อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒๐

อุปปาทนิโรธวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๐–๒๗๒53 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ อุปปาทนิโรธวาร

ข้อ ๒๒๐

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ

รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ? หามิได้ หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด ย่อมดับไป รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. หามิได้

ข้อ ๒๒๑

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ? หามิได้ หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด ย่อมดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. หามิได้

ข้อ ๒๒๒

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌติ ฯ ยตฺถ วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ โน จ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌติ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ? รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใด ย่อมดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น. เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิย่อมดับไป แต่รูปขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๒๓

ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สัญญาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ในภูมิใด ย่อมดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๒๔

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ

รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ? หามิได้ หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น. หามิได้.

ข้อ ๒๒๕

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ? หามิได้ หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. หามิได้

ข้อ ๒๒๖

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป หรือ? รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

ข้อ ๒๒๗

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิแต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่เกิดขึ้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ย่อมไม่ดับไปแต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

ข้อ ๒๒๘

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌตีติ: นิรุชฺฌติ ฯ ยตฺถ วา ปน เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ? ย่อมดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น. ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๒๙

ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น สัญญาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๓๐

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ? รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่เกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

ข้อ ๒๓๑

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ ฯ --------

เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ? เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิย่อมไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

ข้อ ๒๓๒

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๓๓

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๓๔

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.

ข้อ ๒๓๕

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ และเวทนาขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๓๖

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๓๗

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ไม่มี. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๒๓๘

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ไม่มี. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๒๓๙

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.

ข้อ ๒๔๐

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสไม่เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๔๑

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ --------

เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๔๒

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปขันธ์จักเกิดขึ้นสัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่ และของสัตว์ผู้เข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพานจักดับไป แต่รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้จักดับไป และรูปขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๔๓

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่จักดับไป แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้จักดับไปและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๔๔

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

รูปขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๒๔๕

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๔๖

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเกิดอยู่จักดับไปแต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๔๗

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๔๘

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๔๙

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๒๕๐

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็จักไม่เกิดขึ้น.

ข้อ ๒๕๑

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ --------

เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๕๒

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ (ยถา อุปฺปาทวาเร ปจฺจุปฺปนฺเนนาตีตํ วิภตฺตํ ตถา อิธ วิภชิตพฺพํ) ฯ ---------

รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูป ภูมิเคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น. (ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกขันธยมกส่วนอดีตกับด้วยส่วนปัจจุบันไว้อย่างไร ในอุปปาทนิโรธวารนี้ พึงจำแนกอย่างนั้น)

ข้อ ๒๕๓

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ จักดับไปแต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจ-*โวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิจักดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๕๔

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิจักดับไป แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิจักดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๕๕

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๒๕๖

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนา-*ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิจักดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ จักดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๕๗

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิจักดับไป แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๒๕๘

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป หรือ? รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิแต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๕๙

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๖๐

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๒๖๑

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

ข้อ ๒๖๒

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ---------

เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๖๓

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตถาติ: อามนฺตา ฯ

รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นนอกนี้ และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักดับไป รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๖๔

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไป หรือ? เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ และสัญญา-*ขันธ์ก็จักดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๖๕

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.

ข้อ ๒๖๖

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๖๗

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสตีติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ นิรุชฺฌิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ และสัญญาขันธ์ก็จักดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส จักดับไป แต่เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๖๘

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๖๙

ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

เวทนาขันธ์ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๗๐

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

รูปขันธ์ไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.

ข้อ ๒๗๑

ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๒๗๒

ยสฺส ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ จ น นิรุชฺฌิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทนิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ ปวตฺติวาโร ฯ ----------

เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป. หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว. อุปปาทนิโรธวาร จบ ปวัตติวาร จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๕๓

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

ข้อ ๑๕๔

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๕๕

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังดับและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ข้อ ๑๕๖

อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๕๗

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

ข้อ ๑๕๘

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๕๙

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๑๖๐

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๖๑

รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ ใช่ไหม วิ. กำลังดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปปันวาร

ข้อ ๑๖๒

อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๖๓

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๑๖๔

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ บุคคลเหล่านั้น่ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๖๕

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๖๖

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๖๗

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๖๘

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปขันธ์ก็เคยเกิด

ข้อ ๑๖๙

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๗๐

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร

ข้อ ๑๗๑

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๗๒

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๗๓

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดแต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด

ข้อ ๑๗๔

เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๗๕

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปขันธ์ก็จักเกิด

ข้อ ๑๗๖

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นจักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๗๗

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๗๘

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปขันธ์ก็จักเกิด

ข้อ ๑๗๙

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๘๐

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว ปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร

ข้อ ๑๘๑

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดแต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๘๒

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๘๓

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ข้อ ๑๘๔

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๘๕

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจ-โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด ฯลฯ (ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกขันธยมกส่วนปัจจุบันกับอดีตไว้ฉันใด ใน อุปปาทนิโรธวารนี้ ก็พึงจำแนกฉันนั้น)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๘๖

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจ-โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ข้อ ๑๘๗

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิสัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๘๘

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๘๙

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิรูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิเวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ข้อ ๑๙๐

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๙๑

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานรูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๙๒

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิเวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๙๓

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๙๔

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพาน และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๑๙๕

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๙๖

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๙๗

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๙๘

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๙๙

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิเวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปขันธ์ก็เคยเกิด

ข้อ ๒๐๐

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิเวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็เคยเกิด ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๒๐๑

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

ข้อ ๒๐๒

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๒๐๓

อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๒๐๔

อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด

ข้อ ๒๐๕

อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ จักดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด อุปปาทนิโรธวาร จบ ปวัตติวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๐}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๑๑๗ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาขันธยมก อรรถกถาปวัตติวาระ

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มปวัตติวาระโดยนัยเป็นต้นว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ.

ถามว่า เพราะเหตุไร พระองค์จึงไม่ตรัสอุทเทสวาระไว้ในปวัตติวาระนี้.

ตอบว่า เพราะเป็นนัยที่ทรงแสดงไว้แล้วในหนหลัง ก็นัยในอุทเทสวาระพระองค์ทรงแสดงไว้แล้วในปัณณัตติวาระ ก็โดยนัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสอุทเทสวาระนั้น ทรงเริ่มนิทเทสวาระเลยทีเดียว เพราะแม้ไม่ตรัสอุทเทสวาระไว้ในปัณณัตติวาระนี้ ใครๆ ก็อาจทราบได้.

ก็อันตรวาระ ๓ คือ อุปาทวาระ นิโรธวาระ อุปาทนิโรธวาระ ย่อมมีในมหาวาระ กล่าวคือปวัตติวาระนี้.

ในวาระทั้ง ๓ นั้น วาระที่ ๑ เรียกว่าอุปาทวาระ เพราะแสดงลักษณะแห่งการเกิดขึ้นของธรรมทั้งหลาย.

วาระที่ ๒ เรียกว่านิโรธวาระ เพราะแสดงลักษณะแห่งการดับของธรรมทั้งหลายเหล่านี้นั้นนั่นแหละ.

วาระที่ ๓ เรียกว่าอุปาทนิโรธวาระ เพราะแสดงลักษณะแม้ทั้งสอง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอาการแห่งการเกิดขึ้นของธรรมทั้งหลายในปวัตติวาระนี้ด้วยอุปาทะวาระ,ทรงแสดงความไม่เที่ยงของธรรมทั้งหลายเหล่านั้นนั่นเองด้วยนิโรธวาระว่า ชื่อว่าการเกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่าเที่ยง ย่อมไม่มี,ทรงแสดงความเกิดขึ้นและความไม่เที่ยงทั้งสองนั่นด้วยอุปาทนิโรธวาระ.

ในอุปาทวาระนั้น มีประเภทแห่งกาล ๖ อย่างด้วยอำนาจอัทธา ๓ คือปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันอนาคต อดีตกับอนาคต.

ในกาลเหล่านั้น คำว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ รูปขันธ์กำลังเกิด (ย่อมเกิด) แก่บุคคลใด พึงทราบว่าเป็นปัจจุบันด้วยอำนาจของชื่อที่เป็นปัจจุบัน ก็ปัจจุบันนั้นพระองค์ตรัสไว้ก่อนว่า ปัจจุบันนั้นเป็นธรรมชาติที่บุคคลพึงรู้ด้วยดีเกินเปรียบ เพราะความที่ธรรมทั้งหลายที่เป็นปัจจุบัน บุคคลพึงถือเอาได้โดยประจักษ์.

อดีตกาล พึงทราบด้วยอำนาจของชื่อที่เป็นอดีตว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์เคยเกิด (เกิดแล้ว) แก่บุคคลใด ก็อดีตกาลนั้นท่านกล่าวไว้เป็นที่สองเพราะอดีตธรรมที่เคยเกิดขึ้นแล้วในภายหลัง เป็นธรรมที่บุคคลพึงรู้แจ้งโดยประจักษ์ดีกว่าอนาคตที่บุคคลพึงรู้แจ้งโดยอนุมาน.

พึงทราบอนาคตกาลด้วยอำนาจแห่งชื่อที่เป็นอนาคตว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ =รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด อนาคตกาลนั้นกล่าวไว้เป็นที่ ๓ เพราะถือเอาว่า ธรรมทั้งหลายมีอย่างนี้เป็นรูปจักเกิดขึ้น แม้ในอนาคตด้วยอำนาจธรรมที่เคยเกิดขึ้นแล้วโดยประจักษ์ และด้วยธรรมที่ถือเอาแล้วโดยอนุมาน.

คำถามว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ พึงทราบว่าเป็นปัจจุบันกับอดีต ด้วยอำนาจชื่อที่เป็นปัจจุบันกับชื่อที่เป็นอดีต ปัจจุบันกับอดีต (ปัจจุบันนาตีตวาระ) นั้น กล่าวไว้เป็นที่ ๔ เพราะปัจจุบันและอดีตบุคคลพึงรู้แจ้งได้ง่ายกว่ากาลทั้ง ๓ ที่เจือปนกัน.

พึงทราบปัจจุบันกับอนาคตด้วยอำนาจของชื่อที่เป็นปัจจุบันกับชื่อที่เป็นอนาคตว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปัจจุบันกับอนาคตนั้น กล่าวไว้เป็นที่ ๕ เพราะว่า ปัจจุบันกับอนาคตนั้น เป็นกาลที่บุคคลพึงรู้ได้ง่ายกว่าโดยเนื้อความ เพราะธรรมทั้งหลายที่พึงถือเอาโดยประจักษ์มีอยู่.

พึงทราบอดีตกับอนาคต ด้วยชื่อที่เป็นอนาคตกับอดีตว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ อดีตกับอนาคตนั้น พึงรู้ได้ยากกว่ากาลทั้งหลายก่อนๆ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ในลำดับที่ ๖.

ในกาลทั้ง ๖ นั้น ปัจจุบันกาลอันเป็นกาลที่หนึ่ง มี ๓ วาระ คือโดยบุคคล โดยโอกาส โดยบุคคลและโอกาส (ปุคคลวาระ, โอกาสวาระและปุคคลโลกาสวาระ).

ในวารทั้ง ๓ นั้น การแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายด้วยอำนาจบุคคลด้วยคำว่า ยสฺส ชื่อว่าปุคคลวาระ.

การแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายด้วยอำนาจโอกาส ด้วยคำว่า ยตฺถ ชื่อว่าโอกานวาร.

การแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายด้วยอำนาจบุคคลและโอกาส ด้วยคำว่า ยสฺส ยตฺถ ชื่อว่าปุคคลโลกาสวาระ.

วาระทั้ง ๓ เหล่านี้ พระองค์ทรงแสดงอนุโลมนัยก่อน แล้วจึงแสดงปฏิโลมนัยภายหลัง ในอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย การแสดงการเกิดขึ้นด้วยคำว่า อุปฺปชฺชติ = ย่อมเกิด (กำลังเกิด) อุปฺปชฺชิตฺถ = เกิดแล้ว (เคยเกิด) อุปฺปชฺชิสฺสติ = จักเกิด ชื่อว่าอนุโลมนัย.

การแสดงการไม่เกิดขึ้นด้วยคำว่า นุปฺปชฺชติ = ไม่ใช่ย่อมเกิด (หรือไม่ใช่กำลังเกิด) นุปฺปชฺชิตฺถ = ไม่ใช่เกิดแล้ว (ไม่เคยเกิด) นุปฺปชฺชิสฺสติ = ไม่ใช่จักเกิด ชื่อว่าปฏิโลมนัย.

ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระในปัจจุบันกาลนั้น มียมก ๑๐ อย่าง เพราะนับแล้วไม่นับอีก (คือนับเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน) คือยมก ๔ อย่างที่มีรูปขันธ์เป็นมูลอย่างนี้ว่า

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ, ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ, ยสฺส วา ปน สญฺญากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด สัญญาขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สงฺขารกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ, ยสฺส วา ปน สงฺขารกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด สังขารขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า สังขารขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส วิญญาณกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ, ยสฺส วา ปน วิญญาณกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด วิญญาณขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า วิญญาณขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยมก ๓ อย่าง ที่มีเวทนาขันธ์เป็นมูล ด้วยนัยเป็นต้นว่า ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ยมก ๒ อย่างที่มีสัญญาขันธ์เป็นมูลยมก ๑ อย่างที่มีสังขารขันธ์เป็นมูล.

ในยมกทั้ง ๑๐ อย่างนั้น ในยมก ๔ อย่างที่มีรูปขันธ์เป็นมูล พระองค์ทรงวิสัชนายมกต้นอย่างเดียวเท่านั้น ยมกที่เหลือ (อีก ๓)มีการวิสัชนาเช่นกับยมกต้นนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงย่อไว้เพื่อความง่ายแห่งภาษาที่เป็นแบบแผน แม้ในมูลทั้งหลายมีเวทนาขันธ์เป็นมูลเป็นต้นการวิสัชนาเป็นอย่างเดียวกัน ด้วยคำว่า อามนฺตา = ใช่ เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวิสัชนายมก ๑๐ อย่างแล้ว ด้วยการวิสัชนายมกหนึ่งๆในอนุโลมนัย ในบุคคลวาระ ในปัจจุบันกาล เหล่านี้อย่างนี้ว่า ยมกเหล่านั้นทรงย่อไว้เพื่อความง่ายแห่งภาษาที่เป็นแบบแผน.

ในอนุโลมนัย ในวาระทั้ง ๓ ในปัจจุบันกาล มียมก ๓๐ อย่าง คือในบุคคลวาระมี ๑๐ อย่าง ในโอกาสวาระ ๑๐ อย่าง ในปุคคโลกาสวาระ ๑๐ อย่าง ฉันใด แม้ในปฏิโลมนัยก็มี ๓๐ ฉันนั้น จึงรวมเป็นยมกะ ๖๐ อย่าง ในปัจจุบันกาลทั้งหมด.

ในยมกะ ๖๐ อย่างนั้น พึงทราบว่า มีปุจฉา ๑๒๐ มีอรรถ ๒๔๐.

วาระทั้ง ๖ พึงทราบว่า มียมกะ ๖๐ เพราะกระทำให้เป็น ๑๐ ในวาระหนึ่งๆ รวมยมกะ ๓๐๐ ในก่อน จึงเป็นยมกะ ๓๖๐ ปุจฉา ๗๒๐ อรรถ ๑,๔๔๐นี้เป็นการกำหนดพระบาลีในอุปปาทวาระก่อน. ก็ในอุปปาทะวาระฉันใด พึงทราบว่าแม้ในนิโรธวาระ แม้ในอุปปาทนิโรธวาระก็อย่างนั้นในปวัตติมหาวาระ แม้ทั้งหมดจึงยมกะ ๑,๐๘๐ ปุจฉา ๒,๑๖๐ อรรถ ๔,๓๒๐.

แต่พระบาลีในอุปปาทวาระและนิโรธวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวิสัชนาย่อไว้แล้วซึ่งยมกหนึ่งๆ เท่านั้น ในวาระนั้นๆ ในประเภทแห่งกาลที่ไม่ปะปนกัน ๓ อย่าง. ในประเภทแห่งกาลที่ปะปนกัน ๓ อย่าง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวิสัชนายมกอย่างหนึ่ง แม้ในมูลที่มีเวทนาขันธ์เป็นมูลเป็นต้นโดยนัยเป็นต้นว่า ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺญากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ = เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด สัญญาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม?

ก็ในอุปปาทะนิโรธ วาระพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงวิสัชนายมกแม้นั้นไว้ในประเภทแห่งกาล แม้ทั้ง ๖ พึงทราบว่ายมกะที่เหลือทรงย่อไว้ เพราะยมกเหล่านั้น พระองค์ทรงวิสัชนาให้เสมอกันกับยมกนั้น นี้เป็นการกำหนดพระบาลีในปวัตติมหาวาระแม้ทั้งสิ้น.

ก็เพื่อวินิจฉัยเนื้อความแห่งขันธยมกนี้ พึงทราบลักษณะดังต่อไปนี้

บัณฑิตพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งปัญหา ๔ อย่าง ในปวัตติมหาวาระนี้ที่ท่านใส่ไว้ในคำวิสัชนา ๕ อย่าง ในฐานะ ๒๗ในอรรถวินิจฉัยนั้น ชื่อปัญหา ๔ อย่าง คือปุเรปัญหา ปัจฉาปัญหา ปริปุณณปัญหา โมฆะปัญหา. ก็ยมกหนึ่งๆ มีปุจฉา ๒ อย่าง (คืออนุโลมและปฏิโลม). แม้ปุจฉาหนึ่งๆ ก็มีบท ๒ อย่าง (คือสันนิฏฐานและสังสยะ).

ในปัญหา ๔ อย่างนั้น ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใดย่อมได้การเกิดขึ้นหรือการดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาด้วยบทเพียงบทเดียว ปัญหานี้ ชื่อว่าปุเรปัญหา.

ก็ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใด ย่อมได้การเกิดขั้นหรือความดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาด้วยบทแม้ทั้งสอง ปัญหานี้ชื่อว่าปัจฉาปัญหา.

ก็ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใดย่อมได้การเกิดขึ้นหรือความดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทเพียงบทเดียวบ้าง ด้วยบทแม้ทั้งสองบ้างปัญหานี้ชื่อว่าปริปุณณปัญหา. แต่การห้ามหรือการปฏิเสธย่อมได้ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใด ปัญหานี้ชื่อว่าโมฆะปัญหาก็เพราะโมฆะปัญหานี้ ถ้าพระองค์ไม่ทรงแสดงไว้ ใครๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ ฉะนั้นจึงจักแสดงปัญหานั้นไว้.

การเกิดขึ้นแห่งเวทนาขันธ์อันท่านถือเอาด้วยบทเพียงบทเดียว ในการวิสัชนานี้ว่า อุปฺปชฺชติ ย่อมเกิด (กำลังเกิด)ในคำถามยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺชชฺชติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้นหรือเพราะเหตุนั้นปัญหานี้ด้วย ปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้ด้วย พึงทราบว่าเป็นปุเรปัญหา.

การเกิดขึ้นแห่งรูปและเวทนาขันธ์ในอดีตของสัตว์ใดสัตว์หนึ่ง ที่ถือเอาด้วยบททั้งสองย่อมได้ในการวิสัชนานี้ว่า อามนฺตา = ใช่ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ?เพราะเหตุนั้นปัญหานี้และปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้ ชื่อว่าปัจฉาปัญหา.

ก็การเกิดขั้นแม้ของรูปขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทเพียงบทเดียว ย่อมได้ในปุริมโกฏฐาสะนี้ว่า อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในการวิสัชนานี้มีอาทิว่า อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ, ในปัญหาแรกนี้ว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ= รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ ดังนี้ การเกิดขึ้นแม้ของรูปและเวทนาขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทแม้ทั้งสอง ย่อมได้ในปัจฉิมโกฏสะนี้ว่า ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ = เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ก็กำลังเกิด เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด เพราะเหตุนั้น ปัญหานี้และปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้พึงทราบว่าเป็นปริปุณณปัญหา. แม้คำว่า ปุเรปัจฉาปัญหา ก็เป็นชื่อของปริปุณณปัญหานั้นนั่นแหละ.

ก็ในการวิสัชนาปริปุณณปัญหานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความเกิดขึ้นแห่งรูปขันธ์นั่นแหละที่สงเคราะห์ไว้ด้วยบทเดียวในปุริมโกฏฐาสในทุติยโกฏฐาสการเกิดขึ้นและการดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทบทเดียว ย่อมได้ในปัญหาใดด้วยนัยและลักษณะนี้แห่งรูปและเวทนาขันธ์ที่ถือเอาด้วยบททั้งสองปัญหานั้นเรียกว่าปุเรปัญหา.

การเกิดขึ้นหรือการดับไปของขันธ์ทั้งหลายที่ถือเอาด้วยบททั้งสอง ย่อมได้ในปัญหาใด ปัญหานั้นเรียกว่าปัจฉาปัญหา.

ปฏิกเขปวิสัชนา ย่อมได้ในการวิสัชนานี้ ด้วยคำว่า นตฺถิ = ไม่มี ในปัญหานี้ว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ ปุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์ไม่เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ปฏิเสธวิสัชนา ย่อมได้ในการวิสัชนานี้ด้วยคำว่า โน = ไม่ใช่ ในคำถามว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ = รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นหรือเหตุนั้น ปัญหานี้และปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้ รวม ๒ อย่าง พึงทราบว่าเป็นโมฆะปัญหา แม้โมฆะปัญหานี้เรียกว่าเฉทตุจฉปัญหา ก็ได้ พึงทราบปัญหาทั้ง ๔ อย่าง อย่างนี้ก่อน.

ก็วิสัชนาเหล่านี้คือ ปาลิคติวิสัชนา ปฏิวจนวิสัชนา สรูปทัสสนวิสัชนา ปฏิกเขปวิสัชนา ปฏิเสธวิสัชนา ชื่อว่าวิสัชนา ๕ อย่าง.

ในวิสัชนา ๕ อย่างนั้น วิสัชนาใดเป็นบาลีบทเท่านั้นอันท่านวิสัชนาซึ่งเนื้อความไว้ วิสัชนานี้ชื่อว่าปาลิคติวิสัชนา.

ปาลิคติวิสัชนานั้นย่อมได้ในปุเรปัญหา วิสัชนานี้ว่า อุปฺปชฺชติ = กำลังเกิด ในปัญหาว่า ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ= รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้นหรือ เป็นเพียงบทแห่งพระบาลีที่พระองค์วิสัชนาเนื้อความไว้เรียบร้อยแล้วเพราะฉะนั้น พึงทราบการวิสัชนาด้วยปาลิคติวิสัชนา ในฐานะเห็นปานนี้ อย่างนี้.

ก็วิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาเนื้อความโดยความเป็นคำตอบ วิสัชนานี้ชื่อว่าปฏิวจนะวิสัชนา.

ปฏิวจนวิสัชนานั้นย่อมได้ในปัจฉาปัญหา ก็วิสัชนานี้ด้วยคำว่า อามนฺตา = ใช่ ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ ที่พระองค์ทรงวิสัชนาเนื้อความไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยอำนาจความเป็นคำตอบนั่นแหละเพราะฉะนั้น พึงทราบปฏิวจนะวิสัชนา ในฐานะเห็นปานนี้.

คำวิสัชนาใดที่ท่านแสดงเนื้อความไว้โดยสรุป วิสัชนานี้ชื่อว่าสรูปทัสสนวิสัชนา.

สรูปทัสสนวิสัชนานี้ย่อมได้ในปริปุณณปัญหา.

ก็วิสัชนานี้ว่า อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ ในปัญหานี้ ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติอันพระองค์ทรงวิสัชนาเนื้อความไว้เรียบร้อยแล้วด้วยการแสดงโดยสรุปว่า รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่านี้ แต่เวทนาขันธ์ไม่เกิดรูปขันธ์และเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่านี้ เพราะเหตุนั้น พึงทราบสรูปทัสสนวิสัชนา ในที่ทั้งหลายเห็นปานนี้.

ก็คำวิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาปัญหาด้วยการห้ามเนื้อความ เพราะความไม่มีเนื้อความเห็นปานนั้น คำวิสัชนานั้น ชื่อว่าปฏิกเขปวิสัชนา.

วิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาปัญหาโดยปฏิเสธเนื้อความ เพราะความไม่ได้ซึ่งเนื้อความเห็นปานนั้นในขณะหนึ่งๆ วิสัชนานี้ชื่อว่าปฏิเสธวิสัชนา ปฏิเสธวิสัชนานั้น ย่อมได้ในโมฆะปัญหา.

จริงอยู่ คำวิสัชนานี้ว่า นตฺถิ = ไม่มี ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์ไม่เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ เป็นคำวิสัชนาที่ท่านวิสัชนาไว้เรียบร้อยแล้วโดยการห้ามเนื้อความว่า ชื่อว่าสัตว์เห็นปานนี้ย่อมไม่มีเพราะฉะนั้น พึงทราบการวิสัชนาในที่ทั้งปวงเห็นปานนี้ด้วยปฏิกเขปวิสัชนา.

ก็คำวิสัชนานี้ว่า โน = ไม่ใช่ ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ= รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ย่อมดับแก่บุคคลนั้นหรือ อันท่านวิสัชนาไว้เรียบร้อยแล้วโดยการปฏิเสธเนื้อความว่าชื่อว่าการดับไปพร้อมกับการเกิดขึ้นย่อมไม่ได้ในปฏิสนธิขณะหนึ่งๆ.

บัดนี้พึงทราบปัญหา ๔ อย่างและการวิสัชนา ๕ อย่าง ที่ควรใส่ไว้ในฐานะ ๒๗ เหล่าใด พึงทราบฐานะเหล่านั้นอย่างนี้ คืออสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เป็น ๑ ฐานะ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ๑ ฐานะ อสญฺญตฺตานํ ๑ ฐานะ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ อรูปํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะ อรูเป ตตฺถ ๑ ฐานะ อรูปานํ ๑ ฐานะ อรูปา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ ๑ ฐานะ อรูเป ปรินิพฺพายนฺตานํ (บาลีใช้ว่า ปรินิพฺพนฺตานํ) ๑ ฐานะ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะปญจโวกาเร ตตฺถ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการนํ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ ๑ ฐานะ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะ สุทฺธาวาเส ตตฺถ ๑ ฐานะสุทธาวาสานํ ๑ ฐานะ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ ๑ ฐานะ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะสพฺเพสํ จวนฺตานํ ๑ ฐานะ ปจฺฉิมภวิกานํ ด้วยอำนาจที่สาธารณะแก่สัตว์ทั้งปวงอีก ๑ ฐานะปรินิพฺพายนฺตานํ (บาลีใช้ ปรินิพฺพนฺตานํ) ๑ ฐานะ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ.

บัณฑิตพึงใส่คำวิสัชนา ๕ อย่างไว้ในฐานะ ๒๗ อย่างเหล่านี้แล้ว พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งปัญหา ๔ อย่างในปวัตติมหาวาระด้วยประการฉะนี้ ก็อรรถวินิจฉัยนั้น อันบัณฑิตทราบแล้วอย่างนี้ เมื่อวิสัชนาปัญหาย่อมเป็นอันวิสัชนาแล้วโดยง่าย และเมื่อวินิจฉัยซึ่งเนื้อความย่อมเป็นอันวินิจฉัยแล้วโดยง่าย.

นัยนี้ว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด ได้แก่ย่อมถามว่า รูปขันธ์กำลังเกิดในอุปาทะขณะสมังคีแก่บุคคลใด เวทนาก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ เพราะเหตุนี้แม้เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในขณะนั้นนั่นแหละ.

สองบทว่า อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ ได้แก่ เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภพด้วยอำนาจปฏิสนธิที่ไม่ใช่จิต.

บทว่า เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ได้แก่ รูปขันธ์กำลังเกิดเพียงอย่างเดียวแก่อสัญญสัตว์นั้น ก็รูปขันธ์ของอสัญญสัตว์ผู้เกิดแล้วในปวัตติกาล ย่อมเกิดบ้าง ย่อมดับบ้างเพราะเหตุนั้น จึงไม่ตรัสว่า อสญฺญสตฺตานํ = เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ แต่ตรัสว่า อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ = เกิดอยู่ คือกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปปชฺชติ = แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ได้แก่เวทนาขันธ์ของอสัญญสัตว์เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด เพราะความที่แห่งอสัญญสัตว์นั้นไม่มีจิต นี้เป็นการวิสัชนาโดยการแสดงโดยสรุปในปุริมโกฏฐาสแห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะที่ ๑ ในบรรดาฐานะ ๒๗ อย่าง.

____________________________

คำว่า เกิดอยู่ หมายความทั้งกำลังเกิดและกำลังตาย คำว่า อสญฺญสตฺตานํ ในยมกะนี้ จึงมีความหมายว่า กำลังเกิด - กำลังตาย

สองบทว่า ปญฺจโวการํ อุปฺปชฺชนํตานํ = กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ได้แก่ เข้าถึงอยู่ซึ่งปัญจโวการภพด้วยอำนาจแห่งการปฏิสนธิที่เจือด้วยรูปและอรูป.

หลายบทว่า เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ = เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ได้แก่ ขันธ์แม้สองกล่าวคือรูปและเวทนาย่อมเกิดขึ้นนั่นเทียวแก่สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงซึ่งปัญจโวการภพเหล่านั้นโดยแน่นอน แต่ว่าในปวัตติกาล ขันธ์ ๒ เหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นบ้าง ย่อมดับบ้างแก่สัตว์ผู้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่าปญฺจโวการานํ = เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ แต่ตรัสปญฺจโวการ อุปฺปชฺชนฺตานํ = กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ นี้เป็นการวิสัชนาด้วยการแสดงโดยสรุป ในปัจฉิมโกฏฐาสแห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะว่า ปญฺจโวการํ อุปฺปชฺชนฺตานํ พึงทราบการวิสัชนาทั้งหมดโดยอุบายนี้.

ก็นี้เป็นนิยมลักษณะในการเกิดและการดับนี้.

ก็ในขันธยมกนี้แม้ทั้งสิ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุปปาทวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งการเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาลนั่นเทียวว่าการไม่ลูบคลำ (คือไม่ทรงแสดง) ซึ่งการเกิดและการดับในปวัตติกาลว่า ก็ในขันธยมกนี้แม้ทั้งสิ้น เมื่อสัตว์ทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วในปัญจโวการภพนั้นๆ เมื่อการเกิดขึ้นและการดับอันไม่มีที่สุดแห่งขันธ์ ๕ แม้มีอยู่ในปวัตติกาลจนกระทั่งตายการทำการแยกธรรมทั้งหลายที่เป็นไปโดยเร็ว เพื่อแสดงการเกิดและการดับ ไม่ใช่ทำได้โดยง่าย ดังนี้แล้วจึงทรงแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายในปฏิสนธิของสัตว์ผู้เกิดแล้วด้วยกรรมต่างๆ อันยังวิปากวัฏฏ์ใหม่ๆ ให้สำเร็จ เป็นการทำได้ง่าย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสนิโรธวาระด้วยอำนาจการดับในมรณะกาลว่าก็การแสดงการดับ ในกาลเป็นที่สิ้นสุดลงแห่งวิปากวัฏฏ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นการทำได้ง่าย ก็ความไม่ลูบคลำการเกิดและการดับในปวัตติกาลนี้เป็นประมาณอย่างไรนั่นแหละคือพระบาลี

อนึ่ง พระบาลีว่า ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิด เวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับแก่ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้น นี้เป็นประมาณยิ่ง ในวาระแห่งอนาคตกาลแห่งอุปปาทะวาระโดยพิเศษในพระบาลีเมื่อภาวะที่สมควรเพื่อการเกิดขึ้นแห่งรูปธรรมและอรูปธรรมทั้งหลายในปวัตติกาลของปัจฉิมภวิกบุคคลแม้มีอยู่การเกิดขึ้นในปวัตติกาล พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาโดยภาวะที่กล่าวแล้ว จึงทรงกระทำการสันนิษฐานว่ารูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์ก็จักไม่เกิด เวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับ พระบาลีนี้ว่า สุทฺธาวาเสปรินิพฺพนฺตานํ = กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส ดังนี้ เป็นประมาณยิ่ง ในการไม่แตะต้องซึ่งความดับในปวัตติกาล ก็คลองแห่งการนับซึ่งสัญญาขันธ์ทั้งหลายที่ดับไปแล้ว เพราะเกิดขึ้นแล้วในปวัตติกาลจำเดิมแต่ปฏิสนธิกาล ที่ตั้งอยู่ในภังคขณะ แห่งจุติจิตของปรินิพพันตบุคคลในสุทธาวาส ย่อมไม่มี ครั้นเมื่อเป็นอย่างนั้น พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาความดับในปวัตติกาลโดยภาวะที่กล่าวแล้วจึงทรงกระทำการสันนิษฐานว่า เตสํ ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ = สัญญาขันธ์ไม่ดับแล้ว (คือไม่เคยดับ) แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

บัณฑิตครั้นทราบลักษณะที่แน่นอนในการเกิดขึ้นและดับไปนี้แล้ว ควรถือเอาการเกิดขึ้นด้วยปฏิสนธิกาลและการดับด้วยจุติกาลเท่านั้นแล้วพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งการวิสัชนาทั้งหลายที่มาแล้วในฐานะทั้งหลายเหล่านั้นๆ ด้วยประการฉะนี้ แต่ว่าการวินิจฉัยเนื้อความนั้นท่านไม่ทำให้พิสดารแล้วโดยลำดับแห่งการวิสัชนาว่า การวินิจฉัยเนื้อความนั้นใครๆ ก็อาจทราบได้โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในการวิสัชนาแรกหากว่าบุคคลใดไม่สามารถจะทราบการวินิจฉัยเนื้อความเหล่านั้น บุคคลนั้นพึงเข้าไปนั่งใกล้อาจารย์ ฟังด้วยดีแล้วพึงทราบตามนัยที่อาจารย์ให้แล้วนี้ อย่างนี้.

ยมกทั้งหลายเหล่าใดในขันธ์ ๕ ย่อมมีด้วยอำนาจแห่ง

อุปปาทวาระ, นิโรธวาระ และอุปปาทะและนิโรธะทั้งสองรวมกัน

ด้วยอำนาจของอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย พระชินเจ้าตรัสแล้ว

ซึ่งยมกะทั้งหลายเหล่านั้นในวาระทั้งหลายในปวัตติกาล เพราะ

ทรงแสดงแล้วซึ่งบุคคลวาระ, โอกาสวาระ, และปุคคโลกาสวาระ

การกำหนดพระบาลีเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้ว

โดยลำดับ แม้การประกอบเนื้อความเพื่อการวินิจฉัยปัญหาและ

วิสัชนา พร้อมทั้งฐานะทั้งหลายแห่งการวิสัชนาอย่างใดอย่างหนึ่ง

โดยประการทั้งปวง พระชินเจ้าทรงแสดงแล้ว ทรงประกาศแล้วใน

ปัญหาหนึ่งๆ ลำดับการวิสัชนาปัญหาในปวัตติมหาวาระนี้เป็นไป

แล้วโดยพิสดาร เพราะฉะนั้น บัณฑิตทั้งหลายจงทราบเนื้อความ

โดยนัยนี้ว่า เบื้องหน้าแต่นี้ไป ใครหนอจะสามารถพรรณนาเนื้อ

ความนี้ได้.

อรรถกถาปวัตติวาระ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 8 จาก 53 ข้อ (ตั้งแต่ i234)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 8 จาก 53 ข้อ (ตั้งแต่ i234)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา