ประมวลรัษฎากร

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๑312 มาตรา39 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 184 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6f35e9dd… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. ลักษณะ ๑ ข้อความเบื้องต้นมาตรา ๑–๔ ทศ · 22 มาตรา
  2. ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรมาตรา ๕–๙๑/๒๑ · 257 มาตรา
  3. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕–๑๓ อัฏฐ · 21 มาตรา
  4. หมวด ๒ วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินมาตรา ๑๔–๓๗ ทวิ · 31 มาตรา
  5. ส่วน ๑ การยื่นรายการและการเสียภาษีอากรมาตรา ๑๗–๒๗ จัตวา · 16 มาตรา
  6. ส่วน ๒ การอุทธรณ์มาตรา ๒๘–๓๔ · 7 มาตรา
  7. ส่วน ๓ บทกำหนดโทษมาตรา ๓๕–๓๗ ทวิ · 5 มาตรา
  8. หมวด ๓ ภาษีเงินได้มาตรา ๓๘–๗๖ ตรี · 68 มาตรา
  9. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
  10. ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดามาตรา ๔๐–๖๔ · 42 มาตรา
  11. ส่วน ๓ การเก็บภาษีจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล๒๐๓มาตรา ๖๕–๗๖ ตรี · 24 มาตรา
  12. หมวด ๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔มาตรา ๗๗–๙๐/๕ · 115 มาตรา
  13. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๗๗–๗๗/๕ · 6 มาตรา
  14. ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษีมาตรา ๗๘–๗๘/๓ · 4 มาตรา
  15. ส่วน ๓ ฐานภาษีมาตรา ๗๙–๗๙/๗ · 8 มาตรา
  16. ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๐–๘๐/๒ · 3 มาตรา
  17. ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๑–๘๑/๓ · 4 มาตรา
  18. ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษีมาตรา ๘๒–๘๒/๑๘ · 19 มาตรา
  19. ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษีมาตรา ๘๓–๘๓/๑๐ · 11 มาตรา
  20. ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๔–๘๔/๔ · 5 มาตรา
  21. ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๕–๘๕/๑๙ · 20 มาตรา
  22. ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้มาตรา ๘๖–๘๖/๑๔ · 15 มาตรา
  23. ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา ๘๗–๘๗/๓ · 4 มาตรา
  24. ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมาตรา ๘๘–๘๘/๖ · 7 มาตรา
  25. ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่มมาตรา ๘๙–๘๙/๒ · 3 มาตรา
  26. ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐–๙๐/๕ · 6 มาตรา
  27. หมวด ๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ๓๗๙มาตรา ๙๑–๙๑/๒๑ · 22 มาตรา
  28. ลักษณะ ๒ ภาษีป้าย๔๐๘มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  29. หมวด ๖ อากรแสตมป์มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  30. ส่วน ๑ การเสียอากรมาตรา ๑๐๔–๑๑๒ · 12 มาตรา
  31. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๑๓–๑๒๓ ตรี · 13 มาตรา
  32. ส่วน ๓ บทลงโทษมาตรา ๑๒๔–๑๒๙ · 7 มาตรา
  33. หมวด ๗ อากรมหรสพ๔๖๙0 มาตรา
  34. ลักษณะ ๓ ภาษีบำรุงท้องที่๔๗๐0 มาตรา
  35. ลักษณะ ๔ เงินช่วยการประถมศึกษา๔๗๑0 มาตรา
  36. ลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์๔๗๒0 มาตรา
  37. ลักษณะ ๕ ภาษีการซื้อข้าว๔๗๓0 มาตรา
  38. ลักษณะ ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล๔๗๔0 มาตรา
  39. ลักษณะ ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร๔๗๕0 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ด

    13 มาตรา
  2. ๑๑๓

    ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตรา สารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่ ตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้ ๑.๔๒๐ ถ้าตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์นั้นเป็นตราสารที่กระทำขึ้นในประเทศ ไทยเมื่อผู้ขอเสียอากรได้ยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเสียอากรภายใน๑๕วัน นับแต่วัน ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ก็ให้อนุมัติให้เสียเพียงอากรตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ ๒. ถ้ากรณีเป็นอย่างอื่นก็ให้อนุมัติให้เสียอากร และให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากร ดังต่อไปนี้อีกด้วย

    (ก) ถ้าปรากฏต่อพนังานเจ้าหน้าที่ว่า ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นเวลา ไม่พ้นกำหนด ๙๐วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากรเป็น ๒เท่าจำนวน อากรหรือเป็นเงิน ๔บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

    (ข) ถ้าปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นเวลา พ้นกำหนด๙๐วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากรเป็๕เท่าจำนวน อากรหรือเป็นเงิน ๑๐บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า -

  3. ๑๑๔

    โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา ๑๒๓ก็ดโดยการกล่าวหา แจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า

    (๑) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕หรือ มาตรา ๑๐๖ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็น จำนวน ๖เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

    (๒) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย

    (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน๖เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่อย่างใด จะมากกว่า

    (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บ เงินอากรจนครบและเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน ๖เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่ อย่างใดจะมากกว่า

    (ค) ในกรณีอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็น จำนวน ๑เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน ๒๕บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า วรรคท้าย๔๒๒ (ยกเลิก)

  4. ๑๑๕

    เงินอากรและเงินเพิ่มอากรที่กล่าวในมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการเรียกเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียอากรก่อน ถ้าไม่ได้เงินจากผู้มีหน้าที่ เสียอากร จึงให้จัดการเรียกเก็บจากผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์แห่งตราสารนั้ ผู้ถูกเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรตามความในวรรคก่อนจะอุทธรณ์คำสั่งก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน ๒หมวด ๒ลัษณะ๒มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  5. ๑๑๖

    วิธเสียเงินอากรและเงินเพิ่มอากรดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ให้เสียโดยวิธีชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับชำระเงินแล้วให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับเงินและสลักหลังตราสาร หรือทำหลักฐานขึ้นในกรณีไม่มีตราสาร ทั้งนี้ เพื่อแสดงการรับเงินอากรและเงินเพิ่มอากรถ้ามี ตลอดทั้งชื่อและตำบลที่อยู่ของผู้เสียเงินแล้วลงชื่อ พนักงานเจ้าหน้าที่และวันเดือนปีไว้เป็นสำคัญ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๐๒ -

  6. ๑๑๗

    ตราสารหรือหลักฐานตามความในมาตรา ๑๑๖ที่มีผู้เสียอากร หรือเสียอากรและเงินเพิ่มอากรถ้ามี ตามความในมาตรา ๑๑๓หรือมาตรา ๑๑๔แล้ว ให้ถือว่าเป็น ตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ส่วนเงินเพิ่มอากรที่เรียกเก็บให้ถือเป็นเงินอากร

  7. ๑๑๘

    ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือ สำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวน ตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔

  8. ๑๑๙

    ตราสารซึ่งเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลต้องลงนามหรือรับรู้ก็ดี ตราสารซึ่งต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลก็ดี ตราสารซึ่งต้องให้เจ้าพนังานรัฐบาล หรือเทศบาลลงบันทึกก็ดี ห้ามมิให้เจ้าพนักงานลงนามรับรู้ ยอมให้ทำหรือบันทึกไว้จนกว่าจะได้เสีย อากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการ เสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา ๑๑๓และมาตรา ๑๑๔

  9. ๑๒๐

    ผู้ใดได้เสียอากรหรือค่าเพิ่มอากรโดยมิใช่เป็นผู้มีหน้าที่เสีย ผู้นั้นมี สิทธิไล่เบี้ยเอาค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรซึ่งตนได้เสียไปจากบุคคลผู้มีหน้าที่เสียได้

  10. ๑๒๑

    ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำงานของ รัฐบาลโดยหน้ ที่ บุ คลผู้กระทำการในนามของรัฐบาล องค์ารบริหารราชการส่วนท้องถิ่ สภากาชาดไทยวัดวาอาราม และองค์การศาสนาใดๆในราชอาณาจักรซึ่งเป็นนิติบุคคล อากรเป็นอัน ไม่ต้องเสีย แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้ใช้แก่องค์การของรัฐบาลที่ใช้ทุนหรือทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบการ พาณิชย์ หรือการพาณิชย์ซึ่งองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดทำ

  11. ๑๒๒

    ผู้ใดได้เสียค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรเกินไปไม่น้อยกว่า ๒บาท สำหรับตราสารลักษณะเดียวหรือเรื่องเดียว ผู้นั้นชอบที่จะทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ เมื่ออธิบดีเห็นว่าเกินไปจริงก็ให้คืนค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรที่เกินไปนั้นแก่ผู้เสียอากรได้ แต่คำร้องที่กล่าวนั้นต้องยื่นภายในเวลา ๖เดือน นับแต่วันเสียอากร หรือค่าเพิ่มอากรและต้อง ประกอบด้วยคำชี้แจงหรือเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออธิบดีเห็นควรให้ยื่นสนับสนุนคำร้อง

  12. ๑๒๓

    เมื่อมีเหตุสมควรพนังานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจมีอำนาจเข้าไป ในสถานการค้าหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาที่เปิด มาตรา ๑๑๗แก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ - ทำการของสถานการค้า หรือสถานที่นั้นเพื่อทำการตรวจสอบตราสารว่า ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตาม ความในมาตรา ๑๐๔หรือไม่ หรือทำการตรวจสอบเพื่อทราบว่ ได้ออกใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖หรือทำ หรือเก็บต้นขั้ว สำเนาใบรับ ใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕ทวิ หรือทำ หรือเก็บบันทึกตามความในมาตรา ๑๐๕ตรี หรือไม่ กับมีอ นาจเรียกและยึดตราสาร หรือเอกสาร และออกหมายเรียกตัวผู้มีหน้าที่เสียอากร ผู้ทรงตราสาร หรือผู้ถือเอาประโยชน์แห่งตราสาร และ พยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้

  13. ๑๒๓ ทวิ

    เพื่อให้การเสียอากรในหมวดนี้เป็นไปโดยรัดกุม ให้อธิบดีโดย อนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดวิธีการให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรปฏิบัติ การกำหนดวิธีการเช่นว่านี้เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ เพื่อความสะดวกของผู้มีหน้ ที่เสียอากร การปฏิบัติในการขีดฆ่าตามความในมาตรา ๑๐๓หรือการปฏิบัติตามความในมาตรา ๑๐๕มาตรา ๑๐๕ทวิ มาตรา ๑๐๕ตรี และมาตรา ๑๐๕ จัตวานั้น อธิบดีโดยอนุัติรัฐมนตรีมีอ นาจกำหนดวิธีการให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือจะยกเว้นไม่ให้ ต้องปฏิบัติก็ได้

  14. ๑๒๓ ตรี

    ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำนวนเงินที่แสดงไว้ ในใบรับตามลักษณะแห่งตราสาร ๒๘.

    (ข) และ(ค) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ต่ำไป พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจกำหนดจำนวนเงินที่แสดงไว้ในใบรับนั้นตามจำนวนเงินที่สมควรได้รับตามปกติ และ ให้ผู้ออกใบรับมีหน้าที่เสียค่าอากรจากจำนวนเงินที่กำหนดนั้น ผู้ออกใบรับซึ่งถูกกำหนดจำนวนเงินตามวรรคหนึ่งจะอุทธรณ์การกำหนดจำนวนเงิ นั้นก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน ๒หมวด ๒ลักษณะ ๒มาใช้บังคับโดย อนุโลม

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ · 106,453 ตัวอักษร
ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:18.393Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR