อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๑๒

ข้อ ๑๐๑๒–๑๓๓๓

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 322 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 100 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒

ข้อ ๑๐๑๒

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๓

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๔

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๕

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๖

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๗

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๘

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๑๙

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๐

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติและสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๑

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๒

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๓

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๔

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๕

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๖

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิด ขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๒๗

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๒๘

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๒๙

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญ-*สัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๐

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๑

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๒

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญ-*สัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๓

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์เคยเกิดแล้ว และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๔

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๕

ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งประกอบด้วยปัญญาที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๓๖

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ

ข้อ ๑๐๓๗

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสติน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ นอกนี้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลัง-*เกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๓๘

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังเข้าถึง-*รูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ หรือว่า ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังจุติ-*จากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลัง-*เข้าถึงกามาวจรภูมิ

ข้อ ๑๐๓๙

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปา-*วจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลัง-*จุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์-*ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเข้าถึง-*กามาวจรภูมิ

ข้อ ๑๐๔๐

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึง-*ชั้นสุทธาวาส แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๑

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๒

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๓

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๔

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน- *ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว จักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๕

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๖

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๗

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๘

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๔๙

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจร-*สัตว์ และอรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๐

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๑

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๒

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๓

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๔

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๕

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๖

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิ- *ตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๗

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๘

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๕๙

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๖๐

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตว์ แต่โสมนัส-*สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลแต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๑

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลและชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๒

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตว์ แต่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจ-*โวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๓

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๔

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสม-*นัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๕

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๖

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขา-*สัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๗

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมิ-*นั้นคือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขา-*สัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขิน-*ทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๘

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๖๙

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิตในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธิน-*ทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๗๐

ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งประกอบด้วยปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตจิต แต่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปัญญิน-*ทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๐๗๑

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี

ข้อ ๑๐๗๒

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี

ข้อ ๑๐๗๓

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี

ข้อ ๑๐๗๔

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี

ข้อ ๑๐๗๕

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ไม่มี

ข้อ ๑๐๗๖

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ เคยเกิดขึ้นแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ข้อ ๑๐๗๗

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ นอกนี้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๗๘

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นอกนี้ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๗๙

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานและสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๐

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวง ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๑

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวง ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๒

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้

ข้อ ๑๐๘๓

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งมีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๔

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวง ที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่ง-*ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๕

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิด- *ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจารภูมิ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๖

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสิน-*ทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๗

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๘

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขา เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๘๙

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก- *เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๐

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จักเกิด- *ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๑

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิด-*ขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๒

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิด- *ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปริ-*นิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๓

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิด- *ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิด-*ขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้

ข้อ ๑๐๙๔

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๕

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๖

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๗

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๘

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๐๙๙

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีอุเบกขา เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๐๐

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปริ-*นิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๐๑

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๐๒

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๐๓

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตปัจฉิมจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์นอกนี้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติในภังคณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๐๔

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์นอกนี้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๐๕

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๐๖

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิม-*จิตสัมปยุตด้วยโสมนัส และปัจฉิมจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์นอกนี้ ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๐๗

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์นอกนี้ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต ปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๐๘

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์นอกนี้ซึ่งมีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๐๙

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งจิต ปราศจากอุเบกขา ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปก-*ขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๑๐

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากศรัทธา ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๑๑

ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งประกอบด้วยปัญญาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตสัมปยุตด้วยปัญญา ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตปราศจากปัญญา ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๑๒

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ

ข้อ ๑๑๑๓

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสติน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่ง กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๑๔

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๑๕

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดที่เป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๑๖

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และสัตว์ใดเหล่าซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๑๗

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๑๘

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสม- *นัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๑๙

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด ซึ่งมีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๐

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งจุติจากปัญจ-*โวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์ แต่จักขุน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๑

จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน- *ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๒

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๓

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๔

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๕

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปาวจรสัตว์แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๖

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และอรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๗

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมิ-*นั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจาก-*กามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และ-*อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธิน-*ทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๘

ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน- *ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจาก-*กามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และอรูปา-*วจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมี-*ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๒๙

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จัก-*เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปุริสิน-*ทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งจุติจากกามา-*วจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น-*แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๐

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจาก-*กามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๑

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปริ-*นิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๒

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๓

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๔

อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน- *ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๕

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๖

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปา-*วจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๗

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๘

ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๓๙

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และโสมนัส-*สินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลแต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๐

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขิน-*ทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๑

ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมิ นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโว-*การภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๒

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัส-*สินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ที่ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๓

โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัส-*สินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๔

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัท- *ธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขิน-*ทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๕

อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเปกขาวิปปยุตจิต แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๖

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล หรือว่า ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๗

สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ซึ่งเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธาในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต แต่สัทธินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๘

ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์นอกนี้ ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน-*ทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา แต่ปัญญินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ประกอบด้วยปัญญา ในปวัตติกาล

ข้อ ๑๑๔๙

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิและสัตว์เหล่าใด เข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด เข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ที่กำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และสัตว์เหล่าใดซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

ข้อ ๑๑๕๐

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิและสัตว์เหล่าใดซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิและสัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๕๑

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปาวจร-*ภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๕๒

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิสัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานและสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานและสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๕๓

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิติน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ

ข้อ ๑๑๕๔

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในอรูปภูมิ และสัตว์เหล่าใดมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่าใด คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และสัตว์เหล่าใดมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๕๕

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิและสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๕๖

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ

ข้อ ๑๑๕๗

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ

ข้อ ๑๑๕๘

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานและสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปริ-*นิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๕๙

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิสัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานและสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๖๐

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๖๑

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปริ-*นิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๖๒

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๖๓

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๖๔

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานและสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั้นแหละแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๖๕

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๖๖

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๖๗

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพ-*พาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๖๘

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลัง-*จะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๖๙

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๗๐

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่า-*นั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์-*เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปา-*วจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่-*เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๗๑

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์-*เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจัก-*ปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๗๒

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๗๓

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น

ข้อ ๑๑๗๔

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น

ข้อ ๑๑๗๕

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต

ข้อ ๑๑๗๖

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส ผู้มีความพร้อม-*เพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น

ข้อ ๑๑๗๗

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส และสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส และสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา

ข้อ ๑๑๗๘

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากโสมนัส ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส และสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส และสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา

ข้อ ๑๑๗๙

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา

ข้อ ๑๑๘๐

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา

ข้อ ๑๑๘๑

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากศรัทธา สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญ-*สัตว์ แต่ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต หรือว่า ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต

ข้อ ๑๑๘๒

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังค-*ขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งสัทธาวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญ-*สัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต

ข้อ ๑๑๘๓

ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งญาณวิปปยุตจิต สัตว์ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต

ข้อ ๑๑๘๔

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ

ข้อ ๑๑๘๕

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๑๘๖

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๑๘๗

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพานในกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั้นแหละ แล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๘๘

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๘๙

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ และปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ

ข้อ ๑๑๙๐

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แต่โสมนัส-*สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใดมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใดมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใดซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๙๑

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิอสัญญสัตว์ และสัตว์เหล่าใด มีจักขุ มีโสมนัส เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ อสัญญสัตว์ และสัตว์เหล่าใดมีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๙๒

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และอรูปสัตว์แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๑๙๓

จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และรูปสัตว์แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๑๙๔

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพานในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๙๕

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๙๖

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๑๙๗

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และรูปาวจรสัตว์แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขา เกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๙๘

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และสัตว์เหล่าใดมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใดมีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๑๙๙

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๐๐

ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๐๑

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๒๐๒

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิก-*สัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๒๐๓

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และรูปาวจรสัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๒๐๔

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์และสัตว์เหล่าใด มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๒๐๕

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่ใช่อิตถี ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๐๖

อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถีที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปา-*วจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๐๗

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๒๐๘

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ และรูปา-*วจรสัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์อรูปสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๒๐๙

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์และสัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่

ข้อ ๑๒๑๐

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิรูปาวจรสัตว์ และอรูปาวจรสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๑๑

ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ สัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์และอรูปาวจรสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจะปรินิพพาน ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๑๒

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลแต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สัตว์ซึ่งจุติจากอสัญญสัตตภูมิ

ข้อ ๑๒๑๓

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลแต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังค-*ขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-*ขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ

ข้อ ๑๒๑๔

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่สัทธิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ

ข้อ ๑๒๑๕

ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวีตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ

ข้อ ๑๒๑๖

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากโสมนัสแต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ประกอบด้วยอุเบกขาปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตประกอบด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขาปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๑๗

โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากโสมนัส แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ประกอบด้วยอุเบกขาและอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ประกอบด้วยโสมนัส แต่โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัสสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ประกอบด้วยอุเบกขา และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๑๘

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากอุเบกขา แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ประกอบด้วยโสมนัสและอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ประกอบด้วยอุเบกขา สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ประกอบด้วยโสมนัส และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๑๙

อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิต แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ประกอบด้วยโสมนัสและอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน-*ทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา แต่อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๒๐

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากศรัทธา แต่ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญิน-*ทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า ปัญญินทรีย์ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๒๑

สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากศรัทธา แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนิน-*ทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๒๒

ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตปราศจากปัญญา แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต แต่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ก็หาไม่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๒๒๓

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน แต่โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๒๔

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๒๕

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๒๖

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๒๗

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๒๘

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นนอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๒๙

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นนอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๐

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๑

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๒

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถีไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๓

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๔

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๕

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๖

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๗

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถีไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๘

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๓๙

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๐

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นนอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๑

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๒

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๓

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๔

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๕

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๖

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๗

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๘

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใดแต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๔๙

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๐

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๑

โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อุเปกขิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดแต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๒

โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสิน-*ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๓

อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๔

สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๕

ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๖

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด ฯลฯ

ข้อ ๑๒๕๗

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นหาไม่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๘

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๕๙

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๖๐

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๖๑

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕

ข้อ ๑๒๖๒

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๖๓

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งมีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕

ข้อ ๑๒๖๔

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕

ข้อ ๑๒๖๕

จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕

ข้อ ๑๒๖๖

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๖๗

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๖๘

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๖๙

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๐

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๑

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๒

ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๓

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ข้อ ๑๒๗๔

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๕

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่โสมนัส-*สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๖

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๗

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๘

อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๗๙

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๘๐

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๘๑

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจร-*สัตว์ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๘๒

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ข้อ ๑๒๘๓

ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์ แต่ปุริสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจร-*สัตว์

ข้อ ๑๒๘๔

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด และอสัญญสัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๘๕

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด และอสัญญสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน-*ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๘๖

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน-*ทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๘๗

ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปัญญิน- *ทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๘๘

โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตประกอบด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส-*สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๘๙

โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วและสัทธินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส-*สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๙๐

โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส-*สินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๙๑

อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่อุเปกขินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๙๒

สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่สัทธินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๙๓

ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

ข้อ ๑๒๙๔

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๒๙๕

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๒๙๖

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๒๙๗

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๒๙๘

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๒๙๙

ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๓๐๐

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ

ข้อ ๑๓๐๑

จักขุนทรีย์ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสอสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๐๒

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และรูปาวจรสัตว์ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๐๓

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และสัตว์ที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๐๔

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ และสัตว์ที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๐๕

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์และอรูปสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส และปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส และปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ

ข้อ ๑๓๐๖

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในปัญจโวการภูมิ และสัตว์ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น-*คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๐๗

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออรูปสัตว์แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จัก-*ขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ และสัตว์ผู้มีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๐๘

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออรูปสัตว์แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๐๙

จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออรูปสัตว์แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิ แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๑๐

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่น-*แหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์

ข้อ ๑๓๑๑

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ คือสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์

ข้อ ๑๓๑๒

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๓๑๓

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๑๔

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพานแต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๑๕

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๑๖

ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๑๗

อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เคยเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์

ข้อ ๑๓๑๘

อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๓๑๙

อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัส-*สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมิ-*นั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๒๐

อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๒๑

อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๒๒

ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ

ข้อ ๑๓๒๓

ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อสัญญสัตว์และอรูปสัตว์

ข้อ ๑๓๒๔

ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปาวจร-*สัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิและอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในกามาวจรภูมิ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีโสมนัสเกิดขึ้น แล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๒๕

ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือรูปา-*วจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิและอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และอสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๒๖

ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๓๒๗

ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข้อ ๑๓๒๘

โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิ ใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และสัตว์ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตสัมปยุตด้วยโสมนัสเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๒๙

โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิ ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๓๐

อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ไม่เกิดขึ้นแล้ว และสัทธินทรีย์ ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๓๑

อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมิ นั้นหรือ อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๓๒

สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดสัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์

ข้อ ๑๓๓๓

ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปัญญินทรีย์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ ฯลฯ ปวัตติวาร จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๕

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๖

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๗

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๘

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๙

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๐

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๑

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาลสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาลมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๒

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๓

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๔

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๕

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและอรูปภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๖

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๗

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดอิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๘

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๔๙

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๐

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัส อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัส มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัส-สินทรีย์ก็กำลังเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๑

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขิน-ทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๒

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดสัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๓

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๔

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฯลฯ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๕

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๖

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๗

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตินทรีย์ของบคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-ภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธา-วาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๘

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๕๙

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีเป็นอิตถีเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-วาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๐

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๑

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๒

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๓

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๔

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๕

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๖

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มี จักขุเกิดได้มีอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มี จักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๗

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดผู้มี ฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๘

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ จักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลัง อุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๖๙

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลัง อุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะ เกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลัง อุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๐

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิด ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดใน ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดกำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน ปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและชีวิติน-ทรีย์ก็กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๑

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคล นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๒

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเป็นอุเบกขา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาลสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาลมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๓

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๔

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิด ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๕

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๖

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ และบุคคล เหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและรูปาวจรภูมิ บุคคล เหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิ ในบางภพโดยภาวะนั้น นั่นแหละแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังอุบัติ แต่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม @เชิงอรรถ : @ คำว่า ถือปฏิสนธิ คำบาลีว่า ทสฺเสตฺวา อรรถกถาแก้ว่า ปฏิสนฺธิโย คเหตฺวา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๘๑/๓๘๘)@ คำว่า โดยภาวะนั้น หมายถึงโดยที่มีอิตถีภาวรูปนั้นนั่นแหละ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๘๑/๓๘๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มี จักขุเกิดได้มีอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและ โสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มี จักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์บุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและอรูปภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๗

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะ เกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถี เกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็กำลังเกิดฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๘

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิด ได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิด ได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและ อุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็กำลังเกิดอิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๗๙

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดมี ปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดผู้มีปุริสะ เกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็กำลังเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๐

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิด ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดใน ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๑

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาลโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและ โสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๒

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาลอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็กำลังเกิดอุเปกขินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๓

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น กำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิดสัทธินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๔

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๕

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดมี จักขุเกิดได้มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้ปรินิพพานในปัญจ-โวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๖

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลเหล่าใดจักเกิดใน รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดผู้มี ฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดผู้มี ฆานะเกิดได้มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๗

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้จักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน กามาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิด ได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและในอรูปาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน กามาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๘

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจร-ภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดมี ปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน กามาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๘๙

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิด ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดใน ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๐

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส สัทธินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขามนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดโสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๑

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา สัทธินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา มนินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดอุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๒

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีบ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก เกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดแต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๓

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดแต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๔

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๕

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก รูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน รูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจร-ภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติใน รูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปา-วจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติใน รูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดมี จักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้มีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ-โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ-โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน ปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๖

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจร-ภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะ เกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจร-ภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมี อิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดผู้มีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๗

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร โดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร-ภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิด ได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๘

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะ เกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังจุติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๙๙

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัส-สินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิด ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญ-สัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดใน ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๐

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส ปัจฉิมจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมมัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัส โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส มนินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๑

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา สัทธินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอุเบกขา อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา มนินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๒

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากสัทธา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ สัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๓

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ ปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๔

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและในอรูปา-วจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้ว ปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๕

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้ว ปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๖

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้ว ปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๗

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้ว ปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๘

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจัก เกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจัก เกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคย เกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคย เกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๐๙

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๐

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๑

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๒

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคย เกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๓

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๔

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่โสตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และ บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และ บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๕

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจร-ภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจร-ภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๖

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจร-ภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้มีจิต เป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็เคยเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๗

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้มีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๘

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา จักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจัก เกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็เคยเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๑๙

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจัก เกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๐

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๑

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสัทธินทรีย์ก็เคยเกิดสัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๒

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปัญญินทรีย์ก็เคยเกิดปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๓

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๔

อนุ. ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ ฯลฯ โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๕

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๖

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และ บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และ บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มีจักษุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิม-ภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่สัทธินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่เคยเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๗

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้มีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดผู้มีฆานะเกิดได้ และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปา-วจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจร-ภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๘

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจร-ภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๒๙

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปา-วจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิและอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ ก็ไม่เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๐

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๑

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจัก เกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดโสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๒

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิด อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดอุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๓

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดสัทธินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๔

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่เคยเกิดปัญญินทรียมูลกนัย จบ ฯลฯ ปวัตติวาร จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 5 จาก 322 ข้อ (ตั้งแต่ i1036)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา