อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๓๗

ข้อ ๘๓๗–๙๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 89 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 89 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 27 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดที่เป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดที่เป็นอิตถีไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดมีจักขุ มีโสมนัส เกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีอุเบกขา เกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลายนอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีโสมนัส เกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีโสมนัส เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลายนอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว แล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปก-*ขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลายนอกนี้

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักเกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัส-*สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลายนอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด มนิน-*ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสจักเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด มนิน-*ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้

สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสตินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นใน ภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือกามาวจรภูมิ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือกามาวจรภูมิ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ ปัญจโวการภูมิ

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิด ขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อรูปภูมิ แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้นคือ ปัญจโวการภูมิ

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อรูปภูมิ แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือปัญจโวการภูมิ

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิด ขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิด ขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิด ขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิด ขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ กามาวจรภูมิ

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด มนินทรีย์จักเกิดขึ้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ หรือว่า ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์ และสัตว์ที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์และสัตว์ที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานแต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๕

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด มีจักขุ มีอุเบกขา เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด มีจักขุ มีโสมนัส เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์-*เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ที่มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อรูปสัตว์แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๕

จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อรูปสัตว์ แต่จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นและจักขุนทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๕

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์ อรูปา-*วจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด มีฆานะ มีโสมนัส เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือกามาวจรสัตว์

ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์ อรูปา-*วจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์และสัตว์เหล่าใดที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสิน- *ทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัตว์เหล่าใด ที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ กามาวจรสัตว์

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใดที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะ-*นั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นแต่อิตถินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์เหล่าใดที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่เป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์และสัตว์ที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ สัตว์เหล่าใดที่เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ กามาวจรสัตว์ นอกนี้

ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ที่เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือกามาวจรสัตว์ นอกนี้

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์ แต่มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นและมนินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัส-*สินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาจักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมิ นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักเกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ที่มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้

สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ๓. อนาคตวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๑

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ก็ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้มีอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้มีโสมนัสอุบัติแล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๒

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๓

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละ มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๔

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือเอาปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ผู้ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มนินทรียของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๕

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๖

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคล นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับ แห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๗

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดอุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๘

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๘๙

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๐

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ใน ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๑

อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิดฆานินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๒

อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิดอิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๓

อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๔

อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๕

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๖

อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๗

อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๘

อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๙๙

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน กามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติและจุติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๐

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๑

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิดอิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๒

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่น แหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิด ได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๓

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๔

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ แห่งจิตนั้น) มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๕

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๖

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๗

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา