ประมวลรัษฎากร

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๑312 มาตรา39 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 184 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6f35e9dd… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. ลักษณะ ๑ ข้อความเบื้องต้นมาตรา ๑–๔ ทศ · 22 มาตรา
  2. ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรมาตรา ๕–๙๑/๒๑ · 257 มาตรา
  3. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕–๑๓ อัฏฐ · 21 มาตรา
  4. หมวด ๒ วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินมาตรา ๑๔–๓๗ ทวิ · 31 มาตรา
  5. ส่วน ๑ การยื่นรายการและการเสียภาษีอากรมาตรา ๑๗–๒๗ จัตวา · 16 มาตรา
  6. ส่วน ๒ การอุทธรณ์มาตรา ๒๘–๓๔ · 7 มาตรา
  7. ส่วน ๓ บทกำหนดโทษมาตรา ๓๕–๓๗ ทวิ · 5 มาตรา
  8. หมวด ๓ ภาษีเงินได้มาตรา ๓๘–๗๖ ตรี · 68 มาตรา
  9. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
  10. ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดามาตรา ๔๐–๖๔ · 42 มาตรา
  11. ส่วน ๓ การเก็บภาษีจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล๒๐๓มาตรา ๖๕–๗๖ ตรี · 24 มาตรา
  12. หมวด ๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔มาตรา ๗๗–๙๐/๕ · 115 มาตรา
  13. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๗๗–๗๗/๕ · 6 มาตรา
  14. ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษีมาตรา ๗๘–๗๘/๓ · 4 มาตรา
  15. ส่วน ๓ ฐานภาษีมาตรา ๗๙–๗๙/๗ · 8 มาตรา
  16. ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๐–๘๐/๒ · 3 มาตรา
  17. ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๑–๘๑/๓ · 4 มาตรา
  18. ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษีมาตรา ๘๒–๘๒/๑๘ · 19 มาตรา
  19. ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษีมาตรา ๘๓–๘๓/๑๐ · 11 มาตรา
  20. ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๔–๘๔/๔ · 5 มาตรา
  21. ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๕–๘๕/๑๙ · 20 มาตรา
  22. ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้มาตรา ๘๖–๘๖/๑๔ · 15 มาตรา
  23. ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา ๘๗–๘๗/๓ · 4 มาตรา
  24. ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมาตรา ๘๘–๘๘/๖ · 7 มาตรา
  25. ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่มมาตรา ๘๙–๘๙/๒ · 3 มาตรา
  26. ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐–๙๐/๕ · 6 มาตรา
  27. หมวด ๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ๓๗๙มาตรา ๙๑–๙๑/๒๑ · 22 มาตรา
  28. ลักษณะ ๒ ภาษีป้าย๔๐๘มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  29. หมวด ๖ อากรแสตมป์มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  30. ส่วน ๑ การเสียอากรมาตรา ๑๐๔–๑๑๒ · 12 มาตรา
  31. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๑๓–๑๒๓ ตรี · 13 มาตรา
  32. ส่วน ๓ บทลงโทษมาตรา ๑๒๔–๑๒๙ · 7 มาตรา
  33. หมวด ๗ อากรมหรสพ๔๖๙0 มาตรา
  34. ลักษณะ ๓ ภาษีบำรุงท้องที่๔๗๐0 มาตรา
  35. ลักษณะ ๔ เงินช่วยการประถมศึกษา๔๗๑0 มาตรา
  36. ลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์๔๗๒0 มาตรา
  37. ลักษณะ ๕ ภาษีการซื้อข้าว๔๗๓0 มาตรา
  38. ลักษณะ ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล๔๗๔0 มาตรา
  39. ลักษณะ ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร๔๗๕0 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไป

    6 มาตรา
  2. ๗๗

    ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมิน บัญชีอัตราภาษีเงินได้

    (๒) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระ ราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ หมวด ๔ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่ ๑ถึงส่วนที่ ๑๔มาตรา ๗๗ถึง มาตรา ๙๐/๕แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔(ยกเลิกหมวด ๔ภาษีการค้า มาตรา ๗๗ถึง มาตรา ๙๓และบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ลักษณะ ๒แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๒๙)

  3. ๗๗/๑

    ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่ งอื่น

    (๑) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติ บุคคล

    (๒) “บุคคลธรรมดา”หมายความรวมถึงกองมรดก

    (๓) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือ มูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคลและให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคล ธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล

    (๔) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา ๓๙ องค์การของรัฐบาลตามมาตรา ๒สหกรณ์และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล

    (๕) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่าบุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจ หรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่

    (๖) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา ๘๕หรือมาตรา ๘๕/๑หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตาม มาตรา ๘๕/๓

    (๗) “ตัวแทน”หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการ เก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆอันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทน ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร

    (๘) “ขาย” หมายความว่ จำหน่ ย จ่ ย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือ ค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง

    (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่ โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ เงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

    (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย

    (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร

    (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆเว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบ กิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

    (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา ๘๗(๓) หรือมาตรา ๘๗วรรคสอง

    (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบ กิจการ ณวันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของ ผู้ประกอบการซึ่งได้ วบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓

    (ช) กรณีอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวง

    (๙) “สินค้า”หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆและให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่ นำเข้า

    (๑๐) “บริการ” หมายความว่าการกระทำใด ๆอันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่ง มิใช่เป็นการขายสินค้ และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆแต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึง

    (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเอง โดยตรงตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

    (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือ หลักทรัพย์

    (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (๑๑)“ผู้นำเข้า”หมายความว่าผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นซึ่งนำเข้า (๑๒)๒๕๗ “นำเข้า” หมายความว่า นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และให้ หมายความรวมถึงการนำสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่ ด้วยศุลกากรออกจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย (๑๓)“ผู้ส่งออก” หมายความว่าผู้ประกอบการซึ่งส่งออก

    (๑๔) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไป ต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (ก)๒๕๘ การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี หนด

    (ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตาม กฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจัทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (๑๕)“ซื้อ”หมายความว่ การรับโอนหรือรับมอบสินค้าจากการขาย (๑๖)“ราคา”หมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆอันอาจคิดคำนวณ ได้เป็นเงินซึ่งได้มีการชำระหรือตกลงจะชำระเพื่อการซื้อขายสินค้าหรือการให้บริการ

    (๑๗) “ภาษีขาย” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรา ๘๒/๔ วรรคหนึ่งและ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เสียในกรณีที่เป็นการขายสินค้าตาม (ง) (จ) (ฉ) หรือ

    (ช) ของ(๘) หรือในกรณีที่เป็นการให้บริการตาม

    (๑๐) แต่ไม่รวมถึงภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา ๘๒/๑๖

    (๑๘) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูก ผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา ๘๒/๔วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึ

    (ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า

    (ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอน สินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่ ด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่ ด้วยพิกัดอัตรา ศุลกากรตามมาตรา ๘๒/๑๕

    (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา ๘๓/๕มาตรา ๘๓/๖และมาตรา ๘๓/๗

    (๑๙) “ภาษีสรรพสามิต” หมายความรวมถึง ภาษีสุรา ค่าแสตมป์ยาสูบ ค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันตามที่กำหนด โดยพระราชกฤษฎีกา

    (๒๐) “สถานประกอบการ”หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบ กิจการเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของ ผู้ประกอบการนั้นเป็นสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบการมีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการ เลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ (๒๑)๒๕๙ “เขตปลอดอากร”หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากร เขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและเขต ที่มีกฎหมายกำหนดให้ยกเว้นอากรขาเข้า

    (๒๒) “ใบกำกับภาษี”หมายความรวมถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลด หนี้ ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา ๘๓/๕ และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากรหรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (๒๓)“เดือนภาษี”หมายความว่าเดือนประดิทิน เว้นแต่

    (ก) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีใด ให้เริ่มนับเดือนภาษีแรกตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการหรือ วันที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑/๓ถึงวันสิ้นเดือนภาษีนั้น แล้วแต่ รณี

    (ข) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับอนุมัติให้ถอนทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเลิกประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือตายและผู้จัดการมรดก หรือ ทายาทมิได้ยื่นขอโอนกิจการหรือถูกอธิบดีสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีใด ให้เดือนภาษีสุดท้ายสิ้นสุดลงในวันที่อธิบดีสั่งขีดชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกจากทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑๙

    (ค) ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ แสดงรายการภาษีและชำระภาษีตามช่วงเวลาภาษีตามมาตรา ๘๓/๑

  4. ๗๗/๒

    การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ๓๐)พ.ศ.

    (๑) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

    (๒) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า การให้บริการในราชอาณาจักรให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึง ว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจัก การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่า การให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร

  5. ๗๗/๓

    นอกจากกรณีตามมาตรา ๙๑/๔กิจการใดที่อยู่ในบังคับต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๒หรือได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๓ย่อมไม่อยู่ใน บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔นี้

  6. ๗๗/๔

    เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้ บุคคลดังต่อไปนี้ ที่ได้ทำสัญญาซื้อขายสิ ค้ หรือสัญญาให้บริการกับผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องจัดส่ง สำเนาสัญญาหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ไปให้เจ้าพนักงานสรรพากร ณที่ว่าการ อำเภอท้องที่ที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่ได้ทำสัญญาดังกล่าว

    (๑) กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้จัดส่งสำเนาสัญญาตาม ประเภทลักษณะและมูลค่าของสัญญาตามที่อธิบดีกำหนด

    (๒) บุคคลอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้จัดส่งสำเนาสัญญาหรือ เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามประเภทลักษณะและมูลค่าของสัญญาหรือเอกสาร ตามที่อธิบดี กำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มูลค่าของสัญญาตาม(๑) และ(๒) จะต้องกำหนดไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐บาท

  7. ๗๗/๕

    ในกรณีที่มีปัญหาว่ากิจการใดเป็นการขายสินค้าหรือการ ให้บริการ ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ · 106,453 ตัวอักษร
ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:18.393Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR