๘. พยาปันนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สัมโพธวรรค ๙. ปฐมนิทานสูตร ๘. พยาปันนสูตร ว่าด้วยจิตถึงความผิดปกติ
ครั้งนั้น อนาถบิณฑิกคหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับอนาถบิณฑิกคหบดีดังนี้ว่า คหบดี เมื่อจิตถึงความผิดปกติ แม้กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมก็ถึงความผิดปกติ เขาผู้มีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมถึงความผิดปกติ ย่อมมีการตายที่ไม่ดี กาลกิริยาก็ไม่งาม เมื่อเรือนยอดมุงไว้ไม่ดี ยอดเรือน ไม้กลอน และฝาเรือนย่อมถึงความผิดปกติแม้ฉันใด เมื่อจิตถึงความผิดปกติ ฯลฯ ย่อมมีการตายที่ไม่ดี กาลกิริยาก็ไม่งามฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อจิตไม่ถึงความผิดปกติ แม้กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมก็ไม่ถึงความผิดปกติ เขาผู้มีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมไม่ถึงความผิดปกติ ย่อมมีการตายที่ดี กาลกิริยาก็งาม เมื่อเรือนยอดมุงไว้ดี แม้ยอดเรือน ไม้กลอน ฝาเรือนก็ไม่ถึงความผิดปกติแม้ฉันใด คหบดี เมื่อจิตไม่ถึงความผิดปกติ ฯลฯ ย่อมมีการตายที่ดี กาลกิริยาก็งามฉันนั้นเหมือนกัน พยาปันนสูตรที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต กูฏสูตรที่ ๒
๑๑๑ อถโข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ จิตฺเต คหปติ พฺยาปนฺเน กายกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ ตสฺส พฺยาปนฺนกายกมฺมสฺส พฺยาปนฺนวจีกมฺมสฺส พฺยาปนฺนมโนกมฺมสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ น ภทฺทิกา กาลกิริยา เสยฺยถาปิ คหปติ กูฏาคาเร ทุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ โคปาณสิโยปิ พฺยาปนฺนา โหนฺติ ภิตฺติปิ พฺยาปนฺนา โหติ เอวเมว โข คหปติ จิตฺเต พฺยาปนฺเน ฯเปฯ น ภทฺทกํ มรณํ โหติ น ภทฺทิกา กาลกิริยา จิตฺเต คหปติ อพฺยาปนฺเน กายกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ วจีกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ มโนกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ ตสฺส อพฺยาปนฺนกายกมฺมสฺส อพฺยาปนฺนวจีกมฺมสฺส อพฺยาปนฺนมโนกมฺมสฺส ภทฺทกํ มรณํ โหติ ภทฺทิกา กาลกิริยา เสยฺยถาปิ คหปติ กูฏาคาเร สุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ โคปาณสิโยปิ อพฺยาปนฺนา โหนฺติ ภิตฺติปิ อพฺยาปนฺนา โหติ เอวเมว โข คหปติ จิตฺเต อพฺยาปนฺเน ฯเปฯ ภทฺทกํ มรณํ โหติ ภทฺทิกา กาลกิริยาติ ฯ
ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคฤหบดีได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะเขาว่า ดูกรคฤหบดี เมื่อจิตถึงความพินาศแล้ว แม้กายกรรมก็ถึงความพินาศ แม้วจีกรรมก็ถึงความพินาศ แม้มโนกรรมก็ถึงความพินาศ เมื่อเขามีกายกรรมถึงความพินาศ มีวจีกรรมถึงความพินาศมีมโนกรรมถึงความพินาศ ความตายก็ไม่ดี การทำกาละก็ไม่งาม ดูกรคฤหบดีเปรียบเหมือนเมื่อเรือนที่มุงไว้ไม่ดี แม้ยอดเรือนก็ถึงความพินาศ แม้ไม้กลอนก็ถึงความพินาศ แม้ฝาเรือนก็ถึงความพินาศ ฉันใด ดูกรคฤหบดี เมื่อจิตถึงความพินาศ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ ความตายก็ไม่ดี การทำกาละก็ไม่งาม ดูกรคฤหบดี เมื่อจิตไม่ถึงความพินาศ แม้กายกรรมก็ไม่ถึงความพินาศ แม้วจีกรรมก็ไม่ถึงความพินาศ แม้มโนกรรมก็ไม่ถึงความพินาศ เมื่อเขามีกายกรรมไม่ถึงความพินาศ มีวจีกรรมไม่ถึงความพินาศ มีมโนกรรมไม่ถึงความพินาศความตายก็ดี การทำกาละก็งาม ดูกรคฤหบดี เปรียบเหมือนเมื่อเรือนที่มุงไว้ดีแม้ยอดเรือนก็ไม่ถึงความพินาศ แม้ไม้กลอนก็ไม่ถึงความพินาศ แม้ฝาเรือนก็ไม่ถึงความพินาศ ฉันใด ดูกรคฤหบดี เมื่อจิตไม่ถึงความพินาศ ก็ฉันนั้นเหมือนกันฯลฯ ความตายก็ดี การทำกาละก็งาม ฯ