อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑๙

๑. อาสาทุปปชหวรรค

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๙–๑๓๑พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 12 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 12 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 13 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. อาสาทุปปชหวรรค ๓. ตติยปัณณาสก์ ๑. อาสาทุปปชหวรรค หมวดว่าด้วยความหวังที่ละได้ยาก

ข้อ ๑๑๙

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ความหวัง ๒ อย่างนี้ละได้ยาก ความหวัง ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความหวังในลาภ ๒. ความหวังในชีวิต ความหวัง ๒ อย่างนี้แล ละได้ยาก (๑)

ข้อ ๑๒๐

บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุพพการี (ผู้ทำอุปการะก่อน) ๒. กตัญญูกตเวที (ผู้รู้อุปการะที่เขาทำแล้วและตอบแทน) บุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก (๒)

ข้อ ๑๒๑

บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่อิ่มเอง ๒. คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม บุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก (๓)

ข้อ ๑๒๒

บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ยาก บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง ๒. คนที่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ยาก (๔) @เชิงอรรถ : @ คนที่อิ่มเอง หมายถึงพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสาวกของพุทธเจ้า@และพระขีณาสพ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๑/๖๕) @ คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม หมายถึงพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๑/๖๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๔}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. อาสาทุปปชหวรรค

ข้อ ๑๒๓

บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ง่าย บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่ไม่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง ๒. คนที่ไม่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ง่าย (๕)

ข้อ ๑๒๔

ปัจจัยให้เกิดราคะ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุภนิมิต (นิมิตงาม) ๒. อโยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยไม่แยบคาย) ปัจจัยให้เกิดราคะ ๒ อย่างนี้แล (๖)

ข้อ ๑๒๕

ปัจจัยให้เกิดโทสะ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ปฏิฆนิมิต (นิมิตให้ขัดเคือง) ๒. อโยนิโสมนสิการ ปัจจัยให้เกิดโทสะ ๒ อย่างนี้แล (๗)

ข้อ ๑๒๖

ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ปรโตโฆสะ (เสียงจากผู้อื่น) ๒. อโยนิโสมนสิการ ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แล (๘)

ข้อ ๑๒๗

ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ปรโตโฆสะ ๒. โยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยแยบคาย) ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แล (๙) @เชิงอรรถ : @ สุภนิมิต หมายถึงอิฏฐารมณ์ คืออารมณ์ที่น่าปรารถนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๔/๖๖)@ ปฏิฆนิมิต หมายถึงอนิฏฐนิมิต คืออารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๕/๖๖)@ ปรโตโฆสะ ในที่นี้หมายถึงการฟังอสัทธรรมจากผู้อื่น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๖/๖๖)@ ปรโตโฆสะ ในที่นี้หมายถึงการฟังพระสัทธรรมจากผู้อื่น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๗/๖๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๕}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๒. อายาจนวรรค

ข้อ ๑๒๘

อาบัติ ๒ อย่างนี้ อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อาบัติเบา ๒. อาบัติหนัก อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๐)

ข้อ ๑๒๙

อาบัติ ๒ อย่างนี้ อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อาบัติชั่วหยาบ ๒. อาบัติไม่ชั่วหยาบ อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๑)

ข้อ ๑๓๐

อาบัติ ๒ อย่างนี้ อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อาบัติที่มีส่วนเหลือ ๒. อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ ภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๒)อาสาทุปปชหวรรคที่ ๑ จบ ๒. อายาจนวรรค หมวดว่าด้วยความปรารถนา

ข้อ ๑๓๑

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศรัทธา เมื่อ ปรารถนาโดยชอบพึงปรารถนาอย่างนี้ว่า “ขอให้เราเป็นเช่นกับพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเถิด” สารีบุตรและโมคคัลลานะนี้เป็นบรรทัดฐาน เป็นมาตรฐานของภิกษุสาวกของเรา (๑) @เชิงอรรถ : @ อาบัติหนัก คือปาราชิก และสังฆาทิเสส อาบัติเบา คือถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต@ อาบัติชั่วหยาบ คือปาราชิกและสังฆาทิเสส อาบัติไม่ชั่วหยาบ คืออาบัติ ๕ อย่างที่เหลือ@ อาบัติที่มีส่วนเหลือ หมายถึงอาบัติที่เป็นสเตกิจฉา (อาบัติที่ยังพอเยียวยาหรือแก้ไขได้) คือสังฆาทิเสส@ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต @ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ หมายถึงอเตกิจฉา (อาบัติที่เยียวยาไม่ได้หรือแก้ไขไม่ได้) คือปาราชิก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๖}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ตติยปณฺณาสโก

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์

ข้อ ๓๖๓

๑๑๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อาสา ทุปฺปชหา กตมา เทฺว ลาภาสา จ ชีวิตาสา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาสา ทุปฺปชหาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหวัง ๒ อย่างนี้ละได้ยาก ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความหวังในลาภ ๑ ความหวังในชีวิต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหวัง๒ อย่างนี้แลละได้ยาก ฯ

ข้อ ๓๖๔

๑๑๘ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ กตเม เทฺว โย จ ปุพฺพการี โย จ กตญฺญู กตเวที อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมินฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ บุพพการีบุคคล ๑ กตัญญูกตเวทีบุคคล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก ฯ

ข้อ ๓๖๕

๑๑๙ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ กตเม เทฺว ติตฺโต จ ตปฺเปตา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมินฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่พอใจ ๑ คนที่อิ่มหนำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก ฯ

ข้อ ๓๖๖

๑๒๐ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ทุตฺตปฺปยา กตเม เทฺว โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ นิกฺขิปติ โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ วิสฺสชฺเชติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา ทุตฺตปฺปยาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ยาก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้เก็บสิ่งที่ได้ไว้แล้วๆ ๑ บุคคลผู้สละสิ่งที่ได้แล้วๆ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ยาก ฯ

ข้อ ๓๖๗

๑๒๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สุตปฺปยา กตเม เทฺว โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ น นิกฺขิปติ โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ น วิสฺสชฺเชติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา สุตปฺปยาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ง่าย ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้ไม่เก็บสิ่งที่ตนได้ไว้แล้วๆ ๑ บุคคลผู้ไม่สละสิ่งที่ตนได้แล้วๆ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ง่าย ฯ

ข้อ ๓๖๘

๑๒๒ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา ราคสฺส อุปฺปาทาย กตเม เทฺว สุภนิมิตฺตญฺจ อโยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา ราคสฺส อุปฺปาทายาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งราคะ ๒ อย่างนี้๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุภนิมิต ๑ อโยนิโสมนสิการ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งราคะ ๒ อย่างนี้แล ฯ

ข้อ ๓๖๙

๑๒๓ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา โทสสฺส อุปฺปาทาย กตเม เทฺว ปฏิฆนิมิตฺตญฺจ อโยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา โทสสฺส อุปฺปาทายาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งโทสะ ๒ อย่างนี้๒ อย่างเป็นไฉน คือ ปฏิฆนิมิต ๑ อโยนิโสมนสิการ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งโทสะ ๒ อย่างนี้แล ฯ

ข้อ ๓๗๐

๑๒๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย กตเม เทฺว ปรโต จ โฆโส อโยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทายาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมิจฉาทิฐิ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ การโฆษณาแต่บุคคลอื่น ๑ อโยนิโสมนสิการ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมิจฉาทิฐิ ๒ อย่างนี้แล ฯ

ข้อ ๓๗๑

๑๒๕ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย กตเม เทฺว ปรโต จ โฆโส โยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทายาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฐิ ๒อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ การโฆษณาแต่บุคคลอื่น ๑ โยนิโสมนสิการ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฐิ ๒ อย่างนี้แล ฯ

ข้อ ๓๗๒

๑๒๖ เทฺวมา ภิกฺขเว อาปตฺติโย กตมา เทฺว ลหุกา จ อาปตฺติ ครุกา จ อาปตฺติ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาปตฺติโยติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ลหุกาบัติ ๑ ครุกาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล ฯ

ข้อ ๓๗๓

๑๒๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อาปตฺติโย กตมา เทฺว ทุฏฺฐุลฺลา จ อาปตฺติ อทุฏฺฐุลฺลา จ อาปตฺติ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาปตฺติโยติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อาบัติชั่วหยาบ ๑ อาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล ฯ

ข้อ ๓๗๔

๑๒๘ เทฺวมา ภิกฺขเว อาปตฺติโย กตมา เทฺว สาวเสสา จ อาปตฺติ อนวเสสา จ อาปตฺติ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาปตฺติโยติ ฯ อาสาวคฺโค ปฐโม ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออาบัติที่มีส่วนเหลือ ๑ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล ฯ จบอาสาวรรคที่ ๑

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/