิจการของผู้ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตาม หมวด ๕ซึ่งรวมเงินหรือราคาที่ได้รับชำระแต่ละครั้งเกินจำนวนเงินตามที่อธิบดีกำหนด แต่อธิบดีจะ กำหนดเกินหนึ่งพับาทไม่ได้

    (๒) การรับเงินหรือรับชำระราคาในกรณีอื่นซึ่งรวมเงินหรือราคาที่ได้รับชำระแต่ละ ครั้งเกินจำนวนเงินตามที่อธิบดีกำหนด แต่อธิบดีจะกำหนดเกินหนึ่งหมื่นบาทไม่ได้ ถ้าการรับเงินหรือรับชำระราคาในกรณีเดียวกันมีจำนวนเกินกว่าที่อธิบดีกำหนดตาม (๑) หรือ

    (๒) แต่มีเงื่อนไขให้รับเงินหรือรับชำระราคาในภายหลังเป็นหลายงวด ให้ออกใบรับทุกคราว ในทันทีที่รับเงินหรือรับชำระราคานั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งได้ออกใบกำกับภาษีที่มีข้อความแสดงว่า ได้รับเงินหรือรับชำระราคาแล้วจะถือเอาใบกำกับภาษีนั้นเป็นใบรับที่ต้องออกตามมาตรานี้ก็ได้ มาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่การจำหน่ายแสตมป์อากร หรือแสตมป์อื่นของรัฐบาลที่ยัง มิได้ใช้ รัษฎากรพุทธศักราช ๒๔๘๒ -

  7. ๑๐๕ ทวิ

    ในการออกใบรับให้ผู้มีหน้าที่ออกใบรับตามมาตรา ๑๐๕(๑) หรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับตามมาตรา ๑๐๕(๒) เฉพาะผู้ซึ่งกระทำเป็นปกติธุระทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ และเก็บต้นขั้วหรือสำเนาใบรับดังกล่าวไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ออกใบรับ๔๑๕ ถ้ ปรากฏว่าการรับเงินหรือรับชำระราคาที่ต้องทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับตามวรรค หนึ่ง ไม่มีต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ ให้สันนิษฐานว่าไม่ได้ออกใบรับ ใบรับและต้นขั้ว หรือสำเนาใบรับตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีตัวเลขไทยหรืออารบิค และอักษรไทยให้ปรากฏข้อความต่อไปนี้ (๑)๔๑๖ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ

    (๒) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ

    (๓) เลขลำดับของเล่มและของใบรับ

    (๔) วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ

    (๕) จำนวนเงินที่รับ

    (๖) ชนิดชื่อ จำนวนเงิ และราคาสินค้าในกรณีารขายหรือให้เช่ ซื้อสินค้าเฉพาะ ชนิดที่มีราคาตั้งแต่หนึ่งร้อยบาทขึ้นไป ในกรณีผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายส่งขายสินค้าให้แก่ผู้ซึ่งทำการค้าสินค้าประเภท เดียวกับสินค้าที่ขายนั้นให้แสดงชื่อหรือยี่ห้อและที่อยู่ของผู้ซื้อไว้ในใบรับที่ต้องออกตามวรรคหนึ่งด้วย ทุกคราวที่ได้รับชำระเงินหรือชำระราคา ข้อความในใบรับเช่นว่านี้ ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศให้มี ภาษาไทยกำกับไว้ด้วย ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กิจการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  8. ๑๐๕ ตรี

    ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือผู้ ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ รับเงินหรือรับชำระราคามีจำนวนครั้งหนึ่ง ๆไม่ถึง จำนวนที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๑๐๕(๑) ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือผู้ ประกอบกิจการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะรวมเงินที่รับมาเฉพาะในกรณีดังกล่ วทุกครั้งและเมื่อ สิ้นวันหนึ่ง ๆได้จำนวนเท่าใด ให้ทำบันทึกจำนวนเงินนั้นรวมขึ้นเป็นวัน ๆตามแบบที่อธิบดีกำหนด และเก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันทำบันทึก

  9. ๑๐๕ จัตวา

    ในการขายสินค้าให้ผู้ประกอบการตามหมวด ๔ที่เป็น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกหรือผู้ขายส่ง เมื่อมีการขายสินค้าให้ออกใบส่งของให้แก่ผู้ซื้อและให้ทำสำเนา เก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี นับแต่วันที่ออกใบส่งของ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี นับแต่วันที่ออกใบส่งของ ใบส่งของและสำเนาตามความในวรรคก่อนอย่างน้อยต้องมีตัวเลขและอักษรไทยให้ ปรากฏข้อความต่อไปนี้

    (๑) ชื่อ หรือยี่ห้อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย

    (๒) ชื่อ หรือยี่ห้อของผู้ซื้อ

    (๓) เลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี) และของใบส่งของ

    (๔) วันเดือน ปี ที่ออกใบส่งของ

    (๕) ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาของสินค้าที่ขาย ตัวเลขไทยนั้นจะใช้เลขอารบิคแทนก็ได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔ซึ่งได้ออกใบกำกับภาษีที่มี ข้อความแสดงว่าได้่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อแล้ว จะถือเอาใบกำกับภาษีนั้นเป็นใบส่งของที่ต้องออกตาม มาตรานี้ก็ได้

  10. ๑๐๖

    ใบรับที่ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ แม้ไม่อยู่ในบังคับให้จำต้องออกใบรับ ตามความในมาตรา ๑๐๕เมื่อผู้มีส่วนได้เสียเรียกร้อง ผู้มีหน้าที่ออกใบรับต้องออกให้ในทันทีที่ถูก เรียกร้อง

  11. ๑๐๗

    เว้นแต่ที่บัญญัติในมาตรา ๑๑๑ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นผู้มี หน้าที่เสียอากรและผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าให้เป็นไปตามบัญชีท้ายหมวดนี้ ถ้าผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าเขียนหนังสือไม่เป็น จะให้ผู้อื่นเขียนวันเดือนปีแทนก็ได้ ถ้าผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าไม่ยอมขีดฆ่า หรือไม่มีตัวอยู่ที่จะทำการขีดฆ่าได้ ให้ผู้ทรงตราสาร หรือผู้ถือเอาประโยชน์ขีดฆ่าแทนได้

  12. ๑๐๘

    ถ้าทำตราสารหลายลัษณะตามที่ ระบุในบัญชีท้ ยหมวดนี้บ กระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น เช่าและกู้ยืมรวมกันไว้ หรือทำตราสารลักษณะ เดียวกันหลายเรื่องบนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น ขายของสิ่งหนึ่งให้แก่คนหนึ่ง และขายอีกสิ่งหนึ่งให้แก่อีกคนหนึ่ง ซึ่งตามสภาพควรจะแยกกันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุก ลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นรายตราสารแยกไว้ ให้ปรากฏว่าตราสารใดอยู่ที่ใด และแสตมป์ดวงใดสำหรับตราสารลัษณะหรือเรื่องใด

  13. ๑๐๙

    สัญญาใดเป็นตราสารซึ่งเกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกันและมิได้ปิด แสตมป์บริบูรณ์ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า หนังสือฉบับหนึ่งฉบับใดที่จำเป็นในการทำให้เกิดสัญญานั้นขึ้น ได้ปิด แสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าแสตมป์แล้วให้ถือว่าสัญญานั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว

  14. ๑๑๐

    คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารใด แม้จะได้ปิดแสตมป์ หรับคู่ฉบับหรือ คู่ฉีกนั้นตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้แล้วก็ดี ถ้ามิได้นำตราสารต้นฉบับหรือพยานหลักฐานมาแสดง - ให้เป็นที่พอใจว่าตราสารต้นฉบับนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว มิให้ถือว่าคู่ฉบับหรือคู่ฉีกนั้นได้ปิด แสตมป์บริบูรณ์ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรสำหรับตราสารต้นฉบับและขีด ฆ่าแล้ว

  15. ๑๑๑

    ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรได้ทำขึ้นนอกสยาม ให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรง ตราสารคนแรกในสยามต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าภายใน ๓๐วัน นับ แต่วันที่ได้รับตราสารนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ให้ถือว่าเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ถ้ามิได้ปฏิบัติตามความในวรรคก่อน ผู้ทรงคนใดคนหนึ่งแห่งตราสารต้องเสียอากร โดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก่อนแล้วจึงจะยื่นตราสารเพื่อให้จ่ายเงินรับรองสลักหลัง โอนหรือถือเอาประโยชน์ได้ ผู้ ทรงตราสารคนใดได้ตราสารตามความในมาตรานี้ มาไว้ในครอบครองก่อนพ้น กำหนดเวลาที่กล่าวในวรรค ๑ผู้ทรงคนนั้นจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก็ได้ โดยมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ทรงคนก่อนๆ

  16. ๑๑๒

    ถ้าตั๋วเงินที่ยื่นให้ชำระเงินมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้รับตั๋วจะเสียอากร โดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่า และใช้สิทธิไล่เบี้ยจากผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือหักค่าอากร จากเงินที่จะชำระก็ได้

  17. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ด

    13 มาตรา
  18. ๑๑๓

    ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตรา สารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่ ตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้ ๑.๔๒๐ ถ้าตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์นั้นเป็นตราสารที่กระทำขึ้นในประเทศ ไทยเมื่อผู้ขอเสียอากรได้ยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเสียอากรภายใน๑๕วัน นับแต่วัน ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ก็ให้อนุมัติให้เสียเพียงอากรตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ ๒. ถ้ากรณีเป็นอย่างอื่นก็ให้อนุมัติให้เสียอากร และให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากร ดังต่อไปนี้อีกด้วย

    (ก) ถ้าปรากฏต่อพนังานเจ้าหน้าที่ว่า ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นเวลา ไม่พ้นกำหนด ๙๐วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากรเป็น ๒เท่าจำนวน อากรหรือเป็นเงิน ๔บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

    (ข) ถ้าปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นเวลา พ้นกำหนด๙๐วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากรเป็๕เท่าจำนวน อากรหรือเป็นเงิน ๑๐บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า -

  19. ๑๑๔

    โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา ๑๒๓ก็ดโดยการกล่าวหา แจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า

    (๑) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕หรือ มาตรา ๑๐๖ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็น จำนวน ๖เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

    (๒) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย

    (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน๖เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่อย่างใด จะมากกว่า

    (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บ เงินอากรจนครบและเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน ๖เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่ อย่างใดจะมากกว่า

    (ค) ในกรณีอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็น จำนวน ๑เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า วรรคท้าย๔๒๒ (ยกเลิก)

  20. ๑๑๕

    เงินอากรและเงินเพิ่มอากรที่กล่าวในมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการเรียกเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียอากรก่อน ถ้าไม่ได้เงินจากผู้มีหน้าที่ เสียอากร จึงให้จัดการเรียกเก็บจากผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์แห่งตราสารนั้ ผู้ถูกเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรตามความในวรรคก่อนจะอุทธรณ์คำสั่งก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน ๒หมวด ๒ลัษณะ๒มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  21. ๑๑๖

    วิธเสียเงินอากรและเงินเพิ่มอากรดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ให้เสียโดยวิธีชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับชำระเงินแล้วให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับเงินและสลักหลังตราสาร หรือทำหลักฐานขึ้นในกรณีไม่มีตราสาร ทั้งนี้ เพื่อแสดงการรับเงินอากรและเงินเพิ่มอากรถ้ามี ตลอดทั้งชื่อและตำบลที่อยู่ของผู้เสียเงินแล้วลงชื่อ พนักงานเจ้าหน้าที่และวันเดือนปีไว้เป็นสำคัญ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๐๒ -

  22. ๑๑๗

    ตราสารหรือหลักฐานตามความในมาตรา ๑๑๖ที่มีผู้เสียอากร หรือเสียอากรและเงินเพิ่มอากรถ้ามี ตามความในมาตรา ๑๑๓หรือมาตรา ๑๑๔แล้ว ให้ถือว่าเป็น ตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ส่วนเงินเพิ่มอากรที่เรียกเก็บให้ถือเป็นเงินอากร

  23. ๑๑๘

    ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือ สำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวน ตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔

  24. ๑๑๙

    ตราสารซึ่งเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลต้องลงนามหรือรับรู้ก็ดี ตราสารซึ่งต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลก็ดี ตราสารซึ่งต้องให้เจ้าพนังานรัฐบาล หรือเทศบาลลงบันทึกก็ดี ห้ามมิให้เจ้าพนักงานลงนามรับรู้ ยอมให้ทำหรือบันทึกไว้จนกว่าจะได้เสีย อากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการ เสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔

  25. ๑๒๐

    ผู้ใดได้เสียอากรหรือค่าเพิ่มอากรโดยมิใช่เป็นผู้มีหน้าที่เสีย ผู้นั้นมี สิทธิไล่เบี้ยเอาค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรซึ่งตนได้เสียไปจากบุคคลผู้มีหน้าที่เสียได้

  26. ๑๒๑

    ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำงานของ รัฐบาลโดยหน้ ที่ บุ คลผู้กระทำการในนามของรัฐบาล องค์ารบริหารราชการส่วนท้องถิ่ สภากาชาดไทยวัดวาอาราม และองค์การศาสนาใดๆในราชอาณาจักรซึ่งเป็นนิติบุคคล อากรเป็นอัน ไม่ต้องเสีย แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้ใช้แก่องค์การของรัฐบาลที่ใช้ทุนหรือทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบการ พาณิชย์ หรือการพาณิชย์ซึ่งองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดทำ

  27. ๑๒๒

    ผู้ใดได้เสียค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรเกินไปไม่น้อยกว่า ๒บาท สำหรับตราสารลักษณะเดียวหรือเรื่องเดียว ผู้นั้นชอบที่จะทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ เมื่ออธิบดีเห็นว่าเกินไปจริงก็ให้คืนค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรที่เกินไปนั้นแก่ผู้เสียอากรได้ แต่คำร้องที่กล่าวนั้นต้องยื่นภายในเวลา ๖เดือน นับแต่วันเสียอากร หรือค่าเพิ่มอากรและต้อง ประกอบด้วยคำชี้แจงหรือเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออธิบดีเห็นควรให้ยื่นสนับสนุนคำร้อง

  28. ๑๒๓

    เมื่อมีเหตุสมควรพนังานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจมีอำนาจเข้าไป ในสถานการค้าหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาที่เปิด มาตรา ๑๑๗แก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ - ทำการของสถานการค้า หรือสถานที่นั้นเพื่อทำการตรวจสอบตราสารว่า ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตาม ความในมาตรา ๑๐๔หรือไม่ หรือทำการตรวจสอบเพื่อทราบว่ ได้ออกใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖หรือทำ หรือเก็บต้นขั้ว สำเนาใบรับ ใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕ทวิ หรือทำ หรือเก็บบันทึกตามความในมาตรา ๑๐๕ตรี หรือไม่ กับมีอ นาจเรียกและยึดตราสาร หรือเอกสาร และออกหมายเรียกตัวผู้มีหน้าที่เสียอากร ผู้ทรงตราสาร หรือผู้ถือเอาประโยชน์แห่งตราสาร และ พยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้

  29. ๑๒๓ ทวิ

    เพื่อให้การเสียอากรในหมวดนี้เป็นไปโดยรัดกุม ให้อธิบดีโดย อนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดวิธีการให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรปฏิบัติ การกำหนดวิธีการเช่นว่านี้เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ เพื่อความสะดวกของผู้มีหน้ ที่เสียอากร การปฏิบัติในการขีดฆ่าตามความในมาตรา ๑๐๓หรือการปฏิบัติตามความในมาตรา ๑๐๕มาตรา ๑๐๕ทวิ มาตรา ๑๐๕ตรี และมาตรา ๑๐๕ จัตวานั้น อธิบดีโดยอนุัติรัฐมนตรีมีอ นาจกำหนดวิธีการให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือจะยกเว้นไม่ให้ ต้องปฏิบัติก็ได้

  30. ๑๒๓ ตรี

    ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำนวนเงินที่แสดงไว้ ในใบรับตามลักษณะแห่งตราสาร ๒๘.

    (ข) และ(ค) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ต่ำไป พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจกำหนดจำนวนเงินที่แสดงไว้ในใบรับนั้นตามจำนวนเงินที่สมควรได้รับตามปกติ และ ให้ผู้ออกใบรับมีหน้าที่เสียค่าอากรจากจำนวนเงินที่กำหนดนั้น ผู้ออกใบรับซึ่งถูกกำหนดจำนวนเงินตามวรรคหนึ่งจะอุทธรณ์การกำหนดจำนวนเงิ นั้นก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน ๒หมวด ๒ลักษณะ ๒มาใช้บังคับโดย อนุโลม

  31. ส่วน ๓ บทลงโทษ

    7 มาตรา
  32. ๑๒๔

    ผู้ใดมีหน้าที่เสียอากร หรือขีดฆ่าแสตมป์เพิกเฉยหรือปฏิเสธไม่เสีย อากรหรือไม่ขีดฆ่าแสตมป์ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ๑๒)พ.ศ. ๒๔๙๗ ๒๕๒๑ -

  33. ๑๒๕

    ผู้ใดออกใบรับไม่ถึง ๑๐บาทสำหรับมูลค่าตั้งแต่ ๑๐บาทขึ้นไป หรือแบ่งแยกมูลค่าที่ได้ชำระนั้น เพื่อหลี เลี่ยงการเสียอากรก็ดี จงใจกระทำ หรือทำตราสารให้ผิด ความจริง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองร้อยบาท

  34. ๑๒๖

    ผู้ใดจงใจลงวันเดือนปีที่ขีดฆ่าแสตมป์เป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

  35. ๑๒๗

    ผู้ใดไม่ทำหรือไม่เก็บบันทึกตามมาตรา ๑๐๕ตรี หรือไม่ออกใบรับ ให้ในทันทีที่ถูกเรียกร้องตามมาตรา ๑๐๖หรือออกใบรับซึ่งไม่ปิดแสตมป์ตามจำนวนอากรที่ต้องเสีย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

  36. ๑๒๗ ทวิ

    ผู้ใดโดยตนเองหรือโดยสมคบกับผู้อื่นทำให้ไม่ีการออกใบรับ หรือไม่ออกใบรับให้ในทันทีที่รับเงินหรือรับชำระราคาตามมาตรา ๑๐๕หรือออกใบรับเป็นจำนวนเงิน น้อยกว่าที่รับเงินหรือรับชำระราคาจริง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่ง เดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ

  37. ๑๒๘

    ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายตรวจในการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือโดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจไม่ปฏิบัติตามคำเรียก หรือไม่ยอม ให้ยึดตราสารหรือเอกสารหรือไม่ปฏิบติตามหมายของพนักงานเจ้ หน้าที่ หรือนายตรวจตามความ ในมาตรา ๑๒๓หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา ๑๐๕ทวิ มาตรา ๑๐๕จัตวา หรือมาตรา ๑๒๓ทวิ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

  38. ๑๒๙

    ผู้ใดโดยเจตนาทุจริตมีแสตมป์ซึ่งรู้อยู่ว่า เป็แสตมป์ปลอมก็ดี หรือค้าแสตมป์ที่ใช้แล้ว หรือที่มีกฎกระทรวงประกาศให้เลิกใช้เสียแล้วก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวาง โทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ๒๕๐๒ - บัญชีอัตราอากรแสตมป์๔๓๗ ค่าอ ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์ ๑.๔๓๘ เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือ แพ ทุกจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๑,๐๐๐บาทแห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสอง อย่ งรวมกันตลอดอายุการเช่า ๑บาท ผู้ให้เช่า ผู้เช่า หมายเหตุ

    (๑) ถ้าสัญญาเช่ มิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือ ว่ามีกำหนด ๓ปี

    (๒) ถ้าสัญญาเช่าฉบับใดครบกำหนดอายุการเช่า หรือครบกำหนด ๓ปี ตาม(๑) แล้ว ผู้เช่ายังคงครอง ทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วง ทั้ง มิได้ทำสัญญาใหม่ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทำ กันใหม่โดยไม่มีกำหนดอายุการเช่า และต้องเสียอากร ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ถือว่าเริ่มทำสัญญาใหม่ นั้น ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร เช่าทรัพย์สินใช้ในการทำนา ไร่ สวน ๒.๔๓๙ โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคมคณะบุคคลหรือองค์การใดๆเป็นผู้ออก คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือตามราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่าทุกจำนวนเงิน ๑,๐๐๐บาท หรือเศษของ๑,๐๐๐บาท ๑บาท ผู้โอน ผู้รับโอน ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. โอนพันธบัตรของรัฐบาลไทย ข. โอนใบหุ้น ใบหุ้ นกู้ และใบรับรองหนี้ ซึ่ง สหกรณ์หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตรเป็นผู้ออก ๓.๔๔๐ เช่าซื้อทรัพย์สิน ๑บาท ผู้ให้เช่า ผู้เช่า บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากรแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๔๙๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๑. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๒. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์ ทุกจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาทหรือเศษของ ๑,๐๐๐บาทแห่งราคาทั้งหมด ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร เช่าซื้อทรัพย์สินใช้ในการทำนา ไร่ สวน ๔.๔๔๑ จ้างทำของ ทุกจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๑,๐๐๐บาทแห่งสินจ้างที่ก หนดไว้ ๑บาท ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้าง หมายเหตุ

    (๑) ถ้าในเวลากระทำสัญญาจ้างทำของไม่ทราบ จำนวนสินจ้างว่าเป็นราคาเท่าใด ให้ประมาณจำนวน สิ จ้างตามสมควรแล้วเสียอากรตามจำนวนสินจ้างที่ ประมาณนั้น

    (๒) ถ้ามีการรับเงินสินจ้างเป็นคราว ๆและอากร ที่เสียไว้เดิมยังไม่ครบให้เสียอากรเพิ่มเติมให้ครบตาม จำนวนที่ต้องเสียทุกครั้งในทันทีที่มีการรับเงิน

    (๓) เมื่อการรับจ้างทำของได้สิ้นสุดลงแล้วและ ปรากฏว่าได้เสียอากรเกินไปให้ขอคืน ตามมาตรา ๑๒๒ได้ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร สัญญาที่ทำขึ้นนอกประเทศไทยและการปฏิบัติ ตามข้อสัญญานั้นมิได้ทำในประเทศไทย ๕.๔๔๒ กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจาก ธนาคาร ทุกจำนวนเงิน ๒,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๒,๐๐๐บาทแห่งยอดเงินให้กู้ยืม หรือตกลงให้เบิกเงิน เกินบัญชี ๑บาท ผู้ให้กู้ ผู้กู้ ค่าอากรตามลักษณะแห่งตราสารนี้ เมื่อคำนวณ แล้วถ้าเกิน ๑๐,๐๐๐บาทให้เสีย ๑๐,๐๐๐บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร การกู้ยืมเงินซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์หรือ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๓. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๔. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๕. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์ สหกรณ์กู้ยืมจากสหกรณ์หรือจากธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ๖.๔๔๓ กรมธรรม์ประกันภัย

    (ก) กรมธรรม์ประกันวินาศภัย ทุก ๒๕๐บาทหรือเศษของ๒๕๐บาทแห่งเบี้ย ประกันภัย ๑บาท ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย

    (ข) กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุก ๒,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๒,๐๐๐ บาท แห่งจำนวนเงินที่เอาประกันภัย ๑บาท ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย

    (ค) กรมธรรม์ประกันภัยอื่น ๆ ทุ ๒,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๒,๐๐๐ บาท แห่งจำนวนเงินที่เอาประกันภัย ๑บาท ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย

    (ง) กรมธรรม์เงินปี ทุก ๒,๐๐๐บาทหรือเศษของ๒,๐๐๐บาท แห่งต้นทุนเงินปีนั้น หรือถ้าไม่ปรากฏต้นทุน ให้คิดทุก ๒,๐๐๐บาทหรือเศษของ๒,๐๐๐บาทแห่ง ๓๓ เท่าของรายได้ประจำปี ๑บาท ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย

    (จ) กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยนำไป ให้ผู้อื่นประกันอีกต่อหนึ่ง ๑บาท ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย

    (ฉ) บันทึกการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยเดิม กึ่งอัตราซึ่ง ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย เรียกเก็บ สำ หรับ กรมธรรม์ เดิม ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

    (ก) การประกันภัยสัตว์พาหนะซึ่งใช้ใน การเกษตรกรรม

    (ข) บันทึกประกันภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัย ชั่วคราวซึ่งรับรองจะออกกรมธรรม์ประกัภัยตัวจริง แต่ถ้าผู้ทรงจะเรียกร้องเอาสิทธิอย่างอื่นนอกจากให้ส่ง มอบกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงแล้วต้องปิดแสตมป์ เสียก่อนเช่นเดียวกับที่จะต้องปิดสำหรับประกันภัยตัว จริง บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๖. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์ ๗.๔๔๔ ใบมอบอำนาจ คือ ใบตั้งตัวแทนซึ่งมิได้กระทำ ในรู ปลักษณะตราสารสัญญา รวมทั้ งใบตั้ ง อนุญาโตตุลาการ

    (ก) มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคน กระทำการครั้งเดียว ๑๐บาท ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ

    (ข) มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคน ร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ๓๐บาท ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ

    (ค) มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคนต่ งคนต่างกระทำกิจการแยกกัน ได้คิดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบคนละ ๓๐บาท ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ หมายเหตุ ถ้าผู้มอบอำนาจมีหลายคน แต่มิได้เป็นผู้มี อำนาจร่วมกันแล้วมอบอำนาจในตราสารฉบับเดียวกัน ต้องคิดตามรายตัวบุคคลผู้มอบคนหนึ่ง เป็นเรื่องหนึ่ง ตามมาตรา ๑๐๘ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

    (๑) ใบแต่งทนายและใบมอบอำนาจซึ่ง ทนายความให้แก่เสมียนของตน เพื่อเป็ตัวแทน ดำเนินคดีในศาล

    (๒) ใบมอบอำนาจให้โอนหรือให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวด้วยสัตว์พาหนะ ตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์ พาหนะ

    (๓) ใบมอบอำนาจให้รับเงินหรือสิ่งของแทน

    (๔) ใบมอบอำนาจซึ่งสหกรณ์เป็นผู้มอบ และใบ มอบอำนาจตั้งสหกรณ์เป็นตัวแทนจัดการให้สหกรณ์ ได้รับสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ๘.๔๔๕ ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ประชุมของ บริษัท

    (ก) มอบฉันทะสำหรับการประชุมครั้งเดียว ๒๐บาท ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ

    (ข) มอบฉันทะสำหรับการประชุมกว่าครั้งเดียว ๑๐๐บาท ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ ๙.๔๔๖

    (๑) ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้ อย่างตั๋วแลกเงิน ฉบับละ ๓บาท ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๗. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร ๘. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์

    (๒) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำนอง เดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับละ ๓บาท ผู้ออกตั๋ว ผู้ออกตั๋ว ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ถ้าตั๋วออกเป็นสำรับและฉบับแรกในสำรับนั้น ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ฉบับอื่น ๆไม่ต้องปิดอีกแต่ ต้องสลักหลังฉบับนั้น ๆไว้ว่า ได้เสียอากรแล้ว ๑๐.๔๔๗ บิลออฟเลดิง ๒บาท ผู้กระทำตราสาร ผู้กระทำตราสาร หมายเหตุ ถ้าออกเป็นสำรับให้ปิดแสตมป์ตามอัตราทุก ฉบับ ๑๑.(๑)๔๔๘ ใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของ บริษัท สมาคมคณะบุคคลหรือองค์การใดๆ ๕บาท ผู้ทรงตราสาร ผู้ทรงตราสาร

    (๒) พันธบัตรของรัฐบาลใด ๆที่ขายในประเทศ ไทย ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐บาทหรือเศษของ ๑๐๐ บาท ๑บาท ผู้ทรงตราสาร ผู้ทรงตราสาร ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของสหกรณ์ ๑๒.๔๔๙ เช็ค หรือหนังสือคำสั่งใด ๆ ซึ่งใช้แทนเช็ค ฉบับละ ๓บาท ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย ๑๓.๔๕๐ ใบรับฝากเงินประเภทประจำของธนาคาร โดย มีดอกเบี้ย ๕บาท ผู้รับฝาก ผู้รับฝาก ๑๔.๔๕๑ เลตเตอร์ออฟเครดิต

    (ก) ออกในประเทศไทย - เงินต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐บาท ๒๐บาท ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๙. แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๐.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๑.(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๒.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๓.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๔.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์ - เงินตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐บาทขึ้นไป ๓๐บาท ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร

    (ข) ออกในต่างประเทศ และให้ชำระเงินใน ประเทศไทยคราวละ ๒๐บาท ผู้ทรงคนแรกใน ผู้ทรงคนแรกใน ประเทศไทย ประเทศไทย หมายเหตุ ตราสารเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ออกในประเทศ ไทยและให้ชำระเงินในต่างประเทศ ต้องทำเนาเก็บ ไว้ในประเทศไทย ส่วนการเสียอากรให้ปิดแสตมป์ บริบูรณ์ เฉพาะในฉบับ เนาดังกล่าวนั้น ๑๕.๔๕๒ เช็คสำหรับผู้เดินทาง

    (ก) ออกในประเทศไทยฉบับละ ๓บาท ผู้ออกเช็ค ผู้ออกเช็ค

    (ข) ออกในต่างประเทศ แต่ให้ชำระในประเทศ ไทยฉบับละ ๓บาท ผู้ทรงคนแรกใน ผู้ทรงคนแรกใน ประเทศไทย ประเทศไทย ๑๖.๔๕๓ ใบรับของ ซึ่งออกให้เนื่องในกิจการรับขนส่ง สินค้าโดยทางน้ำ ทางบกและทางอากาศคือ ตราสาร ซึ่ งลงลายมือชื่อพนักงานหรือนายสินค้าของ ยานพาหนะรับขนส่ง ซึ่งออกรับของดังระบุไว้ในใบรับ นั้นเมื่อไม่ได้ออกบิลออฟเลดิง ฉบับละ ๑บาท ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ หมายเหตุ ถ้าออกเป็นสำรับให้ปิดแสตมป์ตามอัตราทุก ฉบับ ๑๗.๔๕๔ ค้ำประกัน

    (ก) สำหรับกรณีที่มิได้จำกัดจำนวนเงินไว้ ๑๐บาท ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน

    (ข) สำหรับจำนวนเงินไม่เกิน ๑,๐๐๐บาท ๑บาท ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน

    (ค) สำหรับจำนวนเงินเกิน ๑,๐๐๐บาทแต่ไม่ เกิน ๑๐,๐๐๐บาท ๕บาท ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน

    (ง) สำหรับจำนวนเงินเกิน ๑๐,๐๐๐บาทขึ้นไป ๑๐บาท ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

    (ก) ค้ำประกันหนี้เนื่องแต่การที่รัฐบาลให้ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๕.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๖.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๗.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์ ราษฎรกู้ ยืมหรือยืมเพื่ อการบริโภคหรือการ เกษตรกรรม

    (ข) ค้ำประกันหนี้เนื่องแต่การที่ สหกรณ์ให้ สมาชิกกู้ยืมหรือยืม ๑๘.๔๕๕ จำนำ จำนวนหนี้ทุก ๒,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๒,๐๐๐บาท ๑บาท ผู้รับจำนำ ผู้รับจำนำ ถ้าการจำนำมิได้จำกัดจำนวนหนี้ไว้ ๑บาท ผู้รับจำนำ ผู้รับจำนำ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

    (ก) ตั๋วจำนำของโรงจำนำที่ได้รับอนุญาตตาม กฎหมาย

    (ข) จำนำอันเกี่ยวกับกู้ยืมซึ่งได้ปิดแสตมป์ บริบูรณ์แล้วตามข้อ ๕ ๑๙.๔๕๖ ใบรับของคลังสินค้า ๑บาท นายคลังสินค้า นายคลังสินค้า ๒๐.๔๕๗ คำสั่งให้ส่งมอบของ คือตราสารซึ่งบุคคลผู้ ปรากฏชื่อในตราสารนั้น หรือซึ่งบุคคลผู้นั้นตราชื่อไว้ หรือผู้ทรงมีสิทธิที่จะรับมอบสินค้าอันอยู่ในอู่ หรือเมือง ท่ หรือคลังสินค้าซึ่งรับเก็บหรือรับฝากโดยเรียกเก็บ ค่าเช่า หรือรับสินค้าอันอยู่ที่ท่าสินค้าโดยที่เจ้าของลง ลายมือชื่อหรือมีผู้อื่นลงลายมือชื่อแทนในเมื่อขายหรือ โอนทรัพย์สินอันปรากฏในตราสารนั้น ๑บาท ผู้ออกคำสั่ง ผู้ออกคำสั่ง ๒๑.๔๕๘ ตัวแทน

    (ก) มอบอำนาจเฉพาะการ ๑๐บาท ตัวการ ตัวการ

    (ข) มอบอำนาจทั่วไป ๓๐บาท ตัวการ ตัวการ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร การตั้งตัวแทนในกรณีสหกรณ์เป็นตัวการ ๒๒.๔๕๙ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ๑บาท อนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๘.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๑๙.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๐.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๑.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๒.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๒๕ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์

    (ก) ในกรณีซึ่งพิพาทกันด้วยจำนวนเงินหรือ ราคาทุกจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท หรือเศษของ ๑,๐๐๐บาท

    (ข) ในกรณีอื่นซึ่งไม่กล่าวถึงจำนวนเงินหรือ ๑๐บาท อนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการ ราคา ๒๓.๔๖๐ คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร คือ ตราสารซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกักับ

    (๑) ถ้าไม่มีบุคคล ต้นฉบับหรือต้นสัญญา และผู้กระทำตราสารได้ลง อีกฝ่ายหนึ่งเป็น ลายมือชื่อไว้อย่างเดียวกับต้นฉบับ คู่สัญญาคนที่เสีย อากรสำหรับ ต้นฉบับเป็นผู้เสีย

    (ก) ถ้าต้นฉบับเสียอากรไม่เกิน ๕บาท ๑บาท

    (๒) ถ้ามีบุคคล คนเดียวกับผู้ขีด อีกฝ่ายหนึ่งเป็น ฆ่าต้นฉบับ คู่สัญญา บุคคล อีกฝ่ายหนึ่งนั้น ต้องเป็นผู้เสีย อากร

    (ข) ถ้าเกิ ๕บาท ๕บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นสหกรณ์ ๒๔.๔๖๑ หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำกัดที่ส่งต่อ นายทะเบียน ๒๐๐บาท ผู้เริ่มก่อการ ผู้เริ่มก่อการ ๒๕.๔๖๒ ข้อบังคับของบริษัทจำกัดที่ส่งต่อนายทะเบียน ๒๐๐บาท ๒๖.๔๖๓ ข้อบังคับใหม่หรือสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัทจำกัดซึ่งเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ส่ง ต่อนายทะเบียน ๕๐บาท ๒๗.๔๖๔ หนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วน ๑๐๐บาท ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๓.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๔.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๕.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๖.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด ๖ลักษณะแห่งตราสาร๒๗.แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช กำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ ค่าอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ ที่ ต้องขีดฆ่า ลักษณะแห่งตราสาร แสตมป์ แสตมป์

    (ก) หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน

    (ข) หนังสือสัญญาที่ แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้าง หุ้นส่วน ๕๐บาท ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน ๒๘.๔๖๕ ใบรับ เฉพาะตามที่ระบุต่อไปนี้

    (ก) ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล

    (ข) ใบรับสำหรับการโอน หรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในเมื่อนิติกรรมที่เป็เหตุให้ ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย

    (ค) ใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ ยานพาหนะ ทั้งนี้ เฉพาะ ยานพาหนะซึ่งมีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วย ยานพาหนะนั้นๆ ถ้าใบรับตาม (ก) (ข) หรือ

    (ค) มีจำนวนเงิน ตั้ งแต่ ๒๐๐บาทขึ้นไปทุก ๒๐๐บาทหรือเศษของ ๑บาท ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ๒๐๐บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร๔๖๖ ใบรับ สำหรับจำนวนเงินที่ผู้รับต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ๒๙.๔๖๗ (ยกเลิก) ๓๐.๔๖๘ (ยกเลิก)

  39. หมวด ๗ อากรมหรสพ๔๖๙

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ · 106,453 ตัวอักษร
ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:18.393Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR