๑. อาสาทุปปชหวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. อาสาทุปปชหวรรค ๓. ตติยปัณณาสก์ ๑. อาสาทุปปชหวรรค หมวดว่าด้วยความหวังที่ละได้ยาก
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ความหวัง ๒ อย่างนี้ละได้ยาก ความหวัง ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความหวังในลาภ ๒. ความหวังในชีวิต ความหวัง ๒ อย่างนี้แล ละได้ยาก (๑)
บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุพพการี (ผู้ทำอุปการะก่อน) ๒. กตัญญูกตเวที (ผู้รู้อุปการะที่เขาทำแล้วและตอบแทน) บุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก (๒)
บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่อิ่มเอง ๒. คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม บุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก (๓)
บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ยาก บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง ๒. คนที่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ยาก (๔) @เชิงอรรถ : @ คนที่อิ่มเอง หมายถึงพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสาวกของพุทธเจ้า@และพระขีณาสพ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๑/๖๕) @ คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม หมายถึงพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๑/๖๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. อาสาทุปปชหวรรค
บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ง่าย บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่ไม่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง ๒. คนที่ไม่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ง่าย (๕)
ปัจจัยให้เกิดราคะ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุภนิมิต (นิมิตงาม) ๒. อโยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยไม่แยบคาย) ปัจจัยให้เกิดราคะ ๒ อย่างนี้แล (๖)
ปัจจัยให้เกิดโทสะ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ปฏิฆนิมิต (นิมิตให้ขัดเคือง) ๒. อโยนิโสมนสิการ ปัจจัยให้เกิดโทสะ ๒ อย่างนี้แล (๗)
ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ปรโตโฆสะ (เสียงจากผู้อื่น) ๒. อโยนิโสมนสิการ ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แล (๘)
ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้ ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ปรโตโฆสะ ๒. โยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยแยบคาย) ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แล (๙) @เชิงอรรถ : @ สุภนิมิต หมายถึงอิฏฐารมณ์ คืออารมณ์ที่น่าปรารถนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๔/๖๖)@ ปฏิฆนิมิต หมายถึงอนิฏฐนิมิต คืออารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๕/๖๖)@ ปรโตโฆสะ ในที่นี้หมายถึงการฟังอสัทธรรมจากผู้อื่น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๖/๖๖)@ ปรโตโฆสะ ในที่นี้หมายถึงการฟังพระสัทธรรมจากผู้อื่น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๗/๖๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๒. อายาจนวรรค
อาบัติ ๒ อย่างนี้ อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อาบัติเบา ๒. อาบัติหนัก อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๐)
อาบัติ ๒ อย่างนี้ อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อาบัติชั่วหยาบ ๒. อาบัติไม่ชั่วหยาบ อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๑)
อาบัติ ๒ อย่างนี้ อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อาบัติที่มีส่วนเหลือ ๒. อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ ภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๒)อาสาทุปปชหวรรคที่ ๑ จบ ๒. อายาจนวรรค หมวดว่าด้วยความปรารถนา
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศรัทธา เมื่อ ปรารถนาโดยชอบพึงปรารถนาอย่างนี้ว่า “ขอให้เราเป็นเช่นกับพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเถิด” สารีบุตรและโมคคัลลานะนี้เป็นบรรทัดฐาน เป็นมาตรฐานของภิกษุสาวกของเรา (๑) @เชิงอรรถ : @ อาบัติหนัก คือปาราชิก และสังฆาทิเสส อาบัติเบา คือถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต@ อาบัติชั่วหยาบ คือปาราชิกและสังฆาทิเสส อาบัติไม่ชั่วหยาบ คืออาบัติ ๕ อย่างที่เหลือ@ อาบัติที่มีส่วนเหลือ หมายถึงอาบัติที่เป็นสเตกิจฉา (อาบัติที่ยังพอเยียวยาหรือแก้ไขได้) คือสังฆาทิเสส@ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต @ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ หมายถึงอเตกิจฉา (อาบัติที่เยียวยาไม่ได้หรือแก้ไขไม่ได้) คือปาราชิก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๑๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยปณฺณาสโก
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์
๑๑๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อาสา ทุปฺปชหา กตมา เทฺว ลาภาสา จ ชีวิตาสา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาสา ทุปฺปชหาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหวัง ๒ อย่างนี้ละได้ยาก ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความหวังในลาภ ๑ ความหวังในชีวิต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหวัง๒ อย่างนี้แลละได้ยาก ฯ
๑๑๘ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ กตเม เทฺว โย จ ปุพฺพการี โย จ กตญฺญู กตเวที อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมินฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ บุพพการีบุคคล ๑ กตัญญูกตเวทีบุคคล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก ฯ
๑๑๙ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ กตเม เทฺว ติตฺโต จ ตปฺเปตา จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมินฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ คนที่พอใจ ๑ คนที่อิ่มหนำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก ฯ
๑๒๐ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ทุตฺตปฺปยา กตเม เทฺว โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ นิกฺขิปติ โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ วิสฺสชฺเชติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา ทุตฺตปฺปยาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ยาก ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้เก็บสิ่งที่ได้ไว้แล้วๆ ๑ บุคคลผู้สละสิ่งที่ได้แล้วๆ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ยาก ฯ
๑๒๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สุตปฺปยา กตเม เทฺว โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ น นิกฺขิปติ โย จ ลทฺธํ ลทฺธํ น วิสฺสชฺเชติ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปุคฺคลา สุตปฺปยาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ง่าย ๒ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้ไม่เก็บสิ่งที่ตนได้ไว้แล้วๆ ๑ บุคคลผู้ไม่สละสิ่งที่ตนได้แล้วๆ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ง่าย ฯ
๑๒๒ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา ราคสฺส อุปฺปาทาย กตเม เทฺว สุภนิมิตฺตญฺจ อโยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา ราคสฺส อุปฺปาทายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งราคะ ๒ อย่างนี้๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุภนิมิต ๑ อโยนิโสมนสิการ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งราคะ ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๒๓ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา โทสสฺส อุปฺปาทาย กตเม เทฺว ปฏิฆนิมิตฺตญฺจ อโยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา โทสสฺส อุปฺปาทายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งโทสะ ๒ อย่างนี้๒ อย่างเป็นไฉน คือ ปฏิฆนิมิต ๑ อโยนิโสมนสิการ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งโทสะ ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๒๔ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย กตเม เทฺว ปรโต จ โฆโส อโยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมิจฉาทิฐิ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ การโฆษณาแต่บุคคลอื่น ๑ อโยนิโสมนสิการ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมิจฉาทิฐิ ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๒๕ เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย กตเม เทฺว ปรโต จ โฆโส โยนิโส จ มนสิกาโร อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฐิ ๒อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ การโฆษณาแต่บุคคลอื่น ๑ โยนิโสมนสิการ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฐิ ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๒๖ เทฺวมา ภิกฺขเว อาปตฺติโย กตมา เทฺว ลหุกา จ อาปตฺติ ครุกา จ อาปตฺติ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาปตฺติโยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ลหุกาบัติ ๑ ครุกาบัติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๒๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อาปตฺติโย กตมา เทฺว ทุฏฺฐุลฺลา จ อาปตฺติ อทุฏฺฐุลฺลา จ อาปตฺติ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาปตฺติโยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อาบัติชั่วหยาบ ๑ อาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล ฯ
๑๒๘ เทฺวมา ภิกฺขเว อาปตฺติโย กตมา เทฺว สาวเสสา จ อาปตฺติ อนวเสสา จ อาปตฺติ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อาปตฺติโยติ ฯ อาสาวคฺโค ปฐโม ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออาบัติที่มีส่วนเหลือ ๑ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล ฯ จบอาสาวรรคที่ ๑