กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นอกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ เป็นต้นกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้นกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? เป็นต้น ...
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปวตฺติวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ ปวัตติวาร
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? หามิได้
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? ในอรูปภูมิ กุศลย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่อัพยากตธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิอกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? ในอรูปภูมิ อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย แต่อัพยากตธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อกุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลเกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นในภูมิ นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่อกุศลธรรมจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? หามิได้
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในอรูปภูมิ ใน-*อุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่อัพยากตธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในอรูปภูมิในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย แต่อัพยากตธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อกุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตอกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแต่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย แต่อกุศลธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอกุศลวิปปยุตจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ หรือว่า อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่กุศลธรรม จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และกุศลวิปปยุตจิตผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ? กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท-*ขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อัพยากตธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ในอรูปภูมิ อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่กุศลธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อัพยากต-*ธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ? อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อัพยากตธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย ในอรูปภูมิ แต่อกุศลธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ? ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น? ไม่มี
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น? ไม่มี
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺต- อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตกุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิตอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่กุศลธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิตและกุศลวิปปยุตจิต และแก่อสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อัพยากตธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ และในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในอรูปภูมิในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย แต่กุศลธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ -----------
อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อัพยากตธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรม ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ในอรูปภูมิ ในอุปปาท-*ขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย แต่อกุศลธรรมจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเคยเกิด ขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต สตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว กุศล-*ธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อัพยากตธรรมเคย เกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แต่กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วและกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนอสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากต-*ธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่กุศลธรรมจะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนอสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากต- *ธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕นอกนี้
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เคย เกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น? ไม่มี
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น? ไม่มี
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนอสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แต่อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนอสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและอัพยากตธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงซึ่งสุทธาวาส หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนอสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ------------
อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและอัพยากตธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงซึ่งสุทธาวาส หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมจักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ แต่กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อัพยากตธรรม และอกุศลธรรม ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตแต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นใน ภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น? อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น? อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมจักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ แต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรม จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ผู้มีความเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดแต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นและอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรม จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรม จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด อกุศลธรรม จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ --------------
อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วและกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และกุศลธรรมก็เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมเคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่อกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วและอกุศลธรรมก็เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลทั้งหลาย
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรม เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศลทั้งหลาย
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์แต่อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต แต่อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมไม่เกิดขึ้น และอกุศล-*ธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้เข้าถึงสุทธาวาส หรือว่า อัพยากตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ --------------
อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์แต่อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงสุทธาวาส หรือว่า อัพยากตธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคสัตว์จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นแต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นนอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักเกิดขึ้น และกุศล-*ธรรมก็จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และกุศล-*ธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ แต่กุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นและกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศล-*ธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นและอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักไม่ เกิดแก่สัตว์นั้นหรือ กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ สัตว์ใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคสัตว์ใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นแต่กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมจัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากต-*ธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยา-*กตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรมจัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรม จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต แต่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศล-*ธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งปวงในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ -----------
อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ แต่อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ และผู้จักได้เฉพาะอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดแต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศล- *ธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดแต่อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อกุศลธรรมจักเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ แต่กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นและอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อัพยากตธรรม จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แต่กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กุศล-*ธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อุปปาทวาร จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิดอนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลและอกุศลบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลและกุศลบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลและอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลและกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาท-ขณะ แห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาท-ขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด๒. อตีตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็น ไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุ-โวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๓. อนาคตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิดอนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. (ในจตุโวการภูมิ ฯลฯ ปัญจโวการภูมิ) บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตสภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่เกิดในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด และสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อุปปาทวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๒}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๗๘ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาธัมมยมก
บัดนี้ เป็นวรรณนาธัมมยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งมาติกาแห่งธรรมทั้งหลาย มีกุศลเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแหละที่แสดงไว้ในมูลยมกแล้วแสดงต่อจากจิตตยมก.
ในธัมมยมกนั้น พึงทราบการกำหนดพระบาลีตามนัยที่กล่าวไว้ในขันธยมก ก็ในขันธยมกนั้น มี ๓ มหาวาระ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และมีอันตรวาระที่เหลือ มีอยู่โดยประการใด ในธรรมยมกก็มีโดยประการนั้น.
แต่ในธรรมยมกนี้ พึงทราบว่าท่านเรียกปริญญาวาระว่า ภาวนาวาระ เพราะพระบาลีอาคตสถานว่า โย กุสลธมฺมํ ภาเวติ โส อกุสลธมฺมํ ปชหติ - บุคคลใดเจริญกุศลธรรม บุคคลนั้นชื่อว่าละอกุศลธรรมหรือ?
ในภาวนาวาระนั้น อัพยากตธรรมเป็นธรรมที่บุคคลไม่ควรเจริญด้วย ไม่ควรละด้วย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ยกบทนั้นขึ้นแสดง.
ก็ในปัณณัตติวาระในธรรมยมกนี้ พึงทราบการนับยมกในวาระ ๔ เหล่านี้ คือปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธธัมมวาระ สุทธธัมมมูลจักกวาระ ด้วยอำนาจแห่งธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น.
ส่วนในปัณณัตติวาระนิทเทส พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา เพราะความที่แห่งกุศลทั้งหลายเป็นกุศลธรรมโดยแน่นอนในปัญหาที่ว่า กุศลชื่อว่ากุศลธรรมหรือ? ดังนี้ แม้ในคำวิสัชนาที่เหลือก็นัยนี้ คำวิสัชนาที่ว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศล แต่ชื่อว่าธรรม. อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือไม่เป็นอกุศล แต่เป็นธรรม. พึงทราบคำวิสัชนาทั้งหมดโดยนัยนี้.
ก็ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระ ปัจจุบันกาลในปวัตติวาระนี้ ยมก ๓ อย่าง คือยมกที่มีกุศลธรรมเป็นมูล ๒ อย่าง มีอกุศลธรรมเป็นมูล ๑ อย่าง ย่อมมีในปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใดอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม? ก็หรือว่า อกุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใด กุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม? ดังนี้.
ในปฏิโลมนัยก็ดี ในวาระทั้งหลายมีโอกาสวาระเป็นต้นก็ดี ก็นัยนี้ บัณฑิตพึงทราบการนับยมก ด้วยอำนาจแห่งยมกทั้งหลาย ๓ อย่าง ในวาระทั้งปวง ในปวัตติวาระนี้อย่างนี้.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระพึงทราบลักษณะนี้ ดังต่อไปนี้.
ในปวัตติวาระแห่งธรรมยมกนี้ คำว่า อุปฺปชฺชนฺติ-ย่อมเกิด นิรุชฺฌนฺติ-ย่อมดับ ในอุปปาทะและนิโรธวาระเหล่านี้ ย่อมได้กุศลธรรมและอกุศลธรรมในปวัตติกาลเท่านั้นโดยแน่นอน ย่อมไม่ได้จุติและปฏิสนธิกาล แต่ว่าอัพยากตธรรมย่อมได้ในกาลทั้ง ๓ คือปวัตติ จุติและปฏิสนธิ.
ลักษณะโดยย่อมได้ในที่ใดๆ พึงทราบคำวินิจฉัยของลักษณะนั้น ในที่นั้นๆ อย่างนี้.
พึงทราบนัยมุขในการวินิจฉัยนั้นดังนี้ :-
คำปฏิเสธว่า โน - ไม่ใช่ พระองค์ทรงกระทำแล้วเพราะความไม่บังเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันของกุศลและอกุศล.
คำว่า อพฺยากโต จ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจแห่งรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
ปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด นี้ ท่านกล่าวหมายเอาอสัญญีภพ เหตุนั้นในปัญหานี้ท่านจึงทำคำวิสัชนาว่า อามนฺตา - ใช่แม้ในคำว่า ย่อมเกิดขึ้น นี้ท่านก็กล่าวหมายเอาอสัญญีภพนั่นแหละ แต่กระทำการห้ามว่า ไม่มี เพราะความไม่มีแห่งที่อันไม่บังเกิดขึ้นแห่งอัพยากตธรรมทั้งหลายหมายความว่า อัพยากตธรรมเกิดได้ในทุกภูมิ.
คำว่า ทุติเย อกุสเล - ครั้นเมื่ออกุศลดวงที่สอง ได้แก่ชวนะจิตดวงที่สองในนิกันติชวนะที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพราะยินดีซึ่งภพ.
คำว่า ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน - ครั้นเมื่อจิตดวงที่สองเป็นไปอยู่ ได้แก่ครั้นเมื่อภวังคจิตอันเป็นจิตดวงที่สอง แต่ปฏิสนธิจิตเป็นไปอยู่
อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน ได้แก่ ครั้นเมื่ออาวัชชนจิตในภวนิกันติชวนะ ได้แก่เป็นไปอยู่ เพราะกระทำซึ่งภวังค์กับปฏิสนธิให้เป็นอย่างเดียวกันด้วยอำนาจของวิบากจิต.
จริงอยู่ อาวัชชนะจิตนั้นชื่อว่า ทุติยจิต - จิตดวงที่สอง นับแต่วิบากจิต เพราะความที่แห่งอาวัชชนะจิตนั้นเป็นกิริยาจิตในอัพยากตชาติ หมายความว่า อาวัชชนะจิตเป็นจิตคนละชาติกับวิบาก.
คำว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ท่านกล่าวหมายเอาโวทานจิต.
คำว่า กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ท่านกล่าวหมายเอาธรรมทั้งหลาย คือมัคคอันเลิศเหล่านั้น.
ปัญหาว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณท่านกล่าวด้วยอำนาจของการเกิดขึ้นแห่งโวทานจิตนี้ ก็ลักษณะนี้ย่อมได้แม้ในอุปปาทขณะแห่งโอริมจิต ได้แก่จิตดวงก่อนแต่โวทานจิตนั้น อันเกิดขึ้นแล้วด้วยอาวัชชนะจิตเดียวกันแห่งการเกิดของโวทานจิตนั้น.
แม้ในนิโรธวาระ ท่านกล่าวแล้วว่า โน - ไม่ใช่ เพราะความที่กุศลและอกุศลไม่ดับพร้อมกัน พึงทราบคำวินิจฉัยในที่ทั้งปวงโดยนัยมุขนี้ ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาธรรมยมก จบบริบูรณ์. -----------------------------------------------------