อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๔๓๕

ข้อ ๑๔๓๕–๑๔๔๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 10 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 10 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒

ข้อ ๑๔๓๕

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิสฺสติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ

ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักละ โทมนัสสินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดจักละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๔๓๖

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวสฺสติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ

ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๔๓๗

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ

ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญ อัญญินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๔๓๘

โย จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ

ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้ แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๔๓๙

โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาเวสฺสติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถาติ: โน ฯ

ผู้ใดเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ หามิได้

ข้อ ๑๔๔๐

โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสตีติ: เทฺว ปุคฺคลา โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ โน จ อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสนฺติ อนาคามี โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ ปชหิตฺถ อญฺญินฺทฺริยญฺจ ภาเวสฺสติ ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถาติ: ฉ ปุคฺคลา อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสนฺติ โน จ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ อนาคามี อญฺญินฺทฺริยญฺจ ภาเวสฺสติ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ ปชหิตฺถ ฯ

ผู้ใดเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญ อัญญินทรีย์หรือ บุคคล ๒ จำพวก เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ แต่จักเจริญอัญญิน-*ทรีย์ก็หาไม่ พระอนาคามีเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ และจักเจริญอัญญินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัส-*สินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ พระอนาคามีจักเจริญอัญญินทรีย์ และเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์

ข้อ ๑๔๔๑

โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสตีติ: อรหา โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ โน จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสติ เทฺว ปุคฺคลา โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ ปชหิตฺถ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ สจฺฉิกริสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถาติ: ฉ ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสนฺติ โน จ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ปชหิตฺถ เทฺว ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ สจฺฉิกริสฺสนฺติ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ ปชหิตฺถ ฯ

ผู้ใดเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้แจ้ง ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ พระอรหันต์เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ แต่จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตา-*วินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ และจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์และเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์

ข้อ ๑๔๔๒

โย อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสตีติ: เทฺว ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ โน จ อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสนฺติ ปญฺจ ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ ภาวิตฺถ อญฺญินฺทฺริยญฺจ ภาเวสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถาติ: เทฺว ปุคฺคลา อญฺญินฺทฺริยํ ภาเวสฺสนฺติ โน จ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ ปญฺจ ปุคฺคลา อญฺญินฺทฺริยญฺจ ภาเวสฺสนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ ภาวิตฺถ ฯ

ผู้ใดเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้ นั้นจักเจริญอัญญินทรีย์หรือ บุคคล ๒ จำพวก เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักเจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๕ จำพวก เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามี-*ตินทรีย์ และจักเจริญอัญญินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญา-*ตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๕ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ และเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์

ข้อ ๑๔๔๓

โย อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสตีติ: อรหา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ โน จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสติ ฉ ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ ภาวิตฺถ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ สจฺฉิกริสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถาติ: เทฺว ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสนฺติ โน จ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ ฉ ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ สจฺฉิกริสฺสนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ ภาวิตฺถ ฯ

ผู้ใดเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้ นั้นจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ พระอรหันต์เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามี-*ตินทรีย์ และจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวิน-*ทรีย์ และเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์

ข้อ ๑๔๔๔

โย อญฺญินฺทฺริยํ ภาวิตฺถ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สจฺฉิกริสฺสติ โส อญฺญินฺทฺริยํ ภาวิตฺถาติ: โน ฯ

ผู้ใดเคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้แจ้ง ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ หามิได้ หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยเจริญแล้วซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หามิได้

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลม จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๗๕

อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักละโทมนัสสินทรีย์ ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักเจริญอนัญญาตัญญัส- สามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็จักทำให้แจ้งอัญญา- ตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร โทมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๗๖

อนุ. บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็จักเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยละ โทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็จักเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกเคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ อนาคามีบุคคลเคยละโทมนัสสินทรีย์และก็จักเจริญอัญญินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นเคยละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๖ จำพวกจักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ อนาคามีบุคคลจักเจริญอัญญินทรีย์และก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ อนุ. บุคคลใดเคยละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็จักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. อรหันตบุคคลเคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่มิใช่จักไม่ทำให้แจ้งอัญญา- ตาวินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวกเคยละโทมนัสสินทรีย์และก็จักทำให้แจ้งอัญญา- ตาวินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๖ จำพวกจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยละ โทมนัสสินทรีย์ บุคคล ๒ จำพวกจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์และก็เคยละ โทมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนัญญาตัญญัสสามีตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๗๗

อนุ. บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นจักเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคล ๕ จำพวกเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และก็จักเจริญอัญญินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดจักเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยเจริญอนัญญาตัญ-ญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกจักเจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญอนัญญาตัญ-ญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๕ จำพวกจักเจริญอัญญินทรีย์และก็เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อนุ. บุคคลใดเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็จักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. อรหันตบุคคลเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่ใช่จักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวกเคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และก็จักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยเจริญอนัญญาตัญ-ญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล ๖ จำพวกจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์และก็เคยเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรียมูลกนัย จบ อัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๔๗๘

อนุ. บุคคลใดเคยเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็จักทำให้แจ้ง อัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. บุคคลใดจักทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็เคยเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อัญญินทรียมูลกนัย จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา