ประมวลรัษฎากร

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๑312 มาตรา39 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 184 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6f35e9dd… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. ลักษณะ ๑ ข้อความเบื้องต้นมาตรา ๑–๔ ทศ · 22 มาตรา
  2. ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรมาตรา ๕–๙๑/๒๑ · 257 มาตรา
  3. หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไปมาตรา ๕–๑๓ อัฏฐ · 21 มาตรา
  4. หมวด ๒ วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมินมาตรา ๑๔–๓๗ ทวิ · 31 มาตรา
  5. ส่วน ๑ การยื่นรายการและการเสียภาษีอากรมาตรา ๑๗–๒๗ จัตวา · 16 มาตรา
  6. ส่วน ๒ การอุทธรณ์มาตรา ๒๘–๓๔ · 7 มาตรา
  7. ส่วน ๓ บทกำหนดโทษมาตรา ๓๕–๓๗ ทวิ · 5 มาตรา
  8. หมวด ๓ ภาษีเงินได้มาตรา ๓๘–๗๖ ตรี · 68 มาตรา
  9. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
  10. ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดามาตรา ๔๐–๖๔ · 42 มาตรา
  11. ส่วน ๓ การเก็บภาษีจากบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล๒๐๓มาตรา ๖๕–๗๖ ตรี · 24 มาตรา
  12. หมวด ๔ ภาษีมูลค่าเพิ่ม๒๕๔มาตรา ๗๗–๙๐/๕ · 115 มาตรา
  13. ส่วน ๑ ข้อความทั่วไปมาตรา ๗๗–๗๗/๕ · 6 มาตรา
  14. ส่วน ๒ ความรับผิดในการเสียภาษีมาตรา ๗๘–๗๘/๓ · 4 มาตรา
  15. ส่วน ๓ ฐานภาษีมาตรา ๗๙–๗๙/๗ · 8 มาตรา
  16. ส่วน ๔ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๐–๘๐/๒ · 3 มาตรา
  17. ส่วน ๕ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๑–๘๑/๓ · 4 มาตรา
  18. ส่วน ๖ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษีมาตรา ๘๒–๘๒/๑๘ · 19 มาตรา
  19. ส่วน ๗ การยื่ แบบและการชำระภาษีมาตรา ๘๓–๘๓/๑๐ · 11 มาตรา
  20. ส่วน ๘ เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๔–๘๔/๔ · 5 มาตรา
  21. ส่วน ๙ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา ๘๕–๘๕/๑๙ · 20 มาตรา
  22. ส่วน ๑๐ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้มาตรา ๘๖–๘๖/๑๔ · 15 มาตรา
  23. ส่วน ๑๑ การจัดทำรายงานและการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา ๘๗–๘๗/๓ · 4 มาตรา
  24. ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมาตรา ๘๘–๘๘/๖ · 7 มาตรา
  25. ส่วน ๑๓ เบี้ยปรับ - เงินเพิ่มมาตรา ๘๙–๘๙/๒ · 3 มาตรา
  26. ส่วน ๑๔ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐–๙๐/๕ · 6 มาตรา
  27. หมวด ๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ๓๗๙มาตรา ๙๑–๙๑/๒๑ · 22 มาตรา
  28. ลักษณะ ๒ ภาษีป้าย๔๐๘มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  29. หมวด ๖ อากรแสตมป์มาตรา ๑๐๓–๑๒๙ · 33 มาตรา
  30. ส่วน ๑ การเสียอากรมาตรา ๑๐๔–๑๑๒ · 12 มาตรา
  31. ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๑๓–๑๒๓ ตรี · 13 มาตรา
  32. ส่วน ๓ บทลงโทษมาตรา ๑๒๔–๑๒๙ · 7 มาตรา
  33. หมวด ๗ อากรมหรสพ๔๖๙0 มาตรา
  34. ลักษณะ ๓ ภาษีบำรุงท้องที่๔๗๐0 มาตรา
  35. ลักษณะ ๔ เงินช่วยการประถมศึกษา๔๗๑0 มาตรา
  36. ลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์๔๗๒0 มาตรา
  37. ลักษณะ ๕ ภาษีการซื้อข้าว๔๗๓0 มาตรา
  38. ลักษณะ ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล๔๗๔0 มาตรา
  39. ลักษณะ ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร๔๗๕0 มาตรา

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ลักษณะ ๑ ข้อความเบื้องต้น

    22 มาตรา
  2. กฎหมายนี้ให้เรียกว่า “ประมวลรัษฎากร”

  3. ในประมวลรัษฎากรนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามประมวลรัษฎากรนี้ “อธิบดี”๓ หมายความว่า อธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้ที่อธิบดีกรมสรรพากร มอบหมาย “ผู้ว่าราชการจังหวัด”หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย “อำเภอ” หมายความว่ นายอำเภอสมุห์บัญชีอ เภอหรือสมุห์บัญชีเขต “นายอำเภอ”หมายความรวมถึงหัวหน้าเขตและปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่ง อำเภอด้วย “ที่ว่าการอำเภอ” หมายความรวมถึงที่ว่าการเขต และที่ว่าการกิ่งอำเภอด้วย “องค์การของรัฐบาล” หมายความว่าองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการ จัดตั้งองค์การของรัฐบาลและกิจการของรัฐตามกฎหมายที่จัดตั้งกิจการนั้น และหมายความรวมถึง หน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของซึ่งไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลด้วย “ประเทศไทย”หรือ “ราชอาณาจักร”หมายความรวมถึงเขตไหล่ทวีปที่เป็นสิทธิ ของประเทศไทยตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ยอมรับนับถือกันโดยทั่วไป และตามความตกลง กับต่างประเทศด้วย

  4. บรรดารัฎากรประเภทต่าง ๆซึ่งเรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรนี้ จะ ตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อการต่อไปนี้ก็ได้ คือ

    (๑) ลดอัตราหรือยกเว้นเพื่อให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ กิจการ หรือสภาพของท้องที่ บางแห่งหรือทั่วไป

    (๒) ยกเว้นแก่บุคคลหรือองค์การระหว่างประเทศตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ ต่อองค์การสหประชาชาติ หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญาหรือตามหลักถ้อยที ถ้อยปฏิบัติต่อกันกับนานาประเทศ

    (๓) ยกเว้นแก่รัฐบาล องค์การของรัฐบาลเทศบาลสุขาภิบาล องค์ารศาสนาหรือ องค์การกุศลสาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ๒๔๙๖ การลดหรือยกเว้นตาม (๑)

    (๒) และ(๓) นั้น จะตราพระราชกฤษฎีกายกเลิกหรือ เปลี่ยนแปลงก็ได้

  5. ๓ ทวิ

    ถ้าเจ้าพนักงานดังต่อไปนี้เห็ว่ ผู้ต้องหาไม่ควรต้องได้ับโทษจำคุก หรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้มีอำนาจเปรียบเทียบโดยกำหนดค่าปรับแต่สถานเดียวในความผิดต่อไปนี้ เว้นแต่ความผิดตามมาตรา ๑๓คือ

    (๑) ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือมีโทษปรับหรือจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือ ทั้งปรับทั้งจำซึ่งโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครให้เป็นอำนาจของอธิบดี ถ้า เกิดขึ้นในจังหวัดอื่นให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด

    (๒) ความผิดที่มีโทษปรับหรือโทษจำคุกเกินหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้ง จำซึ่งโทษจำคุกเกิ หกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปีให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยอธิบดี อธิบดีกรมการปกครองและอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ถ้าผู้ต้องหาใช้ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่ผู้มีอ นาจเปรียบเทียบ กำหนดแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้ต้องหามิให้ถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดนั้น ถ้าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งเห็นว่าไม่ควรใช้อำนาจเปรียบเทียบหรือเมื่อ เปรียบเทียบแล้วผู้ต้องหาไม่ยอมตามที่เปรียบเทียบหรือยอมแล้วแต่ไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลา ที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดให้ดำเนินการฟ้องร้องต่อไป และในกรณีนี้ห้ามมิให้ดำเนินการ เปรียบเทียบตามกฎหมายอื่นอีก

  6. ๓ ตรี

    บุคคลใดจะต้องเสียเงินเพิ่มภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่งประมวล รัษฎากรนี้ และบุคคลนั้นยินยอมและชำระเงินเพิ่มภาษีอากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง แล้ว ให้ถือว่าเป็นอัคุ้มบุคคลนั้นมิให้ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มภาษีอากร

  7. ๓ จัตวา

    ในกรณีที่บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้บุคคลไปเสีย ภาษีอากรณที่ว่าการอำเภอ รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้ไปเสีย ณสำนักงาน แห่งอื่นก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้การเสียภาษีอากรนั้น ให้ถือว่าเป็นการสมบูรณ์เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่ง หัวหน้าสำนักงานแห่งนั้นได้ลงลายมือชื่อรับเงินแล้ว

  8. ๓ เบญจ

    เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ให้ อธิบดีมีอำนาจเข้าไปหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรเข้าไปในสถานที่หรือ ยานพาหนะใดเพื่อทำการตรวจค้นยึดหรืออายัดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่ ที่เกี่ยวกับหรือ ๒๔๙๔ ๒๕)พ.ศ. ๒๕๒๕ สันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีอากรที่จะต้องเสียได้ทั่วราชอาณาจักร ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุ เทพมหานครให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสรรพากรเขตมี อำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีตามวรรคหนึ่ง สำหรับในเขตท้องที่จังหวัดหรือเขตนั้น การทำการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองต้องทำในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระ อาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบกิจการนั้น

  9. ๓ ฉ

    บรรดาบัญชี เอกสารและหลักฐานต่าง ๆซึ่งเกี่ยวกับหรือสันนิษฐาน ว่าเกี่ยวกับภาษีอากรที่จะต้องเสีย ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศเจ้าพนักงานประเมินหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่จะสั่งให้บุคคลใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดการแปลเป็นภาษาไทยให้เสร็จภายในเวลาที่สมควร ก็ได้

  10. ๓ สัตต

    เพื่อประโยชน์แห่งการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร การตรวจสอบและรับรองบัญชีจะกระทำได้็แต่โดยบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี บุคคลที่จะขอใบอนุญาตจากอธิบดีตามความในวรรคก่อน ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ และปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี บุคคลใดได้รับใบอนุญาตดังกล่าวแล้ว ถ้าฝ่าฝืนระเบียบที่อธิบดีกำหนด อธิบดีอาจ พิจารณาสั่งถอนใบอนุญาตเสียก็ได้ บทบัญญัติแห่งมาตรานี้จะใช้บังคับในเขตจังหวัดใด ให้อธิบดีประกาศโดยอนุมัติ รัฐมนตรี การประกาศให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  11. ๓ อัฏฐ

    กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการหรือแจ้งรายการต่าง ๆก็ดี กำหนดเวลาการอุทธรณ์ก็ดี หรือกำหนดเวลาการเสียภาษีอากรตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรนี้ ก็ดี ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทย หรือมีเหตุจำเป็นจนไม่ สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรจะให้ขยายหรือให้เลื่อน กำหนดเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้ กำหนดเวลาต่าง ๆที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรนี้ เมื่อรัฐมนตรีเห็นเป็นการ สมควรจะขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลานั้นออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้

  12. ๓ นว

    ผู้ใดรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวกหรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ผู้กระทำการตามหน้าที่ตามความในมาตรา ๓เบญจมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิ ห้าพันบาท ๒๔๙๖ ๒๔๙๖ ๒๔๙๖ หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

  13. ๓ ทศ

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานประเมิน หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๓ฉมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๓เอกาทศ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร และผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้มีและใช้เลขประจำตัวในการ ปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากรได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกำหนด ทั้งนี้ โดยอนุมัติ รัฐมนตรี การกำหนดตามวรรคหนึ่งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓ทวาทศ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา ๓เอกาทศต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา ๓เตรส๑๖ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี ให้อธิบดีมีอำนาจ ออกคำสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ซึ่งไม่มีหน้าที่หักภาษี ณที่จ่ายตามลักษณะ ๒หัก ภาษี ณที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในการนี้ให้นำมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓มาตรา ๕๔มาตรา ๕๕มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐และมาตรา ๖๓มาใช้บังคับ โดยอนุโลม มาตรา ๓จตุทศ๑๗ ในกรณีที่ต้องหักภาษี ณที่จ่ายตามบทบัญญัติแห่งประมวล รัษฎากรให้ผู้มีหน้ ที่หักภาษี ที่จ่าย หักภาษี ณที่จ่ายและนำส่งก่อนไม่ว่าการจ่ายเงิน้นจะเกิดขึ้น จากคำสั่งหรือคำบังคับของศาลหรือตามกฎหมายหรือเหตุอื่นใดก็ตาม

  14. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประมวลรัษฎากรนี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินและเจ้าพนักงานอื่นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากับ ออกกฎกระทรวง ๒๔๙๖ ๒๕)พ.ศ. ๒๕๒๕ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ๒๕๒๑ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๒๖ ๒๕๑๓

    (๑) ให้ใช้หรือให้ยกเลิกแสตมป์โดยกำหนดให้นำมาแลกเปลี่ยนกับแสตมป์ที่ใช้ได้ ภายในเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด แต่ต้องให้เวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวั

    (๒) กำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากรนี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  15. ๔ ทวิ

    คนต่างด้าวผู้ใดจะเดินทางออกจากประเทศไทยต้องเสียภาษีอากร ที่ค้างชำระ และหรือที่จะต้องชำระแม้จะยังไม่ถึงกำหนดชำระ หรือจัดหาประกันเงินภาษีอากรให้เสร็จ สิ้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรนี้ก่อนออกเดินทาง

  16. ๔ ตรี

    ให้คนต่างด้าวซึ่งจะเดินทางออกจากประเทศไทยยื่นคำร้องตาม แบบที่อธิบดีกำหนดเพื่อขอรับใบผ่านภาษีอากรภายในกำหนดเวลาไม่เกินสิบห้ วันก่อนออกเดินทาง ไม่ว่ามีเงินภาษีอากรที่ต้องชำระหรือไม่ การยื่ คำร้องตามความในวรรคก่อนถ้าผู้ยื่นคำร้องมีภูมิลำเนาหรือพักอยู่ในเขต จังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรี ให้ยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ถ้ามีภูมิลำเนาหรือพักอยู่ใน เขตจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย คนต่างด้าวผู้ใดไม่ยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรตามความในวรรคก่อนหรือยื่น คำร้องแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบผ่านภาษีอากร เดินทางออกจากประเทศไทยหรือพยายามเดินทางออก จากประเทศไทยนอกจากจะมีความผิดตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรนี้ ให้คนต่างด้าวผู้นั้นเสีย เงินเพิ่มร้อยละ ๒๐ของเงินภาษีอากรที่จะต้องเสียทั้งสิ้นอีกด้วย เงินเพิ่มตามมาตรานี้ให้ถือเป็นค่า ภาษีอากร

  17. ๔ จัตวา

    บทบัญญัติมาตรา ๔ทวิ และมาตรา ๔ตรี ไม่ใช้บังคับแก่คนต่าง ด้าวผู้เดินทางผ่านประเทศไทย หรือเข้ามา และอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมกันไม่เกินเก้าสิบวันในปีภาษีใด โดยไม่มีเงินได้พึงประเมิน หรือคนต่างด้าวที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรี

  18. ๔ เบญจ

    ให้ผู้รับคำร้องตามมาตรา ๔ตรี ตรวจสอบว่า ผู้ยื่นคำร้องมีภาษี อากรที่จะต้องเสียตามมาตรา ๔ทวิ หรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ออกใบผ่านภาษีอากรตามแบบที่อธิบดีกำหนด ให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง ถ้าในการตรวจสอบตามความในวรรคก่อนปรากฏว่า ผู้ยื่นคำร้องมีเงินภาษีอากรที่ ๒๕๐๒ ๒๕๐๒ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๒๗ ๒๕๐๒ ต้องเสียตามมาตรา ๔ทวิ และผู้ยื่นคำร้องได้นำเงินภาษีอากรมาชำระครบถ้วนแล้วก็ดี หรือไม่อาจ ชำระได้ทั้งหมดหรือได้ช ระแต่บางส่วน และผู้ยื่นคำร้องได้จัดหาผู้ค้ำประกันหรือหลัประกันที่อธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเห็นสมควรมาเป็นประกันเงินค่าภาษีอากรนั้นแล้วก็ดี ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายออกใบผ่ นภาษีอากรให้

  19. ๔ ฉ

    ในกรณีที่ผู้รับคำร้องตามมาตรา ๔ตรี พิจารณาเห็นว่า ผู้ยื่นคำร้องมี เหตุผลสมควรจะต้องเดินทางออกจากประเทศไทยเป็นการรีบด่วนและชั่วคราว และผู้ยื่นคำร้องมี หลักประกันหรือหลักทรัพย์อยู่ในประเทศไทยพอคุ้มค่าภาษีอากรที่ค้างหรือที่จะต้องชำระ ให้อธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายออกใบผ่านภาษีอากรให้

  20. ๔ สัตต

    ภายใต้บงคับมาตรา ๔อัฏฐ ใบผ่านภาษีอากรให้มีอายุใช้ได้ สิบห้าวันนับแต่วันออก ถ้ามีการขอต่ออายุใบผ่านภาษีอากรก่อนสิ้นอายุ อธิบดีหรือผู้ว่าราชการ จังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะต่ออายุให้อีกสิบห้าวันก็ได้

  21. ๔ อัฏฐ

    คนต่างด้าวซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็น ปกติธุระเกี่ยวกับการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพจะยื่นคำร้องต่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี ขอให้ออกใบผ่านภาษีอากรให้ใช้เป็นประจำก็ได้ ถ้าผู้รับคำร้องพิจารณา เห็นว่าคนต่างด้าวผู้นั้นมีความจำเป็นดังที่ร้องขอ และมีหลักประกันหรือหลักทรัพย์อยู่ในประเทศไทย พอคุ้มค่าภาษีอากรที่ค้างหรือที่จะต้องชำระแล้ว จะออกใบผ่านภาษีอากรให้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด ก็ได้ ใบผ่านภาษีอากรเช่นว่านี้ให้มีกำหนดเวลาใช้ได้ตามที่ะบุในใบผ่านภาษีอากรนั้ แต่ต้องไม่เกิน กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันออก

  22. ๔ นว

    คนต่างด้าวผู้ใดเดินทางออกจากประเทศไทยโดยไม่มีใบผ่านภาษี อากรซึ่งต้องมีตามความในประมวลรัฎากรนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพับาทหรือจำคุกไม่ เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ คนต่างด้าวผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

  23. ๔ ทศ

    ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงิน ภาษีอากรในอัตราร้อยละ๑ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีอากรที่ได้รับคืนโดยไม่คิดทบต้น ๒๕๐๒ ๒๕๐๒ ๒๕๐๒ ๒๕๐๒ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ดอกเบี้ ยที่ให้ตามวรรคหนึ่งมิให้เกินกว่าจำนวนเงิ ภาษีอากรที่ได้ับคื และให้จ่าย จากเงินภาษีอากรที่จัดเก็บได้ตามประมวลรัษฎากรนี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ · 106,453 ตัวอักษร
ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf184 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6f35e9ddb537e33cc81069eb5b2e62c953f67d7bb59581bad990bcedcee9db29ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:18.393Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
ประมวลรัษฎากร