อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๓๓๔

ปริญญาวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๓๔–๑๓๔๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 11 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 11 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปริญฺญาวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ ปริญญาวาร

ข้อ ๑๓๓๔

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาติ โส โสตินฺทฺริยํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน โสตินฺทฺริยํ ปริชานาติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ

ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้ โสตินทรีย์หรือ ถูกแล้ว หรือว่า ผู้ใดย่อมกำหนดรู้โสตินทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ถูกแล้ว

ข้อ ๑๓๓๕

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหตีติ: โน ฯ โย วา ปน โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมละโทมนัส- *สินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๓๖

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: โน ฯ โย วา ปน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๓๗

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาติ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ

ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมเจริญ อัญญินทรีย์หรือ ถูกแล้ว หรือว่า ผู้ใดย่อมเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ถูกแล้ว

ข้อ ๑๓๓๘

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานาตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมกระทำให้ แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมกำหนดรู้จักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๓๙

โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: โน ฯ โย วา ปน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมเจริญอนัญญา- *ตัญญัตสามีตินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นย่อมละโทมนัสสินทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๔๐

โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหติ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหตีติ: เทฺว ปุคฺคลา อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวนฺติ โน จ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหนฺติ อนาคามิมคฺคสมงฺคี อญฺญินฺทฺริยญฺจ ภาเวติ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ ปชหติ ฯ

ผู้ใดย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมเจริญอัญญิน- *ทรีย์หรือ ถูกแล้ว หรือว่า ผู้ใดย่อมเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมละโทมนัสสิน-*ทรีย์ บุคคล ๒ จำพวกย่อมเจริญอัญญินทรีย์ แต่จะละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมเจริญอัญญินทรีย์ และย่อมละโทมนัสสินทรีย์

ข้อ ๑๓๔๑

โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมทำให้แจ้ง ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมละโทมนัสสินทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๔๒

โย อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวติ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นย่อม เจริญอัญญินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมเจริญอนัญญา-*ตัญญัสสามีตินทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๔๓

โย อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นย่อม ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมละอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๓๔๔

โย อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกโรติ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวตีติ: โน ฯ

ผู้ใดย่อมเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมทำให้แจ้งซึ่ง อัญญาตาวินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมเจริญอัญญินทรีย์ หามิได้

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๕

อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ โสตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้โสตินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลัง กำหนดรู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังทำให้แจ้ง อัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร โทมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๖

อนุ. บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกกำลังเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสิน-ทรีย์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคกำลังเจริญอัญญินทรีย์และกำลังละโทมนัสสินทรีย์ อนุ. บุคคลใดกำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังทำให้แจ้งอัญญาตา-วินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ โทมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๗

อนุ. บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็ กำลังเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดกำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลัง ทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรียมูลกนัย จบ อัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๓๘

อนุ. บุคคลใดกำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็กำลังเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อัญญินทรียมูลกนัย จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา