กิมัตถิยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนฺตปิฏเก องฺคุตฺตรนิกายสฺส เอกาทสกนิปาโต --------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นิสฺสายวคฺโค ปฐโม
๒๐๘๑ เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ กิมตฺถิยานิ ภนฺเต กุสลานิ สีลานิ กิมานิสํสานีติ ฯ อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข อานนฺท กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานิ ฯ {๒๐๘.๑} อวิปฺปฏิสาโร ปน ภนฺเต กิมตฺถิโย กิมานิสํโสติ ฯ อวิปฺปฏิสาโร โข อานนฺท ปามุชฺชตฺโถ ปามุชฺชานิสํโส ฯ ปามุชฺชํ ปน ภนฺเต กิมตฺถิยํ กิมานิสํสนฺติ ฯ ปามุชฺชํ โข อานนฺท ปีตตฺถํ ปีตานิสํสํ ฯ ปีติ ปน ภนฺเต กิมตฺถิยา กิมานิสํสาติ ฯ ปีติ โข อานนฺท ปสฺสทฺธตฺถา ปสฺสทฺธานิสํสา ฯ ปสฺสทฺธิ ปน ภนฺเต กิมตฺถิยา กิมานิสํสาติ ฯ ปสฺสทฺธิ โข อานนฺท สุขตฺถา สุขานิสํสา ฯ สุขํ ปน ภนฺเต กิมตฺถิยํ กิมานิสํสนฺติ ฯ สุขํ โข อานนฺท สมาธตฺถํ สมาธานิสํสํ ฯ สมาธิ ปน ภนฺเต กิมตฺถิโย กิมานิสํโสติ ฯ สมาธิ โข อานนฺท ยถาภูตญาณทสฺสนตฺโถ ยถาภูตญาณทสฺสนานิสํโส ฯ ยถาภูตญาณทสฺสนํ ปน ภนฺเต กิมตฺถิยํ กิมานิสํสนฺติ ฯ ยถาภูตญาณทสฺสนํ โข อานนฺท นิพฺพิทตฺถํ นิพฺพิทานิสํสํ ฯ นิพฺพิทา ปน ภนฺเต กิมตฺถิยา กิมานิสํสาติ ฯ นิพฺพิทา โข อานนฺท วิราคตฺถา วิราคานิสํสา ฯ วิราโค ปน ภนฺเต กิมตฺถิโย กิมานิสํโสติ ฯ วิราโค โข อานนฺท วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺโถ วิมุตฺติญาณทสฺสนานิสํโสติ อิติ โข อานนฺท กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารตฺถานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานิ อวิปฺปฏิสาโร ปามุชฺชตฺโถ ปามุชฺชานิสํโส ปามุชฺชํ ปีตตฺถํ ปีตานิสํสํ ปีติ ปสฺสทฺธตฺถา ปสฺสทฺธานิสํสา ปสฺสทฺธิ สุขตฺถา สุขานิสํสา สุขํ สมาธตฺถํ สมาธานิสํสํ สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺโถ ยถาภูตญาณทสฺสนานิสํโส ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทตฺถํ นิพฺพิทานิสํสํ นิพฺพิทา วิราคตฺถา วิราคานิสํสา วิราโค วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺโถ วิมุตฺติญาณทสฺสนานิสํโส อิติ โข อานนฺท กุสลานิ สีลานิ อนุปุพฺเพน อรหตฺตาย ปริปูเรนฺตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ๑. นิสสยวรรค ๑. กิมัตถิยสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต __________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๑. นิสสยวรรค หมวดว่าด้วยนิสสัย ๑. กิมัตถิยสูตร ว่าด้วยคำถามเกี่ยวกับผลแห่งศีล
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ศีลที่เป็นกุศลมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อานนท์ ศีลที่เป็นกุศลมีอวิปปฏิสาร(ความไม่ร้อนใจ)เป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์” “อวิปปฏิสารมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ อวิปปฏิสารมีปราโมทย์(ความบันเทิงใจ)เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์” “ปราโมทย์มีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” @เชิงอรรถ : @ สูตรที่ ๑-๕ ในวรรคนี้เหมือนกับสูตรที่ ๑-๕ ในวรรคแรกของทสกนิบาต ต่างแต่ในทสกนิบาต นิพพิทา@และวิราคะรวมเป็นข้อธรรมเดียวกันในหมวดธรรม ๑๐ ประการ ส่วนในเอกาทสกนิบาต นิพพิทาและวิราคะ@แยกเป็นข้อธรรมคนละข้อกันในหมวดธรรม ๑๑ ประการ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๘๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ๑. นิสสยวรรค ๑. กิมัตถิยสูตร “อานนท์ ปราโมทย์มีปีติ(ความอิ่มใจ)เป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์” “ปีติมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ ปีติมีปัสสัทธิ(ความสงบกายสงบใจ)เป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์” “ปัสสัทธิมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์” “สุขมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์” “สมาธิมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะ(ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง) เป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์” “ยถาภูตญาณทัสสนะมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ ยถาภูตญาณทัสสนะมีนิพพิทา(ความเบื่อหน่าย)เป็นผล มีนิพพิทา เป็นอานิสงส์” “นิพพิทามีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ นิพพิทามีวิราคะ(ความคลายกำหนัด)เป็นผล มีวิราคะเป็นอานิสงส์” “วิราคะมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ วิราคะมีวิมุตติญาณทัสสนะ(ความรู้ความเห็นในวิมุตติ)เป็นผล มี วิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ อานนท์ ศีลที่เป็นกุศลมีอวิปปฏิสารเป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์ อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์ ปราโมทย์มีปีติเป็นผลมีปีติเป็นอานิสงส์ ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผลมีสุขเป็นอานิสงส์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์ สมาธิมียถาภูตญาณ-ทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ ยถาภูตญาณทัสสนะมีนิพพิทา เป็นผล มีนิพพิทาเป็นอานิสงส์ นิพพิทามีวิราคะเป็นผล มีวิราคะเป็นอานิสงส์ วิราคะมีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ อานนท์ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมทำอรหัตตผลให้บริบูรณ์โดยลำดับ อย่างนี้แล” กิมัตถิยสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
มโนรถปูรณี ๙ อรรถกถาอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑
เอกาทสกนิบาต กิมัตถิยสูตรที่ ๑ (ข้อ ๒๐๘) เป็นต้นมีนัยที่กล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.
จริงอยู่ ในเอกาทสกนิบาต ๕ สูตรข้างต้น ท่านกล่าวองค์ ๑๑ แยกนิพพิทาและวิราคะออกเป็นสอง.
จบอรรถกถากิมัตถิยสูตรเป็นต้น -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๘. กรรมสูตรที่ ๓