ปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ชาณุสฺโสณิวคฺโค ทุติโย
๑๕๖เตน โข ปน สมเยน ชาณุสฺโสณิ พฺราหฺมโณ ตทหุโปสเถ สีสนฺหาโต นวํ โขมยุคํ นิวตฺโถ อลฺลกุสมุฏฺฐึ อาทาย ภควโต อวิทูเร เอกมนฺตํ ฐิโต โหติ ฯ อทฺทสา โข ภควา ชาณุสฺโสณึ พฺราหฺมณํ ตทหุโปสเถ สีสนฺหาตํ นวํ โขมยุคํ นิวตฺถํ อลฺลกุสมุฏฺฐึ อาทาย เอกมนฺตํ ฐิตํ ทิสฺวาน ชาณุสฺโสณึ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ กึ นุ ตฺวํ พฺราหฺมณ ตทหุโปสเถ สีสนฺหาโต นวํ โขมยุคํ นิวตฺโถ อลฺลกุสมุฏฺฐึ อาทาย เอกมนฺตํ ฐิโต กึ นุ โข อชฺช พฺราหฺมณกุลสฺสาติ ฯ ปจฺโจโรหณี โภ โคตม อชฺช พฺราหฺมณกุลสฺสาติ ฯ {๑๕๖.๑} ยถากถํ ปน พฺราหฺมณ พฺราหฺมณานํ ปจฺโจโรหณี โหตีติ ฯ อิธ โภ โคตม พฺราหฺมณา ตทหุโปสเถ สีสนฺหาตา นวํ โขมยุคํ นิวตฺถา อลฺเลน โคมเยน ปฐวึ โอปุญฺชิตฺวา หริเตหิ กุเสหิ ปตฺถริตฺวา อนฺตรา จ เวลํ อนฺตรา จ อคฺยาคารํ เสยฺยํ กปฺเปนฺติ เต ตํ รตฺตึ ติกฺขตฺตุํ ปจฺจุฏฺฐาย ปญฺชลิกา อคฺคึ นมสฺสนฺติ ปจฺโจโรหาม ภวนฺตํ ปจฺโจโรหาม ภวนฺตนฺติ ปหุเตน จ สปฺปิเตเลน นวนีเตน อคฺคึ สนฺตปฺเปนฺติ ตสฺสา จ รตฺติยา อจฺจเยน ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน พฺราหฺมเณ สนฺตปฺเปนฺติ เอวํ โข โภ โคตม พฺราหฺมณานํ ปจฺโจโรหณี โหตีติ อญฺญถา โข พฺราหฺมณานํ ปจฺโจโรหณี โหติ อญฺญถา จ ปน อริยสฺส วินเย ปจฺโจโรหณี โหตีติ ยถากถํ ปน โภ โคตม อริยสฺส วินเย ปจฺโจโรหณี โหติ สาธุ วต เม ภวํ โคตโม ตถา ธมฺมํ เทเสตุ ยถา อริยสฺส วินเย ปจฺโจโรหณี โหตีติ ฯ {๑๕๖.๒} เตนหิ พฺราหฺมณ สุณาหิ สาธุกํ มนสิกโรหิ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ โภติ โข ชาณุสฺโสณิ พฺราหฺมโณ ภควโต ปจฺจสฺโสสิ ฯ ภควา เอตทโวจ อิธ พฺราหฺมณ อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ปาณาติปาตสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย ปาณาติปาตํ ปชหติ ปาณาติปาตา ปจฺโจโรหติ อทินฺนาทานสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย อทินฺนาทานํ ปชหติ อทินฺนาทานา ปจฺโจโรหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย กาเมสุ มิจฺฉาจารํ ปชหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปจฺโจโรหติ {๑๕๖.๓} มุสาวาทสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย มุสาวาทํ ปชหติ มุสาวาทา ปจฺโจโรหติ ปิสุณาย วาจาย โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย ปิสุณํ วาจํ ปชหติ ปิสุณาย วาจาย ปจฺโจโรหติ ผรุสาย วาจาย โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย ผรุสํ วาจํ ปชหติ ผรุสาย วาจาย ปจฺโจโรหติ สมฺผปฺปลาปสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย สมฺผปฺปลาปํ ปชหติ สมฺผปฺปลาปา ปจฺโจโรหติ {๑๕๖.๔} อภิชฺฌาย โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย อภิชฺฌํ ปชหติ อภิชฺฌาย ปจฺโจโรหติ พฺยาปาทสฺส โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย พฺยาปาทํ ปชหติ พฺยาปาทา ปจฺโจโรหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา โข ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐเจว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจาติ โส อิติ ปฏิสงฺขาย มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปจฺโจโรหติ เอวํ โข พฺราหฺมณ อริยสฺส วินเย ปจฺโจโรหณี โหตีติ ฯ {๑๕๖.๕} อญฺญถา โภ โคตม พฺราหฺมณานํ ปจฺโจโรหณี โหติ อญฺญถา จ ปน อริยสฺส วินเย ปจฺโจโรหณี โหติ อิมิสฺสา จ โภ โคตม อริยสฺส วินเย ปจฺโจโรหณิยา พฺราหฺมณานํ ปจฺโจโรหณี กลฺลํ นาคฺฆติ โสฬสึ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๑. พราหมณปัจโจโรหณิสูตร ๒. ชาณุสโสณิวรรค หมวดว่าด้วยพราหมณ์ชื่อว่าชาณุสโสณิ ๑. พราหมณปัจโจโรหณิสูตร ว่าด้วยพิธีลอยบาปของพราหมณ์
สมัยนั้น พราหมณ์ชื่อว่าชาณุสโสณิสรงน้ำดำหัวในวันอุโบสถ นุ่งห่ม ผ้าไหมคู่ใหม่ ยืนถือกำหญ้าคาสดอยู่ ณ ที่สมควร ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทอดพระเนตรเห็นแล้วได้ตรัสถามชาณุสโสณิพราหมณ์ดังนี้ว่า “พราหมณ์ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงสรงน้ำดำหัวในวันอุโบสถ นุ่งห่มผ้าไหมคู่ใหม่ ยืนถือกำหญ้าคาสดอยู่ ณ ที่สมควร วันนี้เป็นวันอะไรของตระกูลพราหมณ์” ชาณุสโสณิพราหมณ์กราบทูลว่า “ท่านพระโคดม วันนี้เป็นวันลอยบาปของตระกูลพราหมณ์” “พราหมณ์ พิธีลอยบาปของพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นอย่างไร” “ท่านพระโคดม ในวันอุโบสถ พราหมณ์ทั้งหลายในโลกนี้ พากันสรงน้ำดำหัวนุ่งห่มผ้าไหมคู่ใหม่ ทาแผ่นดินด้วยโคมัยสด ลาดด้วยหญ้าคาที่เขียวสดแล้วนอนในระหว่างกองทรายและเรือนไฟ ในราตรีนั้น พราหมณ์เหล่านั้นลุกขึ้นแล้วประคองอัญชลีนอบน้อมไฟ ๓ ครั้งด้วยกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าทั้งหลายขอลอยบาปต่อท่านผู้เจริญข้าพเจ้าทั้งหลายขอลอยบาปต่อท่านผู้เจริญ’ และบำเรอไฟให้อิ่มหนำด้วยเนยใส น้ำมัน และเนยข้นจำนวนมาก พอล่วงราตรีนั้นไปจึงเลี้ยงพราหมณ์ทั้งหลายให้อิ่มหนำด้วยของเคี้ยวของบริโภคอันประณีต ท่านพระโคดม พิธีลอยบาปของพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นอย่างนี้แล” “พราหมณ์ พิธีลอยบาปของพราหมณ์ทั้งหลายเป็นอย่างหนึ่ง พิธีลอยบาปในอริยวินัยเป็นอีกอย่างหนึ่ง” “ท่านพระโคดม พิธีลอยบาปในอริยวินัยเป็นอย่างไร ขอประทานวโรกาส ขอท่านพระโคดมโปรดแสดงธรรมที่เป็นพิธีลอยบาปในอริยวินัยแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๐๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๑. พราหมณปัจโจโรหณิสูตร “พราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ชาณุสโสณิพราหมณ์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัส เรื่องนี้ว่า พราหมณ์ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ๑. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า ปาณาติบาต(การฆ่าสัตว์)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละปาณาติบาต ลอยปาณาติบาต ๒. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า อทินนาทาน(การลักทรัพย์)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละอทินนาทาน ลอยอทินนาทาน ๓. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า กาเมสุมิจฉาจาร(การประพฤติผิดในกาม)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละกาเมสุมิจฉาจาร ลอยกาเมสุมิจฉาจาร ๔. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า มุสาวาท(พูดเท็จ)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้าครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละมุสาวาท ลอยมุสาวาท ๕. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า ปิสุณาวาจา(คำส่อเสียด)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และ ภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละปิสุณาวาจา ลอยปิสุณาวาจา ๖. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า ผรุสวาจา(คำหยาบ)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้าครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละผรุสวาจา ลอยผรุสวาจา ๗. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า สัมผัปปลาปะ(คำเพ้อเจ้อ)มีผลชั่วทั้งในภพนี้ และภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละสัมผัปปลาปะ ลอย สัมผัปปลาปะ ๘. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า อภิชฌา(ความเพ่งเล็งอยากได้ของเขา)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละอภิชฌา ลอยอภิชฌา ๙. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า พยาบาท(ความคิดร้าย)มีผลชั่วทั้งในภพนี้และ ภพหน้า ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละพยาบาท ลอยพยาบาท ๑๐. พิจารณาเห็นดังนี้ว่า มิจฉาทิฏฐิ(เห็นผิด) มีผลชั่วทั้งในภพนี้และภพหน้าครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว จึงละมิจฉาทิฏฐิ ลอยมิจฉาทิฏฐิ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๓๐๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๒. ชาณุสโสณิวรรค ๒. อริยปัจโจโรหณิสูตร พราหมณ์ พิธีลอยบาปในอริยวินัย เป็นอย่างนี้แล ชาณุสโสณิพราหมณ์กราบทูลว่า “ท่านพระโคดม พิธีลอยบาปของพราหมณ์ทั้งหลายเป็นอย่างหนึ่ง พิธีลอยบาปในอริยวินัยก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง พิธีลอยบาปของพราหมณ์ทั้งหลายย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งพิธีลอยบาปในอริยวินัยนี้ ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอท่านพระโคดมจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” พราหมณปัจโจโรหณิสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสูตรที่ ๑ ถึงพระสูตรที่ ๗ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา. อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๑. สาธุสูตร