อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๓๓

อุปาทวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๓๓–๙๑๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 86 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 86 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 61 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปวตฺติวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ ปวัตติวาร อุปาทวาร

ข้อ ๘๓๓

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา. หรือว่า สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๓๔

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต มคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ. หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๘๓๕

ยสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: โน ฯ

สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. หามิได้.

ข้อ ๘๓๖

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ ปัญจโว-*การภูมิ. หรือว่า สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๓๗

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อปาเย อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ อวเสเส จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอบายภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ และปัญจโวการภูมิ ที่เหลือ. หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๓๘

ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อปาเย ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ อวเสเส จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คืออบายภูมิ แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ และปัญจโวการภูมิที่เหลือ. หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๓๙

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: ยสฺสกมฺปิ ยสฺสยตฺถกมฺปิ สทิสํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? (คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส (แก่สัตว์ใด) ก็ดี คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส ยตฺถ(แก่สัตว์ใด ในภูมิใด) ก็ดี พึงจำแนกให้พิสดารเช่นเดียวกัน)

ข้อ ๘๔๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นสัตว์ก็หาไม่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๘๔๑

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูเป มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป ผลสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต มคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป ผลสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิต ในอรูปภูมิ. หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิต ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๘๔๒

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตมคฺค- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ มคฺควิปฺปยุตฺตตณฺหา- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต และมัคควิปปยุตตจิตแก่ผู้ซึ่งเข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต และตัณหาวิปป-*ยุตตจิตแก่ผู้ซึ่งเข้านิโรธ แก่อสัญญญัตว์.

ข้อ ๘๔๓

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๘๔๔

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๘๔๕

ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อปาเย ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออบายภูมิ แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๘๔๖

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิตในอรูปภูมิ.

ข้อ ๘๔๗

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูเป มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป ผลสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต มคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป ผลสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต ในอรูปภูมิแต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิ. หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิต ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๘๔๘

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: มคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตมคฺควิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ มคฺควิปฺปยุตฺตตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ --------

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต และมัคควิปปยุตตจิต แก่ผู้เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต และตัณหาวิปปยุตตจิต แก่ผู้เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.

ข้อ ๘๔๙

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๕๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งตรัสรู้แล้ว. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๕๑

ยสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งตรัสรู้แล้ว. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๕๒

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ ยตฺถกมฺปิ สพฺพตฺถ สทิสํ ตนฺตินานากรณํ เหฏฺฐายตฺถกสทิสํ ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ? (แม้คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) เหมือนกันทุกบท เหตุเครื่องกระทำให้ต่างกันแห่งแบบแผน เป็นเหมือนกันกับคำว่า ยตฺถ ในหนหลัง)

ข้อ ๘๕๓

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ แต่สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔มีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๕๔

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แก่สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ แก่อสัญญสัตว์ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งตรัสรู้แล้ว. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๕๕

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งตรัสรู้แล้ว. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๕๖

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ ฯเปฯ นตฺถิ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ? ไม่มี.

ข้อ ๘๕๗

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๘๕๘

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๘๕๙

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๘๖๐

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส.

ข้อ ๘๖๑

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แก่สัตว์ที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ แก่อสัญญสัตว์ แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส.

ข้อ ๘๖๒

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่สัตว์ที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์.

ข้อ ๘๖๓

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๖๔

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายและแก่ปุถุชนเหล่านั้นผู้ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สัตว์เหล่าใดได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อนึ่ง สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรคทุกขสัจจักเกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๖๕

ยสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์สัตว์นั้นหรือ? ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้น แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจจักเกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น อุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อนึ่ง สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจจักเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น.

ข้อ ๘๖๖

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๘๖๗

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมินั้น แก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๖๘

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมินั้น แก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระ-*อรหันต์ทั้งหลาย แก่สัตว์เหล่านั้น คือ แก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค สัตว์ที่เกิดอยู่ในอบายและอสัญญสัตว์ แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อนึ่ง สัตว์เหล่าใด จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ทุกขสัจจักเกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๘๖๙

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ที่เกิดอยู่ในอบาย ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อนึ่ง สัตว์เหล่าใด จักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจจักเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น.

ข้อ ๘๗๐

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะจิตนั้น แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.

ข้อ ๘๗๑

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายและปุถุชนเหล่านั้น ผู้จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.

ข้อ ๘๗๒

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์.

ข้อ ๘๗๓

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๘๗๔

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น แก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ท่านผู้เป็นพระอรหันต์ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่อสัญญสัตว์ แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อม-*เพรียงด้วยปัจฉิมจิต.

ข้อ ๘๗๕

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น แก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระ-*อรหันต์ทั้งหลาย แก่ปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอปายิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.

ข้อ ๘๗๖

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ --------

สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะจิตนั้น แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ซึ่งเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอปายิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ซึ่งเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๘๗๗

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล

ข้อ ๘๗๘

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นสัตว์นั้น. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๗๙

ยสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาแต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา

ข้อ ๘๘๐

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ยตฺถกา สทิสา สพฺเพ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. คำว่า ยตฺถ เหมือนกันทั้งหมด.

ข้อ ๘๘๑

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วสัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ ปัญจ-*โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิแต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๘๒

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ อภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ที่ได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๘๓

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชติ อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา. หรือว่า มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.

ข้อ ๘๘๔

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๘๘๕

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๘๖

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และแก่ผู้ที่เข้านิโรธ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และที่เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาแต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และที่เป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๘๘๗

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๘๘๘

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโว-*การภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและในผลจิต ในอรูปภูมิแต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๘๘๙

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาสานํ อุปฺปตฺติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อนภิสเมตาวีนํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ก็หาไม่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในอุปปาท-*ขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๘๙๐

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อนภิสเมตาวีนํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ---------

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ สัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๘๙๑

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๙๒

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดมัคคสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๙๓

ยสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้น ใน-*อุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้น แก่ชนเหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.

ข้อ ๘๙๔

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ยตฺถกมฺปิ ยสฺสยตฺถกสทิสํ กาตพฺพํ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. แม้คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) พึงทำเหมือนกันกับคำที่กำหนดด้วยบทว่ายสฺส ยตฺถ (แก่สัตว์ใด ในภูมิใด).

ข้อ ๘๙๕

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: จตุโวการา ปญฺจ โวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ จตุโวการํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิแต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล. หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ ปัญจ-*โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิแต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ-*แห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๙๖

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อปายํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิตและแก่ปุถุชนเหล่านั้น ผู้ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลแก่สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญ-*สัตตภูมิ แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัต-*มรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้นและแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิแต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล.

ข้อ ๘๙๗

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชติ เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ที่เกิดในอบายและปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรคในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์-*เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.

ข้อ ๘๙๘

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ. หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดแก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ.

ข้อ ๘๙๙

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และปุถุชนเหล่านั้น ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิตและแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๙๐๐

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: เย ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนทั้งหลาย ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้น ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายและแก่ปุถุชนทั้งหลายที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.

ข้อ ๙๐๑

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๙๐๒

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจ-*โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิแต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิแต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แก่สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๙๐๓

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้นและแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิแต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต แก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต แก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แก่สัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต แก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๙๐๔

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ: อาปายิกานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตณฺหาย ภงฺคกฺขเณ ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ---------

สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ทั้งหลาย. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่เป็นอาปายิกสัตว์ และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ทั้งหลาย.

ข้อ ๙๐๕

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระ-*อรหันต์ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๐๖

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระ-*อรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๙๐๗

ยสฺส สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด และสัตว์เหล่าอื่นจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ?

ข้อ ๙๐๘

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

ทุกขยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๙๐๙

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดแก่สัตว์เหล่านั้น แก่อสัญญสัตว์ทั้งหลาย แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕นอกนี้. หรือว่า สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้.

ข้อ ๙๑๐

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ทุกฺขสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย แก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่อาปายิกสัตว์ แก่อสัญญสัตว์แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค.

ข้อ ๙๑๑

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เย จญฺเญ มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่อาปายิกสัตว์ แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค. หรือว่า มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้น และสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นที่ได้เฉพาะซึ่งมรรค.

ข้อ ๙๑๒

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ไม่มี. หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๙๑๓

ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๙๑๔

ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๙๑๕

ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๙๑๖

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักเกิดขึ้น. หรือว่า สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๙๑๗

ยสฺส ยตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักเกิดขึ้น. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๙๑๘

ยสฺส ยตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ อาปายิกานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มคฺคสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ สมุทยสจฺจญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทวารํ นิฏฺฐิตํ

สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แก่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์ที่เกิดในอบาย แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็จักไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. อุปาทวาร จบ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล

ข้อ ๒๗

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งมรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งมรรคมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด

ข้อ ๒๘

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมโอกาส

ข้อ ๒๙

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด และสมุทยสัจก็กำลังเกิด ปฏิ. สมุทยสัจในภูมิใดกำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิที่เหลือ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิดและมัคคสัจก็กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดกำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๓๐

อนุ. สมุทยสัจในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอบายภูมิ ในภูมินั้นสมุทยสัจกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิที่เหลือ ในภูมินั้นสมุทยสัจกำลังเกิดและมัคคสัจก็กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๓๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดและของบุคคลใดในภูมิใด พึงขยายให้ พิสดารเหมือนกัน)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๓๒

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๓๓

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๓๔

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สมุทยสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด

ข้อ ๓๕

อนุ. สมุทยสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอบายภูมิ ในภูมินั้นมัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นมัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิดปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๓๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหา ในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาท-ขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค ในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๓๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธ-สมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธ-สมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๓๘

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นก็เคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๓๙

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๔๐

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทุกแห่ง ข้อแตกต่างกันเหมือนกับที่กล่าวมาแล้วว่า ในภูมิใด ในหนหลัง) อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๔๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ บุคคล ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทย-สัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็เคยเกิด @เชิงอรรถ : @ ผู้ยังไม่ได้บรรลุ คือบรรลุอริยสัจ ๔, ผู้ได้บรรลุ คือผู้บรรลุอริยสัจ ๔ แล้ว (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗-๑๖๔/๓๕๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล ผู้ยังไม่ได้บรรลุและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๔๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดบุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ วิ. ใช่ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๔๓

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด มีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฯลฯ วิ. ไม่มี อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

ข้อ ๔๔

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๔๕

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๔๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่เคยเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่เคยเกิด

ข้อ ๔๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิด ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๔๘

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้ เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้มรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๔๙

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดแต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิดอนุโลมโอกาส

ข้อ ๕๐

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๕๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตต-

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๕๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด อนุ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๕๓

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สมุทย-สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

ข้อ ๕๔

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทย-สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิดปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๕๕

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๕๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

ข้อ ๕๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๕๘

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน ปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด

ข้อ ๕๙

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมโอกาส

ข้อ ๖๐

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งหมด)อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๖๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดแต่สมุทยสัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสมุทยสัจก็เคยเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด @เชิงอรรถ : @ หมายถึงปฏิสนธิจิตหรือจิตที่กำลังเกิดในภพใหม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด

ข้อ ๖๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๖๓

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๖๔

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๖๕

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๖๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดแต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน สุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๖๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในภังค-ขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๖๘

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ซึ่งกำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน ปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต- บุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ และในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักไม่ได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด

ข้อ ๖๙

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทย-สัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้จักได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นในภังคขณะแห่งตัณหาของเหล่าบุคคลผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด อนุโลมโอกาส

ข้อ ๗๐

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด พึงทำให้เหมือนกับคำที่ท่านกำหนดว่าของบุคคลใดในภูมิใด) อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๗๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด

ข้อ ๗๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของเหล่าบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๗๓

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นและในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตต-มรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๗๔

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทย-สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคค-สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๗๕

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๗๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดแต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นและในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนผู้จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกข-สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-บุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

ข้อ ๗๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล ในภังค-ขณะ แห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล

ข้อ ๗๘

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดแต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิดบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๗๙

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิดบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมโอกาส

ข้อ ๘๐

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๘๑

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิสมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็เคยเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็เคยเกิด

ข้อ ๘๒

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็เคยเกิด ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๘๓

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

ข้อ ๘๔

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๘๕

อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๘๖

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๓๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ข้อ ๘๗

อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สมุทย-สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดอุปปาทวาร จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๘๑๗ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสัจจยมก

๑. ปณฺณตฺติวารวณฺณนา

การพรรณนาสัจจยมกที่ท่านรวบรวมแสดงไว้แล้วในลำดับธาตุยมก ด้วยอำนาจสัจจะในธรรมมีกุศลเป็นต้น ที่ท่านแสดงไว้แล้วในมูลยมกเหล่านั้นนั่นเทียว ย่อมมีในบัดนี้.

พึงทราบมหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และประเภทแห่งวาระที่เหลือมีอันตรวาระเป็นต้นตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นเทียว ในธาตุยมกแม้นั้น.

แต่ในปัณณัตติวาระ ในสัจจยมกนี้ ด้วยอำนาจสัจจะ ๔ พึงทราบการนับยมกในวาระทั้งหลาย ๔ เหล่านี้ คือปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธสัจจวาระ สุทธสัจจมูลจักกวาระ.

แต่ในปัณณัตติวารนิทเทส พึงทราบเตภูมิกธรรมที่หลุดพ้นดีแล้วจากทุกขเวทนาและตัณหา ด้วยคำว่า อวเสสํ ทุกฺขสจฺจํ. ประเภทแห่งกามาวจรกุศลเป็นต้นที่ท่านแสดงไว้แล้วในสัจจวิภังค์ว่า อวเสโส สมุทโย ดังนี้ ย่อมเป็นปัจจัยแห่งทุกขสัจจะ.

สองบทว่า อวเสโส นิโรโธ ได้แก่ ตทังคนิโรธ วิกขัมภนนิโรธ สมุจเฉทนิโรธ ปฏิปัสสัทธินิโรธและขณภังคนิโรธ.

สองบทว่า อวเสโส มคฺโค ความว่า ก็มรรคมีองค์ ๕ ย่อมมีในสมัยนั้นแล.

มรรคมีอาทิอย่างนี้ คือ อัฏฐังคิกมรรค มิจฉามรรค ชังฆมรรค สกฏมรรค.

๒. ปวตฺติวารวณฺณนา

ก็ในปวัตติวาระ ในอนุโลมนัยแห่งปุคคลวาระ ในปัจจุบันกาลนี้ ทุกขสัจจมูล ๓ สมุทยสัจจมูล ๒ นิโรธสัจจมูล ๑ รวมเป็นยมก ๖ อย่าง ด้วยอำนาจพระบาลี เพราะถือเอาสัจจะที่ได้อยู่และไม่ได้อยู่ว่า ทุกขสัจจะย่อมเกิดแก่สัตว์ใด สมุทยสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ก็หรือว่า สมุทยสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นดังนี้.

ในสัจจะทั้งหลายเหล่านั้น เพราะความเกิดและความดับ ย่อมไม่สมควรแก่นิโรธ ฉะนั้น ยมกทั้งหลาย ๓ คือ ยมกอันเป็นมูลแห่งทุกขสัจจะ ๒ กับด้วยสมุทยสัจจะ และมัคคสัจจะ ยมกอันเป็นมูลแห่งสมุทยสัจจะ ๑ กับด้วยมัคคสัจจะ จึงมาแล้ว. ในปฏิโลมนัยแห่งปุคคลวาระนั้นบ้าง ในโอกาสวาระเป็นต้นบ้าง ก็นัยนี้นั่นเทียว. พึงทราบการนับยมก ด้วยอำนาจยมก ๓ อย่างๆ ในวาระทั้งหมดเหล่านี้ด้วยประการอย่างนี้.

ก็ในอรรถวินิจฉัย พึงทราบลักษณะในสัจจยมกนี้ดังต่อไปนี้.

ก็ในปวัตติวาระแห่งสัจจยมกนี้ ใครๆ ย่อมไม่ได้นิโรธสัจจะก่อนนั่นเทียว. แต่ในวาระทั้งหลาย ๓ ที่เหลือ สมุทยสัจจะและมัคคสัจจะ บุคคลย่อมได้ในปวัตติกาลโดยส่วนเดียวนั่นเทียว.

ทุกขสัจจะ บุคคลย่อมได้ในจุติและปฏิสนธิบ้าง ในปวัตติกาลบ้าง. แต่กาล ๓ มีปัจจุบันกาลเป็นต้น บุคคลย่อมได้ แม้ในจุติและปฏิสนธิบ้าง ในปวัตติกาลบ้าง. บุคคลย่อมได้สัจจะใดๆ ในสัจจยมกนี้ พึงทราบอรรถวินิจฉัยด้วยอำนาจแห่งสัจจะนั้นๆ ด้วยประการอย่างนี้.

พึงทราบนัยมุขในสัจจยมกนั้นดังต่อไปนี้.

สองบทว่า สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ความว่า โดยที่สุด แม้แก่ชั้นสุทธาวาส.

ก็เทวดาชั้นสุทธาวาส แม้เหล่านั้น ย่อมเกิดด้วยทุกขสัจจะนั่นเทียว.

คำนี้ว่า ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ท่านกล่าวไว้แล้วเพื่อแสดงการอุบัติแห่งส่วนหนึ่งในทุกขสัจจะและสมุทยสัจจะ. เพราะฉะนั้น คำนั้นพึงถือเอาด้วยอำนาจปัญจโวการภพนั่นเทียว.

แต่ในจตุโวการภพ คำนี้ว่า สัจจะแม้อย่างหนึ่ง ย่อมไม่เกิดขึ้นในอุปปาทักขณะของผลสมาบัติ จิตที่วิปปยุตด้วยตัณหา ดังนี้ บัณฑิตไม่ควรถือเอาในสัจจยมกนี้.

จตุโวกาเร ปน ตณฺหาวิปฺปยุตฺตสฺส ผลสมาปตฺติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เอกมฺปิ สจฺจํ นุปฺปชฺชตีติ อิทํ อิธ น คเหตพฺพํ ฯ

____________________________

ม. อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ

สองบทว่า เตสํ ทุกฺขสจฺจญฺจ ความว่า ชื่อว่าทุกขสัจจะที่เหลือ เว้นตัณหาเสีย ย่อมมีในขณะนั้น คำนั้นท่านกล่าวหมายเอาทุกขสัจจะนั้น. แม้ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

แต่ในสัจจยมกนั้นรูปนั่นเทียว ชื่อว่าทุกขสัจจะ ธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยมรรคที่เหลือ เป็นธรรมที่พ้นดีแล้วจากสัจจะ. เพราะเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าวแล้วว่า มรรคสัจจะย่อมเกิดขึ้นแก่ชนเหล่านั้น ในอุปปาทักขณะแห่งมรรคในอรูป แต่ทุกขสัจจะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ชนเหล่านั้น. พึงทราบโอกาสด้วยอำนาจขณะในสัจจยมกนี้อย่างนี้ว่า ในขณะแห่งการอุบัตินั้นและในขณะแห่งการอุบัติขึ้นของจิตที่วิปปยุตด้วยตัณหาที่เป็นไปของผู้เกิดอยู่ทั้งหมด ในอุปปทขณะของผู้เกิดอยู่ทั้งหมดเหล่านั้น.

ในสัจจะที่มีรูปอย่างนั้น แม้เหล่าอื่น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า อนภิสเมตาวีนํ ได้แก่ สัตว์ผู้ไม่บรรลุอภิสมัย กล่าวคือจตุสัจจปฏิเวธ คือการแทงตลอดสัจจะ ๔.

บทว่า อภิสเมตาวีนํ ได้แก่ อภิสมิตสัจจะ คือสัจจะที่สงบยิ่ง.

พึงทราบอรรถวินิจฉัยในบททั้งปวง โดยนัยมุขนี้.

๓. ปริญฺญาวารวณฺณนา

ก็ในปริญญาวาระ บุคคลย่อมได้ปริญญา ๓ คือ ญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา.

ก็เพราะชื่อว่าปริญญา ย่อมไม่มีในโลกุตตรธรรมทั้งหลาย ฉะนั้น สัจจะ ๒ ท่านจึงถือเอาแล้วในสัจจยมกนี้.

คำว่า ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ ในสัจจยมกนั้น ท่านกล่าวไว้แล้วด้วยอำนาจญาตปริญญาและตีรณปริญญา.

คำว่า สมุทยสจฺจํ ปชหติ ท่านกล่าวไว้แล้วด้วยอำนาจญาตปริญญาและปหานปริญญา.

พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวงด้วยอำนาจแห่งปริญญาทั้งหลายเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

อรรถกถาสัจจยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 8 จาก 86 ข้อ (ตั้งแต่ i859)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 7 จาก 86 ข้อ (ตั้งแต่ i859)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา