อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๒๘๘

อนุโลม

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๘๘–๑๓๒๐33 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สานุสยวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ สานุสยวาร อนุโลม

ข้อ ๑๒๘๘

โย กามราคานุสเยน สานุสโย โส ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย กามราคานุสเยน สานุสโย โส มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน มานานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี มานานุสเยน สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา มานานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ สานุสยา ฯ {๑๒๘๘.๑} โย กามราคานุสเยน สานุสโย โส ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: เทฺว ปุคฺคลา กามราคานุสเยน สานุสยา โน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน กามราคานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย กามราคานุสเยน สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยปฏิฆานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก ผู้มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกาม-*ราคานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย.

ข้อ ๑๒๘๙

โย ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน มานานุสเยน สานุสโย โส ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี มานานุสเยน สานุสโย โน จ ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา มานานุสเยน จ สานุสยา ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา ฯ โย ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: เทฺว ปุคฺคลา ปฏิฆานุสเยน สานุสยา โน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยมานานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก ผู้มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย.

ข้อ ๑๒๙๐

โย มานานุสเยน สานุสโย โส ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: ตโย ปุคฺคลา มานานุสเยน สานุสยา โน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน มานานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย มานานุสเยน สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-*นุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๒๙๑

โย ทิฏฺฐานุสเยน สานุสโย โส วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ทิฏฺฐานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯเปฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย? ถูกแล้ว ฯลฯ.

ข้อ ๑๒๙๒

โย วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: ตโย ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย? บุคคล ๓ จำพวกมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-*นุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย

ข้อ ๑๒๙๓

โย ภวราคานุสเยน สานุสโย โส อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๒๙๔

โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน มานานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี มานานุสเยน สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโย ปุคฺคลา มานานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา ฯ โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: เทฺว ปุคฺคลา กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา โน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโย ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยและมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคา-*นุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.

ข้อ ๑๒๙๕

โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โส ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: เทฺว ปุคฺคลา กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโย ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยบุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.

ข้อ ๑๒๙๖

โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โส วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโยติ: อามนฺตา ฯเปฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๒๙๗

โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โส ภวราคานุสเยน ฯเปฯ อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย เทฺว ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา ปุถุชฺชโน อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา-*นุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.

ข้อ ๑๒๙๘

โย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โส อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย เทฺว ปุคฺคลา อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสยา โน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา ปุถุชฺชโน อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.

ข้อ ๑๒๙๙

ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต วา ปน ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน มานานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต มานานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต มานานุสเยน จ สานุสโย กามราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย กามราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย กามราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐา-*นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. @หมายเหตุ คำว่า จากที่ใด หมายความว่า เกิดจากที่ใด จากที่นั้น หมายความว่า เกิดจากที่นั้น บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.

ข้อ ๑๓๐๐

ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต วา ปน มานานุสเยน สานุสโย ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐา-*นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-*นุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยจากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา.

ข้อ ๑๓๐๑

ยโต มานานุสเยน สานุสโย ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต มานานุสเยน สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต มานานุสเยน สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต มานานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต มานานุสเยน จ สานุสโย ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต มานานุสเยน สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต มานานุสเยน สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัยจากที่นั้นหรือ? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยและมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยจากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยจากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.

ข้อ ๑๓๐๒

ยโต ทิฏฺฐานุสเยน สานุสโย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต ทิฏฺฐานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯเปฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๓๐๓

ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯเปฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๓๐๔

ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย ภวราคานุเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยและมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ.

ข้อ ๑๓๐๕

ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน มานานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต มานานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต มานานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ฯ {๑๓๐๕.๑} ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย ฯ {๑๓๐๕.๒} ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: โน ฯ ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๐๖

ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๐๖.๑} ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: มานานุสเยน สานุสโย ฯ ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นคือทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมี ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย. บุคคลผู้มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. @ บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย@และมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ@ปฏิฆานุสัย จากนั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๐๗

ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๐๗.๑} ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโยติ: มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้นคือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยจากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมี ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยจากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? @ บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย@มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกาม-@*ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่" บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้นคือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๐๘

ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน ภวราคานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโยติ: มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?หรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมี ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆา-*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ@ บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย@มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอน@เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่" วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๐๙

ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ ยโต วา ปน อวิชฺชานุสเยน สานุสโย ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโยติ: รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต อวิชฺชานุสเยน จ จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ ตโต ปฏิฆานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ทุกฺขาย เวทนาย ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยจากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยจากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาแต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๑๐

โย ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย วา ปน ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต มานานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต มานานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต มานานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต มานานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ สานุสยา ฯ {๑๓๑๐.๑} โย ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: เทฺว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต กามราคานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต กามราคานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย กามราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๑๐.๒} โย ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย ยโต กามราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา กามราคานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุพระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุบุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยและมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น.

ข้อ ๑๓๑๑

โย ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย วา ปน ยโต มานานุสเยน สานุสโย โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: เทฺว ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๑๑.๑} โย ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: โน ฯ โย ยโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโยติ: อนาคามี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย ตโย ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ปุถุชนมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระ-*อนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยและมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น.

ข้อ ๑๓๑๒

โย ยโต มานานุสเยน สานุสโย โส ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: ตโย ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต มานานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต มานานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต มานานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๑๒.๑} โย ยโต มานานุสเยน สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: จตฺตาโร ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต มานานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต ภวราคานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต มานานุสเยน จ สานุสยา ภวราคานุสเยน จ สานุสยา ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย ยโต มานานุสเยน สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: จตฺตาโร ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต มานานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา มานานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุบุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยจากที่นั้น.

ข้อ ๑๓๑๓

โย ยโต ทิฏฺฐานุสเยน สานุสโย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต ทิฏฺฐานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯเปฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๑๓๑๔

โย ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: ตโย ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต ภวราคานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ภวราคานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๑๔.๑} โย ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: ตโย ปุคฺคลา กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสยา ปุถุชฺชโน กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสโย วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มี ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่อง ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุบุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น.

ข้อ ๑๓๑๕

โย ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: จตฺตาโร ปุคฺคลา กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ เต ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต ภวราคานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ สานุสยา ภวราคานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัยจากที่นั้น? บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น.

ข้อ ๑๓๑๖

โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต มานานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต มานานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต มานานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโย ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต มานานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต มานานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสยา ฯ {๑๓๑๖.๑} โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย ฯ โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: โน ฯ {๑๓๑๖.๒} โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโย ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใดบุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุพระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุพระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่อง ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๑๗

โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต ทิฏฺฐานุสเยน ฯเปฯ วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๑๗.๑} โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: มานานุสเยน สานุสโย ฯ โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ตโย ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสยา เตว ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยจากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องด้วย ในเวทนา ๒ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดบุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคล นั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใดบุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นแต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่

ข้อ ๑๓๑๘

โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต วิจิกิจฺฉานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโยติ: ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯเปฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. @ บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่อง ในรูปธาตุ@ในอรูปธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และมานานุสัย@จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ฯลฯ?

ข้อ ๑๓๑๙

โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต ภวราคานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต ภวราคานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโยติ: ตโย ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต ภวราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต ภวราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย ฯ {๑๓๑๙.๑} โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย เทฺว ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน สานุสโย โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้น? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนาบุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.

ข้อ ๑๓๒๐

โย ยโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโยติ: นตฺถิ ฯ โย วา ปน ยโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโยติ: อนาคามี ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย เทฺว ปุคฺคลา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เค ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสยา เตว ปุคฺคลา ทุกฺขาย เวทนาย เต ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสยา โน จ เต ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสยา ปุถุชฺชโน รูปธาตุยา อรูปธาตุยา โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต ปฏิฆานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย โสว ปุคฺคโล ทุกฺขาย เวทนาย โส ตโต อวิชฺชานุสเยน จ ปฏิฆานุสเยน จ ทิฏฺฐานุสเยน จ วิจิกิจฺฉานุสเยน จ สานุสโย โน จ โส ตโต กามราคานุสเยน จ มานานุสเยน จ ภวราคานุสเยน จ สานุสโย ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ

บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุบุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กาม-*ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. อนุโลม จบ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ๒. สานุสยวาร อนุโลมบุคคล เอกมูลกนัย

ข้อ ๖๖

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ ปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐา-นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม- ราคานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย

ข้อ ๖๗

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ มานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยบุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยบุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย

ข้อ ๖๘

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๖๙

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร

ข้อ ๗๐

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย

ข้อ ๗๑

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย

ข้อ ๗๒

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม- ราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่ ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม- ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย

ข้อ ๗๓

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ มานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม- ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมี อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย

ข้อ ๗๔

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม-ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย

ข้อ ๗๕

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมี อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๕๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัย ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย

ข้อ ๗๖

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยแต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยบุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและภวราคานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย ฉักกมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส เอกมูลกนัย

ข้อ ๗๗

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมี อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย

ข้อ ๗๘

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนาบุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนาบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย

ข้อ ๗๙

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจาก ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย

ข้อ ๘๐

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ

ข้อ ๘๑

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัย คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร

ข้อ ๘๒

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยเอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย

ข้อ ๘๓

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นแต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย

ข้อ ๘๔

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน เกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและมานา- นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุส้ย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนาบุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัยและมานานุสัย ติกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร จตุกกมูลกนัย

ข้อ ๘๕

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและ ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆา-นุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัยมานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและทิฏฐานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนาบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นแต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย

ข้อ ๘๖

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กาม-ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัยและมานานุสัย ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย

ข้อ ๘๗

อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยฉักกมูลกนัย จบ อนุโลมปุคคโลกาส เอกมูลกนัย

ข้อ ๘๘

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล นั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-ราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมี อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยบุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้น ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-ราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย

ข้อ ๘๙

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆา-นุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร

ข้อ ๙๐

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย

ข้อ ๙๑

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ

ข้อ ๙๒

บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัย คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุบุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย

ข้อ ๙๓

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยเอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย

ข้อ ๙๔

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก ธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-ราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใดบุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใดบุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใดบุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-ราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัย คืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยทุกมูลกนัย จบ ติกมูลกนัย

ข้อ ๙๕

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอัน เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยบุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย ติกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร จตุกกมูลกนัย

ข้อ ๙๖

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุบุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย ฯลฯ จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย

ข้อ ๙๗

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคา-นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอัน เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาบุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย ปัญจกมูลกนัย จบ ฉักกมูลกนัย

ข้อ ๙๘

อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอัน เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-ราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัยและภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๖๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-ราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยวิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-นุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐา-นุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยมานานุสัย และภวราคานุสัย ฉักกมูลกนัย จบ อนุโลมในสานุสยวาร จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๑๒๒๑ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอนุสยยมก

บัดนี้ เป็นการวรรณนาเนื้อความแห่งอนุสยยมกเหมือนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรวบรวมเอกเทสแห่งกุศลธรรมเป็นต้นทรงแสดงไว้ในมูลยมกนั้นนั่นแหละด้วยสามารถแห่งการหยั่งเห็นได้แล้วทรงแสดงไว้ในลำดับแห่งสังขารยมก. บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกก่อนเพราะว่า ในอนุสยยมกนี้พระองค์ทรงทำบาลีเทศนาไว้อีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนทำเทศนาในขันธยมก เป็นต้น.

ถามว่า ทำเทศนาอย่างไร?

ตอบว่า ในเบื้องต้นทำเทศนาแสดงไว้ ๓ วาระ คือปริจเฉทวาระ วาระว่าด้วยการกำหนด. ปริจฉินนุทเทสวาระ วาระว่าด้วยอุทเทสที่กำหนดไว้แล้ว,อัปปัตติฏฐานวาระ วาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นก่อน, เพื่อจะให้ศึกษาอนุสัยทั้งหลาย โดยอาการ ๓ อย่าง คือโดยปริจเฉท โดยอุทเทสและโดยอุปปัตติฏฐานต่อจากนั้นก็ทรงประกอบอนุสัยทั้งหลายทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗.

ในอนุสยยมกนั้น คำว่า สตฺต อนุสยา นี้ ชื่อว่าปริจเฉทวาระ เพราะความที่อนุสัยทั้งหลาย พระองค์กำหนดจำนวนแสดงไว้ว่า อนุสัยนี้มี ๗ เท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ ไม่ต่ำกว่านี้ ดังนี้.

คำว่า กามราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย นี้ ชื่อว่าปริจฉินทุทเทสวาระ เพราะความที่วาระนี้ทรงยกเพียงแต่ชื่อแห่งธรรมที่กำหนดไว้แล้วโดยปริจเฉทวาระนั้น ขึ้นแสดงว่า ชื่อว่าธรรมเหล่านี้เป็นธรรมชนิดนั้น ดังนี้.

ในข้อนั้น คำว่า กามราคานุสโย อนุเสติ เอตฺถ ฯเปฯ อวิชฺชานุสโดย อนุเสติ นี้ ชื่อว่าอุปปัตติฏฐานวาระ เพราะความที่วาระนี้ ทรงแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ อย่างนี้ว่า อนุสัยเหล่านี้ย่อมนอนเนื่อง ในวาระทั้งหลายชื่อนี้ ดังนี้.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบอนุสัยทั้งหลายแล้วทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗ เหล่าใด มหาวาระเหล่านั้น มีชื่อดังนี้ คือ

๑. อนุสยวาระ (วาระว่าด้วยอนุสัย)

๒. สานุสยาวาระ (วาระว่าด้วยผู้มีอนุสัย)

๓. ปชหนวาระ (วาระว่าด้วยการละ)

๔. ปริญญาวาระ (วาระว่าด้วยการกำหนดรู้)

๕. ปหีนวาระ (วาระว่าด้วยการละได้แล้ว)

๖. อุปปัชชนาวาระ (วาระว่าด้วยการเกิด)

๗. ธาตุวาระ (วาระว่าด้วยธาตุ)

อธิบายอนุสยวาระ

บรรดามหาวาระเหล่านั้น วาระที่ ๑ ชื่อว่าอนุสยวาระ นั้นมี ๒ นัย คือด้วยสามารถแห่งอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย. ในนัยทั้ง ๒ นั้น อนุโลมนัยมีอันตรวาระ ๓ วาระ ด้วยอำนาจแห่งบุคคลและภูมิ คือ.-

ยสฺส อนุเสติ แปลว่า... กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด (ปุคคลวาระ)

ยตฺถ อนุเสติ แปลว่า... กำลังนอนเนื่องในภูมิใด (โอกาสวาระ)

ยสฺส ยตฺถานุเสติ แปลว่า...กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดในภูมิใด (ปุคคโลกาสวาระ)

ในอันตรวาระ ๓ เหล่านั้น ในปุคคลวาระมี ๒๑ ยมก คือมีกามราคานุสัยเป็นมูล ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า :-

ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ

ยสฺส วาปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ฯ

ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย....

ทิฏฐานุสโย...วิจิกิจฉานุสโย...ภวราคานุสโย...อวิชฺชานุสโย อนุเสติ

ยสฺส วาปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ

ที่มีปฏิฆานุสัยเป็นมูล ๕ ยมก มีมานานุสัยเป็นมูล ๔ ยมก มีทิฏฐานุสัยเป็นมูล ๓ ยมก มีวิจิกิจฉานุสัยเป็นมูล ๒ ยมก มีภวราคานุสัยเป็นมูล ๑ ยมก ด้วยสามารถแห่งการนับแลวไม่นับอีกวาระแม้ทั้งหมดที่มีมูล ๑ จึงรวมเป็น ๒๑ ยมก ด้วยประการฉะนี้.

ปุคคลวาระอื่นอีก ๑๕ ยมก คือ ที่มีมูล ๒ (ทุกมูล) อันมาแล้วในพระบาลีอย่างนี้ว่า ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ อนุเสนฺติ ดังนี้ มี ๕ ยมก ที่มีมูล ๓ (ติกมูล) มี ๔ ยมก,ที่มีมูล ๔ (จตุกกมูล) มี ๓ ยมก, ที่มีมูล ๕ (ปัญจกมูล) มี ๒ ยมก, ที่มีมูล ๖ (ฉักกมูล) มี ๑ ยมก. รวมในปุคคลวาระเป็น ๓๖ ยมกคือ ยมกที่มีมูล ๑ มี ๒๑ ยมก ที่มีมูล ๒ เป็นต้นอีก ๑๕ ยมก (๒๑+๑๕=๓๖) ดังนี้.

ในโอกาสวาระก็เหมือนกัน คือมี ๓๖ ในปุคคโลกาสวาระก็เหมือนกัน คือมี ๓๖ เพราะฉะนั้น อันตรวาระแม้ทั้งหมดในอนุโลมนัยจึงเป็น ๑๐๘ ยมก ในปฏิโลมนัยก็เหมือนกัน (มี ๑๐๘) ดังนั้นในมหาวาระแรก คืออนุสยวาระ จึงรวมเป็น ๒๑๖ ยมก. บัณฑิตพึงทราบคำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ยมกนั้น เนื้อความคือคำวิสัชนาคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้น.

ก็ในอนุสยวาระนี้ฉันใด พึงทราบการนับยมกหนึ่งๆ แห่งมหาวาระทั้ง ๕ แม้เหล่านี้ สานุสยวาระ ปชหนวาระ ปริญญาวาระ ปหีนวาระและอุปปัชชนวาระว่า คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ละยมก เนื้อความคือคำวิสัชนาต้องคูณด้วย ๒ จากคำปุจฉานั้นฉันนั้น.

แต่ว่าในมหาวาระ ๕ นี้ มีเนื้อความที่แปลกไปจาก ๓ วาระแรก คือในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสคำว่า ยตฺถ ยตฺถ แต่ทรงทำเทศนาด้วยพระดำรัสว่า ยโต ยโต ดังนี้. คำที่เหลือเป็นเช่นเดียวกันนั่นแหละ.

ก็ในมหาวาระทั้งหมด วาระสุดท้าย ชื่อว่าธาตุวาระ นั้น ดำรงอยู่ ๒ อย่าง คือปุจฉาวาระและวิสัชนาวาระ

ถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสในคำปุจฉาวาระแห่งธาตุวาระนั้นว่า เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ แล้วเข้าถึงกามธาตุ ดังนี้ แต่ไม่ตรัสว่า เมื่อสัตว์เข้าถึงกามธาตุ จุติแล้วจากกามธาตุ ดังนี้.

ตอบว่า เมื่อว่าโดยอรรถแล้วไม่แปลกกัน เพราะคำถามแม้ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถอย่างเดียวกันนั่นแหละ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำปุจฉายมกหนึ่งๆ นั่นแหละ แต่ยมกหนึ่งๆ โดยลำดับในที่สุดแห่งคำถามทั้งหมดแล้วจึงทำคำวิสัชนาไว้โดยนัยเป็นต้นว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุ อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครบ้าง ดังนี้.

ในบรรดาคำถามเหล่านั้น อนุโลมปุจฉามีกามธาตุเป็นมูละ ๙ คือ สุทธิกปุจฉา ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ...เข้าถึงรูปธาตุ...เข้าถึงอรูปธาตุ...เข้าถึงน กามธาตุ... เข้าถึง น รูปธาตุ เข้าถึง น อรูปธาตุ ดังนี้ และมิสสกปุจฉาอีก ๓ คือ เมื่อสัตว์จุติจากกามธาตุแล้ว เข้าถึง น กามธาตุ น อรูปธาตุ... เข้าถึง น รูปธาตุ น อรูปธาตุ... เข้าถึง นกามธาตุ น รูปธาตุ ดังนี้.

อนุโลมปุจฉาที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ ที่มีรูปธาตุเป็นมูละก็มี ๙ เหมือนกัน รวมเป็นอนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉาที่มี นกามธาตุ นรูปธาตุ และนอรูปธาตุ เป็นมูละก็มี ๒๗ นั่นแหละ. รวมคำถามทั้งหมด คืออนุโลมปุจฉา ๒๗ ปฏิโลมปุจฉา ๒๗ และคำถามที่เป็นทุกมูลอีก ๒๗ ดังพระบาลีว่า น กามธาตุยา น อรูปธาตุยา น รูปธาตุยา น อรูปธาตุยา น กามธาตุยา น รูปธาตุยา ดังนี้ จึงเป็นคำปุจฉา ๑๘. บัณฑิตพึงทำการกำหนดบาลีในธาตุวาระ และพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสยยมกแม้ทั้งสิ้นด้วยประการฉะนี้ก่อน.

ก็คำใดๆ ในอนุสยยมกที่มีเนื้อความอันยาก พึงทราบการวินิจฉัยกถาในที่นั้นๆ ตั้งแต่ต้น.

ถามว่า คำว่า อนุสยา ชื่อว่าอนุสัยทั้งหลาย เพราะอรรถว่าอย่างไร?

ตอบว่า ชื่อว่าอนุสัย เพราะอรรถว่านอนเนื่อง.

ถามว่า อนุสัยนั้น ชื่อว่ามีอรรถว่านอนเนื่อง อย่างไร?

ตอบว่า ชื่ออย่างนั้น เพราะอรรถว่าละไม่ได้.

จริงอยู่ กิเลสเหล่านี้ ชื่อว่าย่อมนอนเนื่องในสันดานของสัตว์ เพราะอรรถว่าไม่ได้ ฉะนั้น อาจารย์ทั้งหลายจึงเรียกกิเลสเหล่านั้นว่า อนุสัย.

คำว่า อนุเสนฺติ แปลว่า ย่อมนอนเนื่อง.

อธิบายว่า ได้เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้น. อนึ่ง กิเลสที่มีอาการละไม่ได้ ชื่อว่าอนุสยัฏฐะ อรรถว่านอนเนื่อง พึงมี ก็ไม่ควรจะกล่าวว่า กิเลสมีอาการละไม่ได้นี้ ย่อมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นควรจะกล่าวว่า อนุสัยทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น ดังนี้.

คำว่า อนุสยา อุปฺปชฺชนฺติ นี้ ในที่นี้เป็นคำรับรองว่า อนุสัย คือกิเลสที่มีอาการอันละไม่ได้.

ก็คำว่า อนุสโย พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสเรียกกิเลสที่มีกำลัง เพราะอรรถว่าละไม่ได้.

บัณฑิตพึงทราบว่า อนุสัยนี้เป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (รู้อารมณ์ได้) เป็นสาเหตุกะเพราะอรรถว่ามีปัจจัยปรุงแต่ง และเป็นอกุศลอย่างเดียว เป็นอดีตบ้าง เป็นอนาคตบ้าง เป็นปัจจุบันบ้าง เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวว่า อนุสัยย่อมเกิดขึ้น.

ในที่นี้ พึงทราบคำวินิจฉัยกถานี้ เป็นประมาณ.

ในอภิธรรม ก่อนท่านปฏิเสธวาทะทั้งหมดไว้ในกถาวัตถุว่า อนุสัยทั้งหลายเป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะ เป็นจิตตวิปปยุต ดังนี้ (โปรดดูกถาวัตถุ)

ในปฏิสัมภิทามรรค ท่านได้กล่าว กระทำคำถามไว้ว่า บุคคลย่อมละกิเลสทั้งหลายที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น คือว่า บุคคลย่อมละอนุสัยคือกิเลสที่มีกำลังได้ เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นเป็นปัจจุบันมีอยู่.

ในธรรมสังคหะ ท่านกล่าวไว้ในบทภาชนีแห่งโมหะว่า ความเกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัยร่วมกับอกุศลจิตว่า อวิชชานุสัย อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาลังคิโมหะและอกุศลมูลนี้ มีอยู่ในสมัยใด โมหะก็มีอยู่ในสมัยนั้น ดังนี้.

ในอนุสยยมกนี้นั่นแหละ ท่านกล่าวไว้ในอุปปัชชนวาระแห่งมหาวาระ ๗ วาระใดวาระหนึ่งว่า กามราคานุสัย กำลังเกิดแก่บุคคลใดปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม เป็นต้น เพราะฉะนั้น คำใดที่ท่านอธิบายว่า คำว่า นอนเนื่อง คือได้เหตุอันสมควรแล้วจึงเกิดขึ้นนี้คำนั้นพึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้ดีแล้วด้วยสามารถแห่งแบบแผนนี้เป็นประมาณ.

แม้คำที่กล่าวว่า อนุสัยเป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (คือรู้อารมณ์ได้) แม้คำนั้นท่านก็กล่าวดีแล้วนั่นแหละ ดังนั้นพึงถึงความตกลงในที่นี้ว่า ชื่อว่าอนุสัย นั้นเป็นธรรมสำเร็จแล้ว เป็นจิตตสัมปยุตและเป็นอกุศล ด้วยประการฉะนี้. และพึงทราบวิเคราะห์ในคำทั้งหลายซึ่งมีคำว่า กามราคานุสโย เป็นต้นว่า กามราคะนั้นด้วย เป็นอนุสัยเพราะอรรถว่าละไม่ได้ด้วย ฉะนั้นจึงชื่อว่ากามราคานุสัย.

แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้แหละ.

บัดนี้ เพื่อประกาศอุปปัตติฏฐานวาระ คือวาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัย แห่งอนุสัยเหล่านั้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ตตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ เป็นต้น.

คำว่า ตตฺถ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดในเวทนาทั้ง ๒ คือสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาในกามาวจรภูมิ.

____________________________

คำว่า กามาวจรภูมิและกามธาตุ มีอรรถอย่างเดียวกัน

คำว่า เอตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ ได้แก่ กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านี้. อธิบายว่า กามราคานุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องด้วยอาการ ๒ อย่าง คือด้วยสามารถแห่งการเกิดร่วมและด้วยสามารถแห่งอารมณ์ในสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาแห่งอกุศลทั้งหลาย.

ก็อนุสัยนั้นเป็นธรรมเกิดพร้อมกับสุขเวทนาและอุเบกขา เวทนาแห่งอกุศลบ้าง ย่อมทำเวทนาทั้ง ๒ ให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้นบ้าง และทำเวทนาในกามาวจรกุศล วิบาก กิริยาที่เหลือให้เป็นอารมณ์อย่างนั้นแหละเกิดขึ้นบ้าง.

อนึ่ง อนุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้ง ๒ นั้น. แต่ว่า อนุสัยที่นอนเนื่องอยู่ในเวทนาทั้งสอง ไม่อาจเพื่อจะเกิดร่วมกับสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้น หรือว่าไม่กระทำสัญญาเป็นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นแล้วเกิดขึ้น.

ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมีอยู่ เวทนาทั้งสองจึงเป็นประธานในสัมปยุตธรรมที่เหลือเพราะความเกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยเพราะอรรถว่าชอบใจโดยความเป็นสุขที่มีความยินดีและความสงบ ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสองเหล่านี้ เป็นต้น.

จริงอยู่ สุขเวทนาในเวไนยสัตว์ที่จะรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่โอฬาร คืออย่างหยาบ.

อนึ่ง กามราคานุสัยนี้ เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้งสอง และในธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาทั้งสอง เพียงเท่านั้นก็หาไม่ย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปเป็นต้นที่ปรารถนาด้วยทีเดียว แม้คำนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสไว้ในวิภังคปกรณ์ว่า รูปอันใด เป็นที่รัก (ปิยรูปํ) เป็นที่ชอบใจ (สาตรูปํ) มีอยู่ในโลกกามราคานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในปิยรูปและสาตรูปนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ แม้ในคัมภีร์ยมกนี้ ก็ตรัสไว้ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระว่า กามราคานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมิใด ทิฏฐานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้.

ก็กามราคานุสัยนั้น ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุเหล่านี้ แต่ทิฏฐานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในที่เป็นที่ไม่เนื่องกับกามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.

จริงอยู่ ในข้อนี้ กามราคานุสัย เว้นทุกขเวทนาพร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปารูปาจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตธรรม ๙ เพราะได้ตรัสไว้ว่า กามราคานุสัย ไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และในรูปธาตุเป็นต้น จึงเป็นอันว่า ย่อมนอนเนื่องในรูป เสียง กลิ่น รสและโผฏฐัพพะที่เหลือ.

ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสถ้อยคำนั้นในปกรณ์นี้?

ตอบว่า เพราะความที่สภาวะเหล่านั้นเป็นของละเอียด.

จริงอยู่ พระองค์ไม่ตรัสว่า กามราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปเหล่านี้ เป็นต้น เพราะความที่เวทนาทั้งสองเท่านั้นเป็นประธานคือเป็นอารมณ์ชัด และเพราะความที่รูปเหล่านี้เป็นอารมณ์ละเอียด คือปรากฏไม่มาก โดยนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง แต่ว่าเมื่อว่าโดยอรรถแล้ว ย่อมเป็นได้ ฉะนั้น พึงทราบว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องแม้ในรูปทั้งหลายเหล่านั้นนั่นแหละด้วย.

จริงอยู่ พระศาสดาย่อมไม่ตรัสถึงธรรมทั้งปวงในที่ทั้งปวง เว้นแต่ธรรมใดย่อมหยั่งเห็นได้ด้วยอำนาจแห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำเพื่อให้รู้ธรรมก็ย่อมตรัสธรรมนั้นทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ตรัสในที่บางแห่ง. จริงอย่างนั้นแหละ คำใดที่พระองค์ตรัสปุจฉาว่า ทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่ไหน ดังนี้ ย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่าทิฏฐานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้ ธรรมทั้งหมดนั้นพระองค์ตรัสไว้แล้ว.

ในที่อื่นอีก คำใดย่อมได้คำวิสัชนาอย่างนี้ว่า วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้และวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุและวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้พระองค์มิได้ตรัสคำนั้นทั้งหมด ตรัสเพียงเวทนา ๓ กับรูปธาตุ อรูปธาตุเท่านั้น.

ก็อรูปธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา และรูปทั้งหมด มิได้ตรัสไว้. มิได้ตรัสไว้แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นทิฏฐานุสัย ก็ย่อมนอนเนื่องในที่นั้นนั่นแหละ. ข้อนี้ฉันใดในที่นี้มิได้ตรัสอิฏฐารมณ์มีรูปเป็นต้นไว้ ถึงอย่างนั้น กามราคานุสัยก็ย่อมนอนเนื่องในรูปที่เป็นอิฏฐารมณ์ ฉันนั้นนั่นแหละ. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้ก่อน.

บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยพระบาลีว่า ทุกฺขาย เวทนาย เป็นต้นว่า ได้แก่เวทนาทั้ง ๓ คือ โทมนัสสเวทนา ๒ และทุกขเวทนาที่สัมปยุตด้วยกายวิญญาณ ๑ นี้ ชื่อว่าอนุสยนัฏฐาน คือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย. ก็ปฏิฆานุสัยนั้นย่อมนอนเนื่องในโทมนัสสเวทนา ด้วยอาการ ๒ อย่าง คือด้วยสามารถแห่งการเกิดขึ้นพร้อมกัน และด้วยสามารถแห่งอารมณ์ด้วย และย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนาที่เหลือด้วยสามารถแห่งอารมณ์.

ก็ปฏิฆานุสัยนั้น เมื่อนอนเนื่องในเวทนาเหล่านั้น ย่อมนอนเนื่องแม้ในสัญญา สังขารและวิญญาณเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น.

จริงอยู่ ปฏิฆานุสัยนี้เกิดร่วมกับเวทนาใด ก็เป็นสภาพเกิดร่วมกับธรรมทั้งหลาย แม้มีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นนั่นแหละ หรือว่า ย่อมกระทำเวทนาใดให้เป็นอารมณ์ ก็ย่อมทำแม้ธรรมทั้งหลายมีสัญญาเป็นต้นที่สัมปยุตด้วยเวทนานั้นเหมือนกัน.

ก็ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นแม้มีอยู่ ทุกขเวทนาเทียวจึงเป็นใหญ่ในสัมปยุตธรรมที่เหลือ เพราะความเกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยโดยอรรถว่าไม่ชอบใจ และเพราะความที่ตนเสวยทุกข์ในธรรมที่ไม่ชอบใจ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสคำนี้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนานี้ ดังนี้.

จริงอยู่ ความสุขคือสุขเวทนา ในเผ่าพันธุ์แห่งสัตว์ที่พระองค์ทรงแนะนำในการรู้ธรรม เพื่อความรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งสภาวะที่เป็นโอฬาร มีอยู่.

อนึ่ง ปฏิฆานุสัย เมื่อนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ย่อมไม่นอนเนื่องในทุกขเวทนา และสัมปยุตตธรรมแห่งเวทนาเท่านั้นย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น ที่ไม่น่าปรารถนาด้วย. ดังคำที่ตรัสไว้ในคัมภีร์วิภังคปกรณ์ว่ารูปอันใดอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจมีอยู่ในโลก ปฏิฆานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในรูปที่ไม่น่ารัก ไม่น่าชอบใจนี้ ดังนี้ มิใช่หรือ.

แม้ในปกรณ์แห่งยมกนี้ ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระก็ตรัสไว้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในเวทนาทั้งสองในกามธาตุนี้ แต่กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้นก็หาไม่ ในรูปธาตุ อรูปธาตุที่ไม่เนื่องกันนี้ ปฏิฆานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยก็ไม่นอนเนื่อง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิบายไว้ว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่เหลือมีรูปเป็นต้น โดยเว้นเวทนา ๒ คือสุข อุเบกขา พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรม เว้นรูปาวจรธรรมที่เป็นไปในภูมิ และเว้นโลกุตตรธรรม ๙ เพราะความที่เทศนานั้น พระองค์ตรัสว่า ปฏิฆานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในกามาวจรเวทนาทั้ง ๒ และในรูปธาตุเป็นต้น ดังนี้.

ถามว่า เพราะเหตุไร จึงไม่ตรัสไว้?

ตอบว่า เพราะเป็นสภาวะละเอียด.

จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแก่ธรรมเหล่านี้ เพราะความที่ทุกขเวทนาเป็นใหญ่โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละและในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น เพราะความเป็นธรรมละเอียด ดังนี้ แต่เมื่อว่าโดยอรรถแล้วย่อมเป็นได้เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นเหล่านี้นั่นแหละ ดังนี้.

ถามว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ เป็นอิฏฐารมณ์ของปฏิฆะ หรือไม่?

ตอบว่า เวทนาทั้งสองนอกนี้ ไม่เป็นอารมณ์ของปฏิฆะ ก็หาไม่.

จริงอยู่ โทมนัสของผู้มีฌานเสื่อมแล้ว ย่อมเกิดเพราะปรารภเวทนาเหล่านั้นอันเป็นไปกับด้วยสัมปยุตตธรรม ด้วยสามารถแห่งความเดือนร้อนคือโทมนัส ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึงความเสื่อมของผู้ได้อิฏฐารมณ์บ้าง ย่อมเกิดเพราะตามระลึกถึงสิ่งที่ไม่ได้ของผู้ไม่ได้อิฏฐารมณ์บ้างก็ข้อนี้เป็นเพียงโทมนัสเท่านั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะปฏิฆานุสัยนั้นเป็นกิเลสที่มีกำลังเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งการกระทบในอนิฏฐารมณ์ ฉะนั้นปฏิฆะแม้เกิดร่วมกับโทมนัสในที่นี้ ย่อมไม่เป็นปฏิฆานุสัย เพราะไม่ทำปฏิฆกิจของตน ย่อมถึงความเป็นอัพโพหาริก คือถึงการกล่าวอ้างไม่ได้.

พยาบาทแม้เกิดร่วมกับเจตนาในปาณาติบาต ย่อมไม่ชื่อว่าเป็นมโนกรรม ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย คือว่าย่อมถึงการกล่าวอ้างไม่ได้สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุคคลย่อมละปฏิฆะ คือโทมนัสเห็นปานนี้ โดยหมายเอาโทมนัสอันอาศัยเนกขัมมะอันเป็นอิฏฐารมณ์บางอย่างโดยสภาวะนั้นปฏิฆานุสัย ก็ย่อมไม่นอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.

ก็ที่เป็นที่นอนเนื่องแห่งมานานุสัย โดยพระบาลีว่า กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ เป็นต้นมี ๓ คือกามาวจรเวทนา ๒ รูปธาตุและอรูปธาตุ ๑. บัณฑิตพึงทราบความนอนเนื่องแห่งมานานุสัยอันเป็นสหชาตะเหมือนกามราคานุสัยในอกุศลเวทนาทั้งหลาย. ก็มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในกามาวจรแม้ทั้งหมด พร้อมทั้งสัมปยุตตธรรมในสุขทุกข์ อทุกขมสุขเวทนาทั้งหลาย และในรูปธาตุทั้งหลาย ด้วยสามารถแห่งอารมณ์. ในปฏิโลมนัยแห่งอนุสยวาระ มานานุสัยนี้ เว้นทุกขเวทนา และโลกุตตรธรรม ๙ ย่อมนอนเนื่องในรูปและอรูปธาตุที่เหลือเท่านั้นเพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่อง มานานุสัยก็ย่อมไม่นอนเนื่องในธรรมที่เนื่องด้วยทุกขเวทนานี้ ดังนี้. พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยดังพรรณนามาฉะนี้.

ก็ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมไม่นอนเนื่องในโลกุตตธรรมอย่างเดียวเท่านั้น แท้จริงยังนอนเนื่องแม้ในธรรมทั้งปวงทีเดียวที่เป็นไปกับภูมิ ๓ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวง ดังนี้.

ก็ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ได้แก่ ในธรรมทั้งปวงที่นับเนื่องด้วยสักกายะ เพราะอรรถว่าอาศัยสังสารวัฏ ดังนี้. ในข้อนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยเหล่านี้ ย่อมนอนเนื่องในจิตตุปบาท ๕ ดวงคือโลภสัมปยุตตจิต ๔ วิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องที่เป็นสหชาตะ.

ก็หรือว่า ธรรมทั้ง ๒ นั้น ย่อมนอนเนื่องด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ในปวัตติกาล เพราะปรารภจิตตุปบาท ๕ เหล่านี้ หรือธรรมอื่นอันเป็นไปกับภูมิ ๓ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.

ก็ภวราคานุสัย บัณฑิตพึงกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ เพราะความเกิดขึ้นในทิฏฐิวิปปยุตตจิต ๔ ดวงแม้ก็จริงถึงอย่างนั้น ภวราคานุสัยนั้น เมื่อเกิดกับเวทนาทั้งปวงในกามธาตุ ย่อมได้เฉพาะในรูปาวจร อรูปาวจรเท่านั้น และย่อมไม่ทำธรรมแม้อันหนึ่งซึ่งเนื่องด้วยกามธาตุให้เป็นอารมณ์เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภวราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุนี้ โดยกำหนดไว้ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องในอารมณ์ ดังนี้.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าราคะนี้ มี ๒ ด้วยสามารถแห่งกามราคะและภวราคะ.

ใน ๒ อย่างนั้น กามราคะ ท่านกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ แห่งกามธาตุ ดังนี้.

ก็ถ้าว่า แม้ภวราคะพึงเป็นดุจกามราคะอย่างนี้ไซร้ การแสดงภวราคะกับด้วยกามราคะก็พึงเป็นเหมือนการคาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงแยกกิเลสมีราคะเป็นต้นไว้ เพื่อต้องการแสดงความแตกต่างกันของกามราคะกับภวราคะแล้ว จึงทรงแสดงเทศนาอย่างนี้. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งภวราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.

ก็อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อวิชชานุสัยย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวงไว้ในที่นี้ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบความที่อวิชชานุสัยเป็นธรรมนอนเนื่องอันเป็นสหชาติในจิตตุปบาท ๑๒ ดวง. ก็เมื่อว่าด้วยสามารถแห่งการกระทำอารมณ์แล้วอวิชชานุสัยไม่ปรารภธรรมอะไรๆ อันเป็นไปในภูมิ ๓ แล้วเป็นไปหามีไม่. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอวิชชานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้.

นี้เป็นวินิจฉัยกถาในปริจเฉทวาระ ปริจฉินนุทเทสวาระ อุปปัตติฏฐานวาระก่อน.

มหาวาระ ๗

ก็ในอนุสยวาระที่หนึ่งแห่งมหาวาระ ๗ คำใดที่กล่าวไว้ว่า กามราคานุสัยกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้ ตอบรับคำว่า อามนฺตา แปลว่า ใช่ ดังนี้. คำนั้น ย่อมปรากฏราวกะว่าให้คำตอบที่ไม่ดี.

ถามว่า เพราะเหตุไร?

ตอบว่า เพราะกามราคะและปฏิฆะไม่เกิดในขณะเดียวกัน เหมือนอย่างว่ามนาตนะ ธัมมายตนะ กายสังขาร วจีสังขาร ย่อมเกิดขึ้นในขณะเดียวกันในคำว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด ธัมมายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.

ท่านตอบรับว่า ใช่ (อามนฺตา) ในขณะแห่งการเกิดขึ้นแห่งอัสสาสะปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นวจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นก็กำลังเกิดขึ้น เป็นต้นฉันใด กามราคะและปฏิฆะ ย่อมเกิดฉันนั้นหามิได้. เพราะกามราคะย่อมเกิดในโลภสหคตจิตตุปบาท ๘ ดวง ส่วนปฏิฆะย่อมเกิดในโทมนัสสหคตจิตตุปบาท ๒ ดวง ด้วยประการฉะนี้ความเกิดขึ้นในขณะเดียวกันของธรรมเหล่านั้น (กามราคะ ปฏิฆะ) จึงไม่มี เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทำคำปฏิเสธในที่นี้ว่า โน ดังนี้. ก็ในที่นี้ ท่านไม่ถือเอาโวหารอันกำลังเป็นไป ด้วยสามารถแห่งปัจจุบันขณะราวกะในยมกทั้งหลายในหนหลังเพราะเนื้อความนั้นไม่ปฏิเสธ ก็ต้องตอบรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้ จึงควรถือเอาโดยประการอื่นๆ.

ถามว่า ควรถือเอาด้วยอาการอย่างไร?

ตอบว่า ด้วยสามารถแห่งกิเลสที่ละไม่ได้.

จริงอยู่ โวหารที่กำลังเป็นไปว่า อนุเสติ นี้ ท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่ยังละไม่ได้ มิได้หมายเอาความเป็นปัจจุบันขณะเพราะท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่เป็นสภาวะที่ละไม่ได้ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า กามราคานุสัยอันบุคคลใดยังละไม่ได้แม้ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ จึงเป็นสภาวะให้ถึงความเป็นธรรมนอนเนื่อง ในคำปุจฉาว่า กามราคานุสัยกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้.

อนึ่ง ในอนุสัยเหล่านั้น อนุสัยหนึ่งอันบุคคลใดยังมิได้ละ อนุสัยนอกนี้ของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้นั่นแหละ ฉะนั้น จึงกล่าวว่า อามนฺตา ดังนี้.

ผิว่า คำใดท่านรับรองว่า อามนฺตา ในอุปปัชชนวาระข้างหน้า เพราะคำถามอย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลังเกิดแก่บุคคลใดปฏิฆานุสัยก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้. ในข้อนี้พึงถือเอาเนื้อความอย่างไร แม้ในข้อนั้น ท่านก็ถือเอาด้วยสามารถแห่งการที่กิเลสนั้นยังละไม่ได้ก็หรือ ครั้นเมื่อปัจจัยคือการเกิดขึ้นมีอยู่ ก็พึงถือเอาด้วยสามารถแห่งการไม่ปฏิเสธความเกิด.

เหมือนอย่างว่า ช่างเขียนเป็นต้น เริ่มจิตกรรมมีการวาดเขียนเป็นต้น เมื่อการงานยังไม่เสร็จ ถูกมิตรสหายเป็นต้นถามว่า ท่านทำอะไรในวันเหล่านี้ที่เราเห็นแล้วๆแม้ในขณะที่ยังไม่ทำการงานเหล่านั้น ก็ย่อมกล่าวว่า เรากำลังทำจิตกรรม กำลังทำกัฏฐกรรม แม้ขณะนั้นไม่ได้ทำจิตกรรมเป็นต้นก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ชื่อว่ากำลังทำอยู่นั่นแหละ เพราะอาศัยขณะที่ทำแล้ว และขณะที่ควรจะทำต่อไป ฉันใด อนุสัยทั้งหลายในสันดานใดที่ยังละไม่ได้ ก็ฉันนั้นนั่นแหละ.

ก็หรือว่า เมื่อปัจจัยให้เกิดอนุสัยเหล่านั้นมีอยู่ในสันดานใด การเกิดขึ้นแห่งอนุสัยเหล่านั้นอันธรรมดามิได้ห้ามไว้ในข้อนั้นบัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งอนุสัย แม้ในขณะที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่างนี้ว่า กามราคานุสัยกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด เพราะอาศัยกาลที่เคยเกิดแล้วด้วยและจะเกิดขึ้นในกาลอื่นด้วย ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น ก็ชื่อว่ากำลังเกิดขึ้นนั่นแหละ ดังนี้ ในการวิสัชนาแม้อื่นจากนี้ก็ดี ที่มีรูปอย่างนี้ก็ดี ก็นัยนี้แหละ.

คำว่า โน จ ตสฺส นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพราะความที่กามราคถและพยาบาทเป็นสภาวะ อันพระอนาคามีละได้แล้วโดยไม่เหลือ.

คำว่า ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ ปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามี.

คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบันและพระสกทาคามี. ในฐานะทั้งหลายที่มีรูปอย่างนี้แม้ข้างหน้า ก็นัยนี้แหละ.

ในคำถามที่หนึ่งและที่สองแห่งโอกาสวาระ ท่านทำการปฏิเสธว่า โน ดังนี้ เพราะกามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนา ๒ แห่งกามธาตุ ปฏิฆานุสัยย่อมนอนเนื่องในทุกขเวทนา ฉะนั้น จึงปฏิเสธว่า โน.

ในคำถามที่ ๓ ท่านกล่าวรับรองว่า อามนฺตา เพราะการนอนเนื่องแม้แห่งธรรมทั้งสองในเวทนาทั้งสองแห่งกามธาตุฐานะคือที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งมานานุสัยในรูปธาตุ อรูปธาตุกับด้วยกามราคานุสัยนั้นเป็นที่ที่ไม่ทั่วไป เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่าอนึ่ง กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องในรูปธาตุนั้น ดังนี้.

โดยนัยนี้ บัณฑิตพึงตรวจดูวาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยทั้งปวง แล้วจะพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นอันเป็นสาธารณะและอสาธารณะ.

ในคำถามที่มีมูล ๒ เพราะกามราคานุสัย ย่อมไม่เกิดในที่เดียวกัน และย่อมไม่ทำธรรมหนึ่งให้เป็นอารมณ์ ฉะนั้นจึงทำปฏิเสธว่า นตฺถิ ดังนี้. ก็ในที่นี้พึงทราบว่า อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ พึงนอนเนื่องในที่ใด ที่นั้นย่อมไม่เป็นที่ๆ เดียวกันเพราะฉะนั้น คำถามนี้ว่า มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในที่นั้น ดังนี้ ชื่อว่าย่อมไม่เป็นคำปุจฉาเลย. ในอนุสัยแม้อื่นๆ ที่มีรูปอย่างนี้ ก็นัยนี้แหละ.

คำว่า จตุนฺนํ ในปุคคโลกาสวาระ ได้แก่ บุคคล ๔ จำพวก คือปุถุชน พระโสดาบัน พระสกทาคามีและพระอนาคามี.

ในปฏิโลมนัย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความนี้แล้ว จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลใด เป็นต้น. ทรงถือเอาพระอนาคามีและพระอรหันต์ จึงตรัสถามว่า กามราคานุสัยย่อมไม่นอนเนื่องแก่บุคคลทั้งสองในภูมิทั้งปวง ดังนี้. บัณฑิตพึงถือเอากามาวจรธรรมแม้ทั้งหมดอันสัมปยุตด้วยเวทนา ในพระบาลีว่า กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ดังนี้บ้าง และถือเอาวัตถุและอารมณ์แห่งธรรมเหล่านั้นบ้าง. อนุสยาวารกถา จบ.

สานุสยวารกถา

ก็ในสานุสยวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า โย กามราคานุสเยน สานุสโย นี้ อธิบายว่าเปรียบเหมือนบุคคลผู้มีอาพาธด้วยโรคอย่างใดอย่างหนึ่งมิโรคชราอันแน่นอนเป็นต้นตราบใดโรคทั้งหลายยังไม่พ้นไปจากบุคคลนั้น ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้มีโรค แม้ในขณะแห่งโรคนั้นยังไม่เกิด ฉันใดข้อนี้ก็ฉันนั้น อนุสัยทั้งหลายแห่งสัตว์ผู้มีปกติไปตามวัฏฏะ ผู้มีกิเลสยังไม่ถึงการถอนขึ้นด้วยอริยมรรคเพียงใดแม้ในขณะที่อนุสัยทั้งหลายยังไม่เกิดขึ้น เขาก็ชื่อว่าเป็นผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัยนั่นแหละเพราะอาศัยความที่สัตว์เป็นผู้มีอนุสัยเห็นปานนี้ จึงรับรองด้วยคำว่า อามนฺตา ดังนี้.

คำที่เหลือในที่นี้เช่นกับอนุสยวาระนั่นแหละ.

ก็ในโอกาสวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า รูปธาตุยา อรูปธาตุยา เอตฺถ มานานุสเยน สานุสโยอธิบายว่า ในธาตุทั้งหลายเหล่านั้น ความที่บุคคลเป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัย พึงปรากฏ แต่ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยไม่พึงปรากฏก็เพื่อแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งอนุสัยนั้น พระองค์จึงเริ่มวาระนี้ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า มานานุสเยน สานุสโย เป็นต้นจากวาระนั้น ฯ ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น จึงตรัสว่า บุคคลผู้เป็นไปกับด้วยมานานุสัย คือมีมานานุสัย เกิดขึ้นแต่ธาตุทั้งสองนั้น ดังนี้. ก็เมื่อพระองค์ไม่ตรัสอรรถแห่งปัญหาแรก ย่อมจะไม่ปรากฏ ฉะนั้น จึงไม่ตรัสอรรถปัญหาแรก พึงทราบเนื้อความแห่งปัญหานี้ อย่างนี้.

คำว่า ยโต กามราคานุสเยน ได้แก่ กามราคานุสัยเกิดขึ้นแล้วแต่ที่ใด.

คำว่า สานุสโย ได้แก่ บุคคลชื่อว่าผู้เป็นไปกับด้วยอนุสัย คือมีอนุสัย แม้ด้วยปฏิฆานุสัยก็เกิดขึ้นแต่ที่นั้น ดังนี้. แต่เพราะอนุสัยทั้งสอง คือกามราคะ ปฏิฆะ นั้นไม่เกิดแต่ที่เดียวกัน ฉะนั้น จึงปฏิเสธว่า โน ดังนี้.

คำว่า อรหา สพฺพตฺถ นี้ ท่านทำสัตตมีวิภัตติ ในที่แสดงอรรถโดยสิ้นเชิง ด้วยสามารถแห่งอรรถนี้ว่า พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอนุสัยอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในธรรมทั้งปวง ดังนี้.

พึงทราบวินิจฉัยอรรถในคำทั้งปวงโดยอุบายนี้. สานุสยวารกถา จบ.

ปชหนวารกถา

ในปชหนวาระ บทว่า ปชหติ ได้แก่ ย่อมละอนุสัยด้วยมรรคนั้น คือว่า ย่อมทำให้ถึงความเป็นธรรมชาติที่ไม่เกิดขึ้นต่อไป ด้วยอำนาจแห่งปหานปริญญา.

คำว่า อามนฺตา เป็นคำรับรอง โดยหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค.

คำว่า ตเทกฏฐํ ปชหติ นี้ ตรัสหมายเอาความที่บุคคลนั้นเป็นผู้ตั้งอยู่ในปริญญาอันเลิศ คือปหานะ.

คำว่า โน นี้ ปฏิเสธหมายเอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค.

คำว่า ยโต กามราคานุสยํ ปชหติ ได้แก่ ย่อมละกามราคานุสัยซึ่งเกิดขึ้นแต่ที่ใด.

คำว่า อฏฺฐมโก ได้แก่ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค โดยนับตั้งแต่พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตผล เป็นที่หนึ่ง พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรคนั้น จึงชื่อว่าเป็นพระอริยบุคคลที่ ๘.

จริงอยู่ พระอรหันต์เป็นพระอริยบุคคลที่หนึ่ง เพราะความที่ท่านเป็นพระทักขิไณยบุคคลผู้เลิศ โดยการนับตามลำดับพระทักขิไณยบุคคล. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรคเป็นที่ ๒ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิผลเป็นที่ ๓ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรคเป็นที่ ๔ ฯลฯ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคเป็นที่ ๘. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตตมรรคนั้น ตรัสว่าเป็นบุคคลที่ ๘.

อีกอย่างหนึ่ง คำว่า อฏฺฐมโก นี้ เป็นนามสัญญาของท่าน.

คำว่า อนาคามิมคฺคสมงฺคิญฺจ อฏฺฐมกญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ได้แก่ พระเสขะและอเสขะทั้งหลายกับด้วยปุถุชน.

จริงอยู่ ในบุคคลเหล่านั้น ปุถุชนย่อมละกามราคานุสัยไม่ได้ เพราะความที่ปุถุชนนั้นไม่มีปหานปริญญา. อธิบายว่า เว้นบุคคลที่เหลือ คือผู้ถึงพร้อมด้วยมรรคทั้ง ๒ ได้แก่โสดาปัตติมรรค อนาคามิมรรค เพราะความที่อนุสัยเหล่านั้นท่านละได้แล้ว.

พึงทราบวินิจฉัยในบททั้งปวง โดยนัยนี้. ปชหนวารกถา จบ.

ปริญญาวารกถา

ในปริญญาวาระ คำว่า ปริชานาติ ได้แก่ ย่อมรู้แจ้งปริญญาทั้ง ๓ คำที่เหลือในที่นี้ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง. จริงอยู่ แม้วาระนี้ พระองค์ก็ทรงวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคเท่านั้น ราวกะปชหนวาระ. ปริญญาวารกถา จบ.

ปหีนวารกถา

พระองค์ทรงเริ่มเทศนาในปหีนวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล เพราะว่า อนุสัยเหล่านี้แม้ทั้งสองอันพระอนาคามีละได้แล้ว ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.

ในโอกาสวาระ ท่านกล่าว เพราะคำถามว่า กามราคานุสัยที่ละได้แล้วในภูมิใด ปฏิฆานุสัยก็ละได้แล้วในภูมินั้น ใช่ไหม ดังนี้ ไม่สมควรจะกล่าวคำว่า ละได้แล้ว หรือว่า ละไม่ได้แล้ว ดังนี้

ถามว่า เพราะเหตุไร?

ตอบว่า เพราะความที่ภูมินั้นเป็นที่เกิดขึ้นอันไม่ทั่วไป.

จริงอยู่ ที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง ของปฏิฆานุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง. คือว่า อนุสัยของมรรคบุคคลผู้ไม่เจริญแล้ว ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ครั้นท่านเจริญมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ชื่อว่าละได้แล้วในที่นั้นนั่นแหละ. ก็ในบรรดาอนุสัยทั้งสองนั้น ปฏิฆานุสัยย่อมไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย แม้กามราคานุสัยก็ไม่เกิดขึ้นในที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งปฏิฆานุสัยฉะนั้น จึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้ว หรือว่าละยังไม่ได้ในที่ (ภูมิ) นั้น เพราะว่า กามราคานุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่เป็นที่เกิดของตนจึงไม่ควรกล่าวว่า อนุสัยนั้น ท่านละได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่ท่านละยังไม่ได้. ที่ใด เป็นที่เกิดขึ้นแห่งกามราคานุสัย ไม่ควรกล่าวว่าท่านละไม่ได้แล้วในที่นั้น เพราะความที่กามราคานุสัยนั้นไม่ได้อยู่ในที่นั้น.

ก็ในคำนี้ว่า ยตฺถ กามราคานุสโย ปหีโน ตตฺถ มานานุสโย ปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาที่เป็นที่สาธารณะ จึงตรัสว่า อามนฺตา. เพราะว่า กามราคานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยย่อมนอนเนื่องในเวทนาทั้ง ๒ เหล่านั้นด้วย ในรูปธาตุและอรูปธาตุทั้งหลายด้วยแต่มานานุสัยนั้น เว้นที่เป็นที่อสาธารณะ ในที่เป็นที่สาธารณะ ย่อมชื่อว่า ท่านละได้แล้วกับทั้งกามราคานุสัย ฉะนั้น จึงรับรองว่า อามนฺตา ดังนี้.

บัณฑิตพึงทราบความเป็นผู้ละได้แล้ว และคำอันไม่พึงกล่าวในโอกาสวาระแม้ทั้งปวงโดยนัยนี้.

ก็คำว่า นตฺถิ ในอนาคตสถานทั้งหลาย บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยเช่นกับคำที่กล่าวแล้วในหนหลัง. ปุคคโลกาสวาระมีคติอย่างโอกาสวาระนั่นแหละ. ในปฏิโลมนัย คำว่า ยสฺส กามราคานุสโย อปฺปหีโน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามด้วยอำนาจแห่งความเป็นปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามี.

จริงอยู่ อนุสัยทั้ง ๒ เหล่านี้ บุคคล ๖ จำพวก ตั้งแต่ปุถุชนจนถึงพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอนาคามิมรรค ละยังไม่ได้ แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้นในที่นี้ ประสงค์เอาพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค เพราะพระบาลีว่า ปรโต ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ เป็นต้นเพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า อามนฺตา โดยหมายเอาปุถุชน พระโสดาบันและพระสกทาคามีเท่านั้น.

คำว่า ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ ได้แก่ พระโสดาบันและพระสกทาคามี. พึงทราบวินิจฉัยในปุคคลวาระโดยนัยนี้. ก็โอกาสวาระและปุคคลโลกาสวาระ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. ปหีนวารกถา จบ. ในอุปปัชชนวาระ เช่นกับอนุสัยวาระนั่นแหละ.

ธาตุวารกถา

บัณฑิตพึงทราบธาตุวาระก่อนว่า กติ อนุสยา อนุเสนฺติ ได้แก่ อนุสัยเท่าไร ที่เป็นสภาพไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.

คำว่า กติ อนุสยา นานุเสนฺติ อนุสัยเท่าไรไม่ไปตามสันดานแล้วอาศัยอยู่.

คำว่า กติ อนุสยา ภงฺคา ความว่า บัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ว่า อนุสัยเท่าไรย่อมนอนเนื่อง อนุสัยเท่าไรย่อมไม่นอนเนื่อง ดังนี้. คำที่เหลือในที่นี้คำใดที่ควรกล่าว คำนั้นท่านก็กล่าวแล้วในที่เป็นที่กำหนดพระบาลีในหนหลังนั่นแหละ. แต่ในนิเทสวาระ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งปุถุชนว่า อนุสัย ๗ ย่อมนอนเนื่องแก่ใครดังนี้.

คำว่า กสฺสจิ ปญฺจ นี้ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถแห่งพระโสดาบันและพระสกทาคามี.

จริงอยู่ ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย อันท่านเหล่านั้นละได้แล้ว เพราะเหตุนั้น อนุสัยทั้ง ๕ เท่านั้น จึงนอนเนื่อง ดังนี้.

บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในข้อนั้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเนื้อความในบทว่า อุปฺปชฺชนฺติ แห่งบทว่า อนุเสนฺติ ในอนุสยวาระฉันใด ในธาตุวาระนี้ พึงทราบว่าไม่พึงถือเอาฉันนั้น.

ถามว่า เพราะเหตุไร?

ตอบว่า เพราะความที่อนุสัยนั้นไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น.

จริงอยู่ เมื่อบุคคลกำลังเข้าถึงกามธาตุ วิบากจิตและรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานย่อมเกิด แต่อกุศลจิตย่อมไม่เกิดในขณะนั้น. ก็อนุสัยทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้นในขณะแห่งอกุศลจิต ย่อมไม่เกิดขึ้นในขณะแห่งวิบากจิต เพราะเหตุนั้น เพราะความไม่เกิดในขณะดังกล่าวแล้วนั้นจึงไม่ควรถือเอา.

ถามว่า พึงถือเอาอย่างไร?

ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้โดยประการใด ก็พึงถือเอาโดยประการนั้น.

ถามว่า ย่อมหยั่งเห็นได้อย่างไร?

ตอบว่า ย่อมหยั่งเห็นได้ เพราะอรรถว่าเป็นกิเลสที่ยังละไม่ไม้.

เหมือนอย่างว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกุศลและอัพยากตจิต เพราะความที่ราคะโทสะและโมหะอันตนละยังไม่ได้ ท่านก็เรียกว่าผู้มีราคะโทสะและโมหะ ฉันใดข้อนี้ก็ฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นๆ แม้ในขณะแห่งปฏิสนธิ เพราะความที่มรรคภาวนายังมิได้ละ ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ตรัสว่า อนุสัยเหล่านั้นย่อมนอนเนื่องอย่างเดียว แต่พึงทราบว่าอนุสัยเหล่านั้น ชื่อว่านอนเนื่องเพราะความเป็นสภาวะที่ยังละไม่ได้นั่นแหละด้วย ดังนี้.

คำว่า อนุสยา ภงฺคา นตฺถิ อธิบายว่า ก็ชื่อว่าอนุสัย อันบัณฑิตพึงจำแนกอย่างนี้ว่า อนุสัยใดกำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดอนุสัยนั้นเท่านั้นย่อมนอนเนื่อง, อนุสัยใดมิได้กำลังนอนเนื่อง, อนุสัยนั้นเท่านั้น ก็ย่อมไม่นอนเนื่อง, อนุสัยนี้ย่อมนอนเนื่องและย่อมไม่นอนเนื่อง,อนุสัยนี้พึงนอนเนื่องด้วยไม่พึงนอนเนื่องด้วย ดังนี้ ย่อมไม่มี.

คำว่า รูปธาตุํ อุปปชฺชนฺตสฺส กสฺสจิ ตโย นี้ ตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งพระอนาคามี.

จริงอยู่ กามราคะ ปฏิฆะ ทิฏฐิและวิจิกิจฉานุสัยแม้ทั้ง ๔ ท่านละได้แล้วโดยไม่เหลือ อนุสัย ๓ นอกนี้ท่านยังละไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กสฺสจิ ตโย อนุสยา อนุเสนฺติ แปลว่า อนุสัย ๓ ย่อมนอนเนื่องแก่ใคร ดังนี้.

คำว่า น กามธาตุ อธิบายว่า เมื่อเข้าถึงธาตุทั้ง ๒ ที่เหลือ เพราะความที่ท่านปฏิเสธกามธาตุ.

คำว่า สตฺเตว นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำหนดแล้วตรัสว่า ชื่อว่า การเกิดในกามธาตุของพระอริยสาวกผู้จุติจากรูปธาตุย่อมไม่มี มีอยู่แต่ปุถุชนเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงตรัสว่า สตฺเตว ดังนี้. แม้ในคำว่า สตฺเตว แห่งบุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วเข้าถึงกามธาตุนี้ ก็นัยนี้แหละ.

ถามว่า เพราะเหตุไร คำว่า ความเกิดขึ้นในรูปธาตุย่อมไม่มี ดังนี้.

ตอบว่า เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานอันเป็นธรรมให้สำเร็จในการเกิดนั้นไม่มี.

จริงอยู่ บุคคลนั้นเข้าถึงธาตุนั้น เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น รูปาวจรฌานของท่านจึงไม่มีอยู่ในที่นั้น เพราะความไม่มีรูปาวจรฌานนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า การเกิดขึ้นในรูปธาตุจึงไม่มี ดังนี้.

ในข้อว่า อรูปธาตุยา จุตสฺส น กามธาตุํ นี้ ทรงประสงค์เอาในอรูปธาตุเท่านั้น. พึงทราบเนื้อความในวิสัชนาทั้งปวง โดยนัยนี้ ดังนี้แล. ธาตุวารกถา จบ. อรรถกถาอนุสยยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา