ปัจจนีกะ : บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปัจจนีกะ จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง ละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์และไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนด รู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์และไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญ อัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนด รู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังทำให้ แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลใดทำให้แจ้งอรหัตตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตต-มรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง กำหนดรู้จักขุนทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตา- วินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย อรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตา-วินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขุนทรีย์ จักขุนทรียมูลกนัย จบ โทมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ เว้นบุคคล ๒ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญ อัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังเจริญ อัญญินทรีย์ เว้นบุคคล ๓ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละ โทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังทำให้แจ้ง อัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอรหัตตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังละโทมนัส- สินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง ละโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตา- วินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย อนาคามิมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตา-วินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังละโทมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรียมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคล ๓ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ เว้นบุคคล ๔ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังเจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เว้นบุคคล ๔ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอรหัตตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ-ญัสสามีตินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ เว้นบุคคลที่ ๘ และอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคลที่ ๘ ไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลัง เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เว้นบุคคลที่ ๘ และอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอนัญญาตัญ-ญัสสามีตินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรียมูลกนัย จบ อัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง ทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๓. ปริญญาวาร ๒. อตีตวาร วิ. บุคคลใดกำลังทำให้แจ้งอรหัตตผล บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ เว้นบุคคล ๓ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง เจริญอัญญินทรีย์ใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตา-วินทรีย์ แต่มิใช่ไม่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ เว้นบุคคล ๓ จำพวกผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์และก็ไม่ใช่กำลังเจริญอัญญินทรีย์ อัญญินทรียมูลกนัย จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒
โย จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โน จ โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ เทฺว มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น ปริชานนฺติ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ ฯ โย วา ปน โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โน จ จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ เทฺว มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา โทมนสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ละ โทมนัสสินทรีย์หรือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จะไม่ละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒จำพวก บุคคลที่เหลือย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ และย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ แต่จะไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ และย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์
โย จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: อฏฺฐมโก จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โน จ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ เทฺว มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น ปริชานนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ ทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ โย วา ปน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โน จ จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ เทฺว มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จะไม่เจริญอนัญญาตัญญัส-*สามีตินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกเสียบุคคลที่เหลือย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ และย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามี-*ตินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ บุคคลผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัส-*สามีตินทรีย์ แต่จะไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์
โย จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โส อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญ อัญญินทรีย์หรือ ถูกแล้ว หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ถูกแล้ว
โย จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรตีติ: โย อคฺคผลํ สจฺฉิกโรติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ โน จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น ปริชานนฺติ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โส จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โน จ จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ทำให้ แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ผู้นั้นย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จะไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ เว้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ และไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตา-*วินทรีย์ แต่จะไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่ เว้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตา-*วินทรีย์ และย่อมไม่กำหนดรู้จักขุนทรีย์
โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: อฏฺฐมโก โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โน จ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ เทฺว มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ โย วา ปน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โน จ โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ เทฺว มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ แต่จะไม่เจริญอนัญญาตัญญัส-*สามีตินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ และไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จะไม่ละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์
โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โส อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: เทฺว ปุคฺคลา โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหนฺติ โน จ อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวนฺติ ตโย มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ อญฺญินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหตีติ: อามนฺตา ฯ
ผู้ใดย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญ อัญญินทรีย์หรือ บุคคล ๒ จำพวก ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ แต่จะไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๓ จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ และย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ถูกแล้ว
โย โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรตีติ: โย อคฺคผลํ สจฺฉิกโรติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ โน จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โส โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหตีติ: อนาคามิมคฺคสมงฺคี อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โน จ โทมนสฺสินฺทฺริยํ นปฺปชหติ อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ นปฺปชหนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ทำให้ แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ผู้นั้นย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ แต่จะไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์และย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้ที่มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตา-*วินทรีย์ แต่จะไม่ละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์
โย อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: ตโย มคฺคสมงฺคิโน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวนฺติ โน จ อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวนฺติ จตฺตาโร มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ อญฺญินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: อฏฺฐมโก อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวติ โน จ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ จตฺตาโร มคฺคสมงฺคิโน ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อญฺญินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้น ย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์หรือ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๓ จำพวก ย่อมไม่เจริญอนัญญา-*ตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จะไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๔ จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามี-*ตินทรีย์ และย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่จะไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๔ จำพวกเสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ และย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
โย อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรตีติ: โย อคฺคผลํ สจฺฉิกโรติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ โน จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ อฏฺฐมกญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โส อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: อฏฺฐมโก อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โน จ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น ภาเวติ อฏฺฐมกญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ
ผู้ใดย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้น ย่อมไม่กระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอนัญญาตัสญัสสามี-*ตินทรีย์ แต่จะไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลที่ ๘ และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่จะไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลที่ ๘ และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัส-*สามีตินทรีย์
โย อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวติ โส อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรตีติ: โย อคฺคผลํ สจฺฉิกโรติ โส อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวติ โน จ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ ตโย มคฺคสมงฺคิโน จ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อญฺญินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ ฯ โย วา ปน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรติ โส อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวตีติ: ตโย มคฺคสมงฺคิโน อญฺญาตาวินฺทฺริยํ น สจฺฉิกโรนฺติ โน จ อญฺญินฺทฺริยํ น ภาเวนฺติ ตโย มคฺคสมงฺคิโน จ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ น สจฺฉิกโรนฺติ อญฺญินฺทฺริยญฺจ น ภาเวนฺติ ฯ ----------
ผู้ใดย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ทำให้ แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ ผู้ใดย่อมทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่จะไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค๓ จำพวก และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือ ย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ และย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ หรือว่า ผู้ใดย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้ที่พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๓ จำพวก ย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์แต่จะไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๓จำพวก และพระอรหันต์เสีย บุคคลที่เหลือย่อมไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์และย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์