๙. ปัพพตราชสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปัพพตราชสูตร ว่าด้วยขุนเขาหิมพานต์
ภิกษุทั้งหลาย ไม้สาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมพานต์ย่อมงอกงาม ด้วยความเจริญ ๓ ประการ @เชิงอรรถ : @ ความแปร (อัญญถัตตะ) ในที่นี้หมายถึงความเปลี่ยนกลายไปจากลักษณะหรือภาวะเดิม ได้แก่ ชรา@(องฺ.ติก.อ. ๒/๔๗/๑๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. จูฬวรรค ๙. ปัพพตราชสูตร ความเจริญ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กิ่ง ใบแก่ และใบอ่อน ๒. เปลือกและสะเก็ด ๓. กระพี้และแก่น ไม้สาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมพานต์ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการนี้ฉันใด ชนภายในอาศัยพ่อบ้านผู้มีศรัทธาย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการฉันนั้นเหมือนกัน ความเจริญ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ศรัทธา ๒. ศีล ๓. ปัญญา ภิกษุทั้งหลาย ชนภายในอาศัยพ่อบ้านผู้มีศรัทธาย่อมงอกงามด้วยความเจริญ๓ ประการนี้ ภูเขาหินมีอยู่ในป่าใหญ่ หมู่ไม้เหล่านั้นอาศัยภูเขานั้น เจริญงอกงามเติบโตในป่า แม้ฉันใด บุตร ภรรยา พวกพ้อง อำมาตย์ หมู่ญาติ และชนผู้อาศัยเขาเลี้ยงชีพ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยพ่อบ้านผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมงอกงามในโลกนี้ ชนผู้มีปัญญาเห็นแจ้ง เห็นศีล จาคะ(ความเสียสละ) และสุจริต(ความประพฤติดี) ของพ่อบ้านผู้มีศีลนั้นแล้วย่อมทำตาม บุคคลประพฤติธรรมซึ่งเป็นทางนำสัตว์ไปสู่สุคติ ย่อมเพลิดเพลินในโลกนี้สมปรารถนา ย่อมบันเทิงในเทวโลก ปัพพตราชสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๑๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ปัพพตสูตร
๔๙ หิมวนฺตํ ภิกฺขเว ปพฺพตราชํ นิสฺสาย มหาสาลา ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒนฺติ กตมาหิ ตีหิ สาขาปตฺตปลาเสน วฑฺฒนฺติ ตจปปฺปฏิกาย วฑฺฒนฺติ เผคฺคุสาเรน วฑฺฒนฺติ หิมวนฺตํ ภิกฺขเว ปพฺพตราชํ นิสฺสาย มหาสาลา อิมาหิ ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว สทฺธํ กุลปตึ นิสฺสาย อนฺโตชโน ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒติ กตมาหิ ตีหิ สทฺธาย วฑฺฒติ สีเลน วฑฺฒติ ปญฺญาย วฑฺฒติ สทฺธํ ภิกฺขเว กุลปตึ นิสฺสาย อนฺโตชโน อิมาหิ ตีหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒตีติ ฯ ยถาปิ ปพฺพโต เสโล อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน ตํ รุกฺขํ อุปนิสฺสาย วฑฺฒนฺเตเต วนปฺปตี ตเถว สีลสมฺปนฺนํ สทฺธํ กุลปตึ อิธ อุปนิสฺสาย วฑฺฒนฺติ ปุตฺตทารา จ พนฺธวา อมจฺจา ญาติสงฺฆา จ เยจสฺส อนุชีวิโน ฯ ตฺยาสฺส สีลวโต สีลํ จาคํ สุจริตานิ จ ปสฺสมานานุกุพฺพนฺติ เย ภวนฺติ วิจกฺขณา อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน มคฺคํ สุคติคามินํ นนฺทิโน เทวโลกสฺมึ โมทนฺติ กามกามิโนติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขา หิมวันต์ ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยกิ่ง ใบแก่ และใบอ่อน ๑ เจริญด้วยเปลือก และกะเทาะ ๑ เจริญด้วยกระพี้และแก่น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขาหิมวันต์ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการนี้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรมอันเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยศรัทธา ๑ เจริญด้วยศีล ๑ เจริญด้วยปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการนี้แล ฯ ภูเขาศิลามีอยู่ในป่าใหญ่ หมู่ไม้ได้อาศัยภูเขานั้น เจริญงอก งามเติบโตอยู่ในป่า ฉันใด บรรดาบุตรภรรยา เผ่าพันธุ์ อำมาตย์ หมู่ญาติและเหล่าชนผู้พึ่งพำนักเลี้ยงชีพ ต่างอาศัย พ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล เจริญอยู่ ฉันนั้น ผู้ที่มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเห็นศีล จาคะและ สุจริต ของพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศีลนั้นเข้า ต่างก็พากันทำ ตาม บุคคลประพฤติธรรม คือ ทางที่ยังสัตว์ให้ไปสุคติไว้ ในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เพลิดเพลิน สมประสงค์ที่น่าใคร่ บันเทิงอยู่ในเทวโลก ฯ