สัจจะ ๔ อุทเทสวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สจฺจยมกํ ปณฺณตฺติวาโร จตฺตาริ สจฺจานิ ทุกฺขสจฺจํ สมุทยสจฺจํ นิโรธสจฺจํ มคฺคสจฺจํ ฯ อุทฺเทสวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ สัจจยมก ปัณณัตติวาร สัจจะ ๔ คือ ๑. ทุกขสัจจะ ๒. สมุทยสัจจะ ๓. นิโรธสัจจะ ๔. มัคคสัจจะ อุทเทสวาร
ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ ทุกฺขสจฺจํ ทุกฺขํ ฯ สมุทโย สมุทยสจฺจํ สมุทยสจฺจํ สมุทโย ฯ นิโรโธ นิโรธสจฺจํ นิโรธสจฺจํ นิโรโธ ฯ มคฺโค มคฺคสจฺจํ มคฺคสจฺจํ มคฺโค ฯ
ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ ทุกขสัจ คือทุกข์หรือ. สมุทัย คือสมุทยสัจหรือ สมุทยสัจ คือสมุทัยหรือ. นิโรธ คือนิโรธสัจหรือ นิโรธสัจ คือนิโรธหรือ. มรรค คือมัคคสัจหรือ มัคคสัจ คือมรรคหรือ.
น ทุกฺขํ น ทุกฺขสจฺจํ น ทุกฺขสจฺจํ น ทุกฺขํ ฯ น สมุทโย น สมุทยสจฺจํ น สมุทยสจฺจํ น สมุทโย ฯ น นิโรโธ น นิโรธสจฺจํ น นิโรธสจฺจํ น นิโรโธ ฯ น มคฺโค น มคฺคสจฺจํ น มคฺคสจฺจํ น มคฺโค ฯ --------
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ ไม่ใช่ทุกขสัจ ไม่ใช่ทุกข์หรือ? ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ ไม่ใช่สมุทยสัจ ไม่ใช่สมุทัยหรือ. ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ไม่ใช่นิโรธสัจ ไม่ใช่นิโรธหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ ไม่ใช่มัคคสัจ ไม่ใช่มรรคหรือ.
ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ สจฺจา สมุทยสจฺจํ ฯ ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ สจฺจํ นิโรธสจฺจํ ฯ ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ สจฺจา มคฺคสจฺจํ ฯ สมุทโย สมุทยสจฺจํ สจฺจา ทุกฺขสจฺจํ ฯ สมุทโย สมุทยสจฺจํ สจฺจา นิโรธสจฺจํ ฯ สมุทโย สมุทยสจฺจํ สจฺจา มคฺคสจฺจํ ฯ นิโรโธ นิโรธสจฺจํ สจฺจา ทุกฺขสจฺจํ ฯ นิโรโธ นิโรธสจฺจํ สจฺจา สมุทยสจฺจํ ฯ นิโรโธ นิโรธสจฺจํ สจฺจา มคฺคสจฺจํ ฯ มคฺโค มคฺคสจฺจํ สจฺจา ทุกฺขสจฺจํ ฯ มคฺโค มคฺคสจฺจํ สจฺจา สมุทยสจฺจํ ฯ มคฺโค มคฺคสจฺจํ สจฺจา นิโรธสจฺจํ ฯ
ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ สัจจะ คือสมุทยสัจหรือ. ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ สัจจะ คือนิโรธสัจหรือ. ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ สัจจะ คือมัคคสัจหรือ. สมุทัย คือสมุทยสัจหรือ สัจจะ คือทุกขสัจหรือ. สมุทัย คือสมุทยสัจหรือ สัจจะ คือนิโรธสัจหรือ. สมุทัย คือสมุทยสัจหรือ สัจจะ คือมัคคสัจหรือ. นิโรธ คือนิโรธสัจหรือ สัจจะ คือทุกขสัจหรือ. นิโรธ คือนิโรธสัจหรือ สัจจะ คือสมุทยสัจหรือ. นิโรธ คือนิโรธสัจหรือ สัจจะ คือมัคคสัจหรือ. มรรค คือมัคคสัจหรือ สัจจะ คือทุกขสัจหรือ. มรรค คือมัคคสัจหรือ สัจจะ คือสมุทยสัจหรือ. มรรค คือมัคคสัจหรือ สัจจะ คือนิโรธสัจหรือ.
น ทุกฺขํ น ทุกฺขสจฺจํ น สจฺจา น สมุทยสจฺจํ ฯ น ทุกฺขํ น ทุกฺขสจฺจํ น สจฺจา น นิโรธสจฺจํ ฯ น ทุกฺขํ น ทุกฺขสจฺจํ น สจฺจา น มคฺคสจฺจํ ฯ น สมุทโย น สมุทยสจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขสจฺจํ ฯ น สมุทโย น สมุทยสจฺจํ น สจฺจา น นิโรธสจฺจํ ฯ น สมุทโย น สมุทยสจฺจํ น สจฺจา น มคฺคสจฺจํ ฯ น นิโรโธ น นิโรธสจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขสจฺจํ ฯ น นิโรโธ น นิโรธสจฺจํ น สจฺจา น สมุทยสจฺจํ ฯ น นิโรโธ น นิโรธสจฺจํ น สจฺจา น มคฺคสจฺจํ ฯ น มคฺโค น มคฺคสจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขสจฺจํ ฯ น มคฺโค น มคฺคสจฺจํ น สจฺจา น สมุทยสจฺจํ ฯ น มคฺโค น มคฺคสจฺจํ น สจฺจา น นิโรธสจฺจํ ฯ --------
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ. ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ. ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ. ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ. ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ. ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ. ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ. ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ. ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ.
ทุกฺขํ สจฺจํ สจฺจา ทุกฺขํ ฯ สมุทโย สจฺจํ สจฺจา สมุทโย ฯ นิโรโธ สจฺจํ สจฺจา นิโรโธ ฯ มคฺโค สจฺจํ สจฺจา มคฺโค ฯ
ทุกข์ คือสัจจะหรือ สัจจะ คือทุกข์หรือ. สมุทัย คือสัจจะหรือ สัจจะ คือสมุทัยหรือ. นิโรธ คือสัจจะหรือ สัจจะ คือนิโรธหรือ. มรรค คือสัจจะหรือ สัจจะ คือมรรคหรือ.
น ทุกฺขํ น สจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขํ ฯ น สมุทโย น สจฺจํ น สจฺจา น สมุทโย ฯ น นิโรโธ น สจฺจํ น สจฺจา น นิโรโธ ฯ น มคฺโค น สจฺจํ น สจฺจา น มคฺโค ฯ --------
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกข์หรือ. ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทัยหรือ. ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มรรคหรือ.
ทุกฺขํ สจฺจํ สจฺจา สมุทโย ฯ ทุกฺขํ สจฺจํ สจฺจา นิโรโธ ฯ ทุกฺขํ สจฺจํ สจฺจา มคฺโค ฯ สมุทโย สจฺจํ สจฺจา ทุกฺขํ ฯเปฯ สจฺจา มคฺโค ฯ นิโรโธ สจฺจํ สจฺจา ทุกฺขํ ฯเปฯ สจฺจา มคฺโค ฯ มคฺโค สจฺจํ สจฺจา ทุกฺขํ ฯ มคฺโค สจฺจํ สจฺจา สมุทโย ฯ มคฺโค สจฺจํ สจฺจา นิโรโธ ฯ
ทุกข์ คือสัจจะหรือ สัจจะ คือสมุทัยหรือ. ทุกข์ คือสัจจะหรือ สัจจะ คือนิโรธหรือ. ทุกข์ คือสัจจะหรือ สัจจะ คือมรรคหรือ. สมุทัย คือสัจจะหรือ สัจจะ คือทุกข์หรือ ฯลฯ. สัจจะ คือมรรคหรือ นิโรธ คือสัจจะหรือ. สัจจะ คือทุกข์หรือ ฯลฯ สัจจะ คือมรรคหรือ มรรค คือสัจจะหรือ สัจจะ คือทุกข์หรือ. มรรค คือสัจจะหรือ สัจจะ คือสมุทัยหรือ. มรรค คือสัจจะหรือ สัจจะ คือนิโรธหรือ.
น ทุกฺขํ น สจฺจํ น สจฺจา น สมุทโย ฯ น ทุกฺขํ น สจฺจํ น สจฺจา น นิโรโธ ฯ น ทุกฺขํ น สจฺจํ น สจฺจา น มคฺโค ฯ น สมุทโย น สจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขํ ฯเปฯ น สจฺจา น มคฺโค ฯ น นิโรโธ น สจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขํ ฯเปฯ น สจฺจา น มคฺโค ฯ น มคฺโค น สจฺจํ น สจฺจา น ทุกฺขํ ฯ น มคฺโค น สจฺจํ น สจฺจา น สมุทโย ฯ น มคฺโค น สจฺจํ น สจฺจา น นิโรโธ ฯ อุทฺเทสวาโร ฯ ---------
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทัยหรือ. ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธหรือ. ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มรรคหรือ. ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกข์หรือ. ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มรรคหรือ. ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกข์หรือ ฯลฯ. ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มรรคหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกข์หรือ ฯลฯ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทัยหรือ. ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธหรือ. อุทเทสวาร จบ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร สัจจยมก ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
สัจจะ ๔ คือ ๑. ทุกขสัจ (ความจริงคือทุกข์) ๒. สมุทยสัจ (ความจริงคือเหตุให้เกิดทุกข์) ๓. นิโรธสัจ (ความจริงคือความดับทุกข์) ๔. มัคคสัจ (ความจริงคือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์)๑. ปทโสธนวาร อนุโลม
ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม ทุกขสัจเป็นทุกข์ใช่ไหม สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สมุทยสัจเป็นสมุทัยใช่ไหม นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม นิโรธสัจเป็นนิโรธใช่ไหม มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม มัคคสัจเป็นมรรคใช่ไหม (๑๐)ปัจจนีกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกขสัจ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทยสัจ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธสัจ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมัคคสัจ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๑๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร อนุโลม
ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทยสัจใช่ไหม ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธสัจใช่ไหม ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะเป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๒) สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะเป็นทุกขสัจใช่ไหม สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะเป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๓) นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะเป็นทุกขสัจใช่ไหม นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทยสัจใช่ไหม นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะเป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๔) มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะเป็นทุกขสัจใช่ไหม มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทยสัจใช่ไหม มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธสัจใช่ไหม (๑๕)ปัจจนีกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๖) สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธสัจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๗) สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๘) สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม (๑๙) ๓. สุทธสัจจวาร อนุโลม
ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม สมุทัยเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทัยใช่ไหม นิโรธเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธใช่ไหม มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม (๒๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร ปัจจนีกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๑)๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร อนุโลม
ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทัยใช่ไหม ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธใช่ไหม ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม สมุทัยเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม ฯลฯ สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม นิโรธเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม ฯลฯ สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทัยใช่ไหม มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธใช่ไหม (๒๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร ปัจจนีกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๓) สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๔) สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๕) สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม (๒๖) ปัณณัตติวารอุทเทส จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๕๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัจจยมก
๑. ปณฺณตฺติวารวณฺณนา
การพรรณนาสัจจยมกที่ท่านรวบรวมแสดงไว้แล้วในลำดับธาตุยมก ด้วยอำนาจสัจจะในธรรมมีกุศลเป็นต้น ที่ท่านแสดงไว้แล้วในมูลยมกเหล่านั้นนั่นเทียว ย่อมมีในบัดนี้.
พึงทราบมหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และประเภทแห่งวาระที่เหลือมีอันตรวาระเป็นต้นตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นเทียว ในธาตุยมกแม้นั้น.
แต่ในปัณณัตติวาระ ในสัจจยมกนี้ ด้วยอำนาจสัจจะ ๔ พึงทราบการนับยมกในวาระทั้งหลาย ๔ เหล่านี้ คือปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธสัจจวาระ สุทธสัจจมูลจักกวาระ.
แต่ในปัณณัตติวารนิทเทส พึงทราบเตภูมิกธรรมที่หลุดพ้นดีแล้วจากทุกขเวทนาและตัณหา ด้วยคำว่า อวเสสํ ทุกฺขสจฺจํ. ประเภทแห่งกามาวจรกุศลเป็นต้นที่ท่านแสดงไว้แล้วในสัจจวิภังค์ว่า อวเสโส สมุทโย ดังนี้ ย่อมเป็นปัจจัยแห่งทุกขสัจจะ.
สองบทว่า อวเสโส นิโรโธ ได้แก่ ตทังคนิโรธ วิกขัมภนนิโรธ สมุจเฉทนิโรธ ปฏิปัสสัทธินิโรธและขณภังคนิโรธ.
สองบทว่า อวเสโส มคฺโค ความว่า ก็มรรคมีองค์ ๕ ย่อมมีในสมัยนั้นแล.
มรรคมีอาทิอย่างนี้ คือ อัฏฐังคิกมรรค มิจฉามรรค ชังฆมรรค สกฏมรรค.
๒. ปวตฺติวารวณฺณนา
ก็ในปวัตติวาระ ในอนุโลมนัยแห่งปุคคลวาระ ในปัจจุบันกาลนี้ ทุกขสัจจมูล ๓ สมุทยสัจจมูล ๒ นิโรธสัจจมูล ๑ รวมเป็นยมก ๖ อย่าง ด้วยอำนาจพระบาลี เพราะถือเอาสัจจะที่ได้อยู่และไม่ได้อยู่ว่า ทุกขสัจจะย่อมเกิดแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ก็หรือว่า สมุทยสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นดังนี้.
ในสัจจะทั้งหลายเหล่านั้น เพราะความเกิดและความดับ ย่อมไม่สมควรแก่นิโรธ ฉะนั้น ยมกทั้งหลาย ๓ คือ ยมกอันเป็นมูลแห่งทุกขสัจจะ ๒ กับด้วยสมุทยสัจจะ และมัคคสัจจะ ยมกอันเป็นมูลแห่งสมุทยสัจจะ ๑ กับด้วยมัคคสัจจะ จึงมาแล้ว. ในปฏิโลมนัยแห่งปุคคลวาระนั้นบ้าง ในโอกาสวาระเป็นต้นบ้าง ก็นัยนี้นั่นเทียว. พึงทราบการนับยมก ด้วยอำนาจยมก ๓ อย่างๆ ในวาระทั้งหมดเหล่านี้ด้วยประการอย่างนี้.
ก็ในอรรถวินิจฉัย พึงทราบลักษณะในสัจจยมกนี้ดังต่อไปนี้.
ก็ในปวัตติวาระแห่งสัจจยมกนี้ ใครๆ ย่อมไม่ได้นิโรธสัจจะก่อนนั่นเทียว. แต่ในวาระทั้งหลาย ๓ ที่เหลือ สมุทยสัจจะและมัคคสัจจะ บุคคลย่อมได้ในปวัตติกาลโดยส่วนเดียวนั่นเทียว.
ทุกขสัจจะ บุคคลย่อมได้ในจุติและปฏิสนธิบ้าง ในปวัตติกาลบ้าง. แต่กาล ๓ มีปัจจุบันกาลเป็นต้น บุคคลย่อมได้ แม้ในจุติและปฏิสนธิบ้าง ในปวัตติกาลบ้าง. บุคคลย่อมได้สัจจะใดๆ ในสัจจยมกนี้ พึงทราบอรรถวินิจฉัยด้วยอำนาจแห่งสัจจะนั้นๆ ด้วยประการอย่างนี้.
พึงทราบนัยมุขในสัจจยมกนั้นดังต่อไปนี้.
สองบทว่า สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ความว่า โดยที่สุด แม้แก่ชั้นสุทธาวาส.
ก็เทวดาชั้นสุทธาวาส แม้เหล่านั้น ย่อมเกิดด้วยทุกขสัจจะนั่นเทียว.
คำนี้ว่า ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ท่านกล่าวไว้แล้วเพื่อแสดงการอุบัติแห่งส่วนหนึ่งในทุกขสัจจะและสมุทยสัจจะ. เพราะฉะนั้น คำนั้นพึงถือเอาด้วยอำนาจปัญจโวการภพนั่นเทียว.
แต่ในจตุโวการภพ คำนี้ว่า สัจจะแม้อย่างหนึ่ง ย่อมไม่เกิดขึ้นในอุปปาทักขณะของผลสมาบัติ จิตที่วิปปยุตด้วยตัณหา ดังนี้ บัณฑิตไม่ควรถือเอาในสัจจยมกนี้.
จตุโวกาเร ปน ตณฺหาวิปฺปยุตฺตสฺส ผลสมาปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เอกมฺปิ สจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ อิทํ อิธ น คเหตพฺพํ ฯ
____________________________
ม. อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ
สองบทว่า เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ ความว่า ชื่อว่าทุกขสัจจะที่เหลือ เว้นตัณหาเสีย ย่อมมีในขณะนั้น คำนั้นท่านกล่าวหมายเอาทุกขสัจจะนั้น. แม้ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
แต่ในสัจจยมกนั้นรูปนั่นเทียว ชื่อว่าทุกขสัจจะ ธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยมรรคที่เหลือ เป็นธรรมที่พ้นดีแล้วจากสัจจะ. เพราะเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าวแล้วว่า มรรคสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่ชนเหล่านั้น ในอุปปาทักขณะแห่งมรรคในอรูป แต่ทุกขสัจจะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ชนเหล่านั้น. พึงทราบโอกาสด้วยอำนาจขณะในสัจจยมกนี้อย่างนี้ว่า ในขณะแห่งการอุบัตินั้นและในขณะแห่งการอุบัติขึ้นของจิตที่วิปปยุตด้วยตัณหาที่เป็นไปของผู้เกิดอยู่ทั้งหมด ในอุปปทขณะของผู้เกิดอยู่ทั้งหมดเหล่านั้น.
ในสัจจะที่มีรูปอย่างนั้น แม้เหล่าอื่น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า อนภิสเมตาวีนํ ได้แก่ สัตว์ผู้ไม่บรรลุอภิสมัย กล่าวคือจตุสัจจปฏิเวธ คือการแทงตลอดสัจจะ ๔.
บทว่า อภิสเมตาวีนํ ได้แก่ อภิสมิตสัจจะ คือสัจจะที่สงบยิ่ง.
พึงทราบอรรถวินิจฉัยในบททั้งปวง โดยนัยมุขนี้.
๓. ปริญฺญาวารวณฺณนา
ก็ในปริญญาวาระ บุคคลย่อมได้ปริญญา ๓ คือ ญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา.
ก็เพราะชื่อว่าปริญญา ย่อมไม่มีในโลกุตตรธรรมทั้งหลาย ฉะนั้น สัจจะ ๒ ท่านจึงถือเอาแล้วในสัจจยมกนี้.
คำว่า ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ ในสัจจยมกนั้น ท่านกล่าวไว้แล้วด้วยอำนาจญาตปริญญาและตีรณปริญญา.
คำว่า สมุทยสจฺจํ ปชหติ ท่านกล่าวไว้แล้วด้วยอำนาจญาตปริญญาและปหานปริญญา.
พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวงด้วยอำนาจแห่งปริญญาทั้งหลายเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถาสัจจยมก จบ. -----------------------------------------------------