อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๙๖

อุปาทวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๖–๕๒๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 225 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 225 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 102 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปวตฺติวาโร

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สรูปกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สรูปกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ กามาวจเร ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ กามาวจเร ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ (ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนญฺจ ธมฺมายตนญฺจ เอกสทิสํ นามํ นตฺถิ อุปริวาเร สงฺเขโป โหตีติ ชานิตพฺพํ) ฯ

ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ กามาวจเร ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ (สงฺขิตฺตํ ยสฺเสกสทิสํ) ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ อรูเป ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ อรูเป ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ --------

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ

ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ (ยตฺถกํ ปจฺจุปฺปนฺเนปิ อตีเตปิ อนาคเตปิ ปจฺจุปฺปนฺเนนาตีเตปิ ปจฺจุปฺปนฺเนนานาคเตปิ อตีเตนานาคเตปิ สพฺพตฺถ สทิสํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปชฺชิตฺถาติ นามํ อติเรกํ กาตพฺพํ) ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ (สงฺขิตฺตํ) ฯ

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตน นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ---------

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ (ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนญฺจ ธมฺมายตนญฺจ สทิสํ อิเม เทฺว สทิสาเยว โหนฺติ) ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ: อิตเรสํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ --------

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ ฯเปฯ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ --------

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตน อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติตี: อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจ โวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภนิกานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ---------

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาจวเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ@เชิงอรรถ : @ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้เป็นโอปปาติกะ ในอบายภูมิที่มีหูหนวกแต่กำเนิด@เพราะเกิดมามีแต่จักขุไม่มีโสตะ เช่น พวกเปรต อสุรกาย เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)@ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิ ทุคติภูมิ และพวก@รูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ เพราะเกิดมามีจักขุและโสตะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม @เชิงอรรถ : @ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อฆานกานํ ท่านหมายถึงพรหมปาริสัชชา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)@ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้หูหนวกโดยกำเนิดและมีอายตนะบริบูรณ์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ คำบาลีว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกมาแต่กำเนิด@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ คำบาลีว่า สฆานกานํ สจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกโดยกำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงอรูปพรหมและโอปปาติกสัตว์ ๓ จำพวกผู้บอดโดยกำเนิดเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)@ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ อสัญญสัตว์ และรูปพรหมที่เหลือ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด@เชิงอรรถ : @ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ รูปพรหม และอรูปพรหม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๒

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๓

อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด (พึงทราบว่า ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะและธัมมายตนะในภูมินั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป) อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๔

อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๕

อนุ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด (อายตนะที่ท่านย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด)จักขายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๒

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะ มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่ กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๓

อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๔

อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๕

อนุ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๓๙

อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๐

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด พึงเพิ่มชื่อที่เกินเข้ามาว่า กำลังเกิด เคยเกิดทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต อดีตกับ อนาคตเหมือนกันทุกแห่ง)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการ-ภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิดจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิดมนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี (ย่อ) จักขายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกกนัย

ข้อ ๔๖

มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฯลฯ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๗

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร สุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดแต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด (มนายตนะและธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ) อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๓

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๔

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๕

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๖

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๕๗

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิดจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๘

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๙

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๐

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิดมนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๕

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ มนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๑

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมา-ยตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๒

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๓

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดมนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๔

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๖

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๗

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๘

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๙

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี จักขายตนมูลกนัย จบ จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๐

อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด ไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๑

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๓

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๔

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๕

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเล่านั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดอนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๐

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด และฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดบุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดมนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ-โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่จักไม่เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๖

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-ภวิกบุคคลในรูปาวจภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๗

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๘

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๙

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก รูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจภูมิและรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๑

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๒

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๓

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๔

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๕

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๐๖

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๐๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๘

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๙

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-โวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๐

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๑

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญ-สัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๒

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็เคยเกิดมนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๓

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

ข้อ ๑๑๔

อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๕

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูป-ภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิม-ภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดแต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด มนายตนมูลกนัย จบ อุปปาทวาร จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๒๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอายตนยมก

บัดนี้ เป็นการวรรณนาอายตนยมก ที่ท่านรวบรวมไว้แม้ด้วยอำนาจอายตนะ ในธรรมมีกุศลเป็นต้นที่แสดงไว้ในมูลยมกนั่นเทียว แล้วแสดงไว้ในลำดับแห่งขันธยมก บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.

ก็ในขันธยมกนั้น มหาวาระ ๓ อย่างคือ ปัณณัตติวาระ ปวัตติวาระ ปริญญาวาระย่อมมีฉันใด แม้ในอายตนยมกนี้ก็ย่อมมีฉันนั้น. แม้เนื้อความแห่งคำแห่งมหาวาระเหล่านั้นบัณฑิตพึงทราบตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั้นนั่นเอง.

ก็ในอายตนยมกนี้ ปัณณัตติวาระ ท่านกำหนดไว้แล้ว ๒ อย่างด้วยอำนาจอุทเทสและนิทเทส. วาระทั้งหลายนอกนี้ ท่านกำหนดไว้แล้วด้วยอำนาจนิทเทสนั่นเทียว. เพราะฉะนั้นในวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทำบทว่า ทฺวาทสายตนานิ (อายตนะ ๑๒) ให้เป็นต้นแล้วเพียงใด พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัติวาระว่า มนายตนํ น มโน เพียงนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทฺวาทสายตนานิ ความว่า นี้เป็นอุทเทสแห่งอายตนะทั้งหลายที่ควรถามด้วยอำนาจยมก.

บทว่า จกฺขฺวายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ ความว่า โดยประเภทนี้เป็นการกำหนดชื่อของอายตนะเหล่านั้นนั่นเทียว. ก็ในที่นี้ท่านกล่าวอัชฌัตตรูปายตนะ (อายตนะที่เป็นรูปภายใน) ทั้งหลายไว้แล้วตามลำดับก่อน เพื่อสะดวกแก่การถามด้วยอำนาจยมก. ภายหลังจึงกล่าวพาหิรรูปายตนะ (อายตนะที่เป็นรูปภายนอก) ทั้งหลาย. ในที่สุดจึงกล่าวมนายตนะและธัมมายตนะทั้งหลาย.

นัยวาระทั้งหลาย ๔ คือ ปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธายตนวาระ สุทธายตนมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจแห่งอายตนะทั้งหลายเหล่านี้ในที่นี้ ด้วยอำนาจแห่งขันธ์นั่นเทียวในภายหลัง. ก็ในอายตนยมกนี้ วาระหนึ่งๆ ย่อมมี ๒ อย่างนั่นเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม. เนื้อความแห่งวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.

บัณฑิตพึงทราบอุทเทสวาระ แห่งปัณณัตติวาระที่ประกอบด้วยยมก ๕๗๖ อย่าง การถาม ๑,๑๕๒ อย่างและอรรถ ๒,๓๐๔ อย่างในอายตนยมกนี้ อย่างนี้คือ ก็ในอนุโลมวาระแห่งปทโสธนวาระ ในขันธยมก ยมก ๕ อย่างมีอาทิว่า รูปํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้ ย่อมมีฉันใดในอายตนยมกนี้ ยมก ๑๒ อย่างมีอาทิว่า จกฺขุํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขุํ ย่อมมีฉันนั้น.

แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มียมก ๑๒ อย่าง มีอาทิว่า น จกฺขํ น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขุํ. แต่ในอนุโลมวาระนี้แห่งปทโสธนมูลจักกวาระมียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่งๆ ให้เป็น ๑๑ อย่างๆ แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๓๒ อย่างนั่นเทียว. ในอนุโลมวาระ แม้แห่งสุทธายตนวาระ มียมก ๑๒ อย่าง ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๒ อย่าง. ในอนุโลมแห่งสุทธายตนมูลจักกวาระ มียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่งๆ ให้เป็น ๑๑ อย่างๆ. แม้ในปฏิโลมวาระก็มี ๑๓๒ อย่างเหมือนกัน.

ก็ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในปัณณัติวาระนิทเทสแห่งขันธยมกในภายหลังนั่นเทียว. ในวาระอื่นย่อมมีความแปลกกัน.

ในอายตนยมกนั้น พึงทราบความแปลกกันดังต่อไปนี้.

บทว่า ทิพฺพจกฺขุ ได้แก่ ทุติยวิซชาญาณ.

บทว่า ปญฺญาจกฺขุ ได้แก่ ตติยวิชชาญาณ.

บทว่า ทิพฺพโสต ได้แก่ ทุติยอภิญญาญาณ.

ตัณหาเทียว ชื่อว่า ตัณหาโสตะ.

คำมีอาทิว่า นามกาย รูปกาย หัตถิกาย อัสสกาย ชื่อว่า อวเสโส กาโย กายที่เหลือ.

สองบทว่า อวเสสํ รูปํ ได้แก่ ภูตรูปอุปาทายรูปนั่นเทียว และปิยรูปสาตรูปที่เหลือจากรูปายตนะ.

คำว่า สีลคนฺโธ เป็นชื่อของธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้นนั่นเทียว เพราะอรรถว่าฟุ้งไป แม้คำว่า อตฺถรโส เป็นต้น ก็เป็นชื่อของธรรมทั้งหลายมีอรรถเป็นต้น เพราะอรรถว่าไพเราะดี.

สองบทว่า อวเสโส ธมฺโม ได้แก่ ประเภทมิใช่หนึ่งแห่งธรรมมีปริยัติธรรมเป็นต้น นี้เป็นความแปลกกันในอายตนยมกนี้.

ก็ในอายตนยมกนี้ ในอันตรวาระ ๓ อย่างมีอุปปาทวาระเป็นต้น แห่งปวัตติวาระ มีประเภทแห่งกาล ๖ อย่างในประเภทแห่งกาลหนึ่งๆ นั่นเทียว. บรรดาประเภทแห่งกาลเหล่านั้น วาระทั้งหลายมีปุคคลวาระเป็นต้น ย่อมมีในกาลหนึ่งๆ. วาระเหล่านั้นแม้ทั้งหมดย่อมมี ๒ อย่างเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย.

ในวาระเหล่านั้น ในปัจจุบันกาล ในอนุโลมนัยแห่งปุคคลวาระ ยมก ๑๐ อย่าง ย่อมมีด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีก คือมูลแห่งรูปขันธ์ในขันธยมก ๔มูลแห่งเวทนาขันธ์ ๓ มูลแห่งสัญญาขันธ์ ๒ มูลแห่งสังขารขันธ์ ๑ ฉันใด มูลแห่งจักขุอายตนะ ๑๑ อย่าง ก็ย่อมมีฉันนั้นอย่างนี้คือ จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ก็หรือว่า โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ก็หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.

โดยนัยมีอาทิว่า ยสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ จึงมียมก ๖๖ อย่าง ด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีกคือมูลแห่งโสตายตนะ ๑๐ มูลแห่งฆานายตนะ ๙ มูลแห่งชิวหายตนะ ๘ มูลแห่งกายายตนะ ๗ มูลแห่งรูปายตนะ ๖ มูลแห่งสัททายตนะ ๕มูลแห่งคันธายตนะ ๔ มูลแห่งรสายตนะ ๓ มูลแห่งโผฏฐัพพายตนะ ๒ มูลแห่งมนายตนะ ๑ ในอายตนะ ๑๑ อย่าง อันเป็นมูลแห่งจักขุอายตนะนั้นจักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อายตนะ ๕ อย่างเหล่านี้นั่นเทียวคือ โสตายตนะ ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อันท่านวิสัชนาแล้ว.

ในอายตนะเหล่านั้น อายตนะแรกควรวิสัชนาก่อน อายตนะแรกนั้นท่านวิสัชนาแล้ว.

อายตนะ ๒ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะแรกแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น อายตนะที่ ๒ ท่านก็วิสัชนาแล้วเพื่อห้ามความสงสัยว่าฆานายตนะ ไม่เป็นไรแล้ว โดยส่วนเดียวในที่ปวัตติกาลของจักขุโสตายตนะ อายตนะอย่างหนึ่ง พึงวิสัชนาอย่างไรหนอแล. ยมก ๓ อย่างกับรูปายตนะ มนายตนะและธัมมายตนะ ชื่อว่าท่านวิสัชนาแล้ว เพราะวิสัชนาไม่เหมือนกัน. ในอายตนะที่เหลือ ยมก ๒ อย่างกับชิวหายตนะและกายายตนะ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะ ๒ อย่างเบื้องต้น.

การวิสัชนายมกนั่นเทียวกับด้วยอายตนะนั้น ย่อมไม่มีเพราะไม่เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะแห่งสัททายตนะ. อายตนะทั้งหลาย ท่านย่อไว้แล้ว เพื่อความเบาแห่งแบบแผนว่า ยมก ๓ อย่าง แม้กับคันธายตนะ รสายตนะและโผฏฐัพพายตนะย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะ ๒ เบื้องต้นนั่นเทียว. ในมูลแห่งโสตายตนะ อายตนะแม้อย่างหนึ่ง ไม่ขึ้นสู่พระบาลีแล้วว่า อายตนะใดอันบัณฑิตย่อมได้ อายตนะนั้นย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะทั้งหลายเบื้องต้น.

ในมูลแห่งฆานายตนะทั้งหลาย ยมกอย่างหนึ่งขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยรูปายตนะยมก ๒-๓ อย่างขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมกทั้งหลายที่เหลือไม่ขึ้นแล้ว (สู่พระบาลี) เพราะการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับฆานายตนยมก. มูลแห่งชิวหายตนะและกายายตนะก็อย่างนั้น.

ในมูลแห่งรูปายตนะทั้งหลาย ยมก ๒ อย่างนั่นเทียว ท่านวิสัชนาแล้ว พร้อมกับมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมก ๓ อย่าง พร้อมกับคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยรูปายตนะและมานายตนะ.

คำว่า สรูปกานํ อจิตฺตกานํ เป็นต้น ท่านกล่าวแล้วในภายหลังฉันใดนั่นเทียว แม้ในอายตนยมกนี้ก็ฉันนั้น พึงทราบการรวบรวมว่า สรูปกานํ อคนฺธกานํ อรสกานํ อโผฏฺฐพฺพกานํ ดังนี้.

ก็ความเป็นแห่งอายตนะทั้งหลายมีคันธะเป็นต้นนั่นแหละ ท่านประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในอายตนยมกนี้ ด้วยอำนาจแห่งอายตนะว่า สรูปกานํ สคนฺธายตนํ. มูลแห่งสัททายตนะทั้งหลาย ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลีนั่นเทียว เพราะไม่มีเนื้อความ. อายตนะอันเป็นมูลแห่งคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ๔, ๓ และ ๒ อย่าง ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลี เพราะวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยอายตนะทั้งหลายอันมีในหนหลัง.

ยมก ๖๖ อย่างเหล่านี้ บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าเป็นอันท่านวิสัชนาแล้ว ด้วยการวิสัชนายมก ๒-๓ อย่างนั้นเทียวในอนุโบมนัยแห่งปุคคลวาระในปัจจุบันกาล อย่างนี้ว่า มนายตนมูลกํ วิสชฺชิตเมว ดังนี้. ยมก ๑๙๘ อย่างย่อมมีในอนุโลมนัย ในวาระทั้งสาม ในปัจจุบันกาลว่า ก็ในปุคคลวาระมี ๖๖ ฉันใด แม้ในโอกาสวาระ แม้ในปุคคโลกาสวาระก็ฉันนั้น ดังนี้. ยมก ๓๙๖ อย่าง แม้ทั้งหมดย่อมมีในปัจจุบันกาลว่าก็ในอนุโลมนัย ฉันใด แม้ในปฏิโลมนัยก็ฉันนั้น ดังนี้. การถาม ๗๙๒ อย่างและเนื้อความ ๑,๕๘๔ อย่าง พึงทราบว่ามีอยู่ในยมกทั้งหลายเหล่านั้น. ยมก ๒,๓๗๖ แม้ทั้งหมดว่า ในการแยกกาล ๕ อย่างแม้ที่เหลือ ดังนี้ ย่อมมีอย่างนั้น.

นี้เป็นการกำหนดพระบาลี ในอุปปาทวาระนี้ว่า คำถามที่ทวีคูณจากยมกนั้น อรรถที่ทวีคูณจากคำถามนั้น ยมก ๒,๑๒๘ ย่อมมีในปวัตติวาระแม้ทั้งหมดว่าแม้ในนิโรธวาระและอุปปาทะนิโรธวาระ ก็มีนัยนี้. พึงทราบการถามทวีคูณจากยมกนั้น พึงทราบเนื้อความที่ทวีคูณจากคำถามนั้น. ก็พระบาลีท่านกล่าวคำเป็นต้นว่า มนายตนะและธัมมายตนะ ย่อมไม่มีความแตกต่างกันกับอายตนะหนึ่ง แต่ความสังเขปย่อมมีในวาระเบื้องบน ดังนี้แล้วจึงรวบรวมไว้ในอายตนะนั้นๆ. เพราะฉะนั้น คำใดท่านรวบรวมไว้แล้ในที่นั้นๆ คำนั้นทั้งหมดบุคคลผู้ไม่หลงลืมพึงกำหนดไว้.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความ พึงทราบนัยมุขในอายตนยมกนี้ ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะผู้หูหนวกโดยกำเนิดในอบาย. ก็ผู้มีจักขุนั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีโสตเกิดขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวแล้วว่า อายตนะ ๑๐ อย่างอื่นอีกของใครๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๐ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะของพวกเปรตผู้โอปปาติกะ ของพวกอสูรผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ ของพวกคนหูหนวกแต่กำเนิด.

จักขุอายตนะ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏแก่พวกเปรตผู้โอปปาติกะ ฯลฯ แก่พวกคนหูหนวกมาแต่กำเนิด ในขณะอุบัติขึ้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอายตนะที่บริบูรณ์ในสุคติและทุคติ. และรูปพรหมผู้โอปปาติกะก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มีโสตเกิดขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้แล้วว่า อายตนะ ๑๑ อย่างของใครๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๑ อย่างย่อมปรากฏแก่พวกเทวดาชั้นกามาวจร พวกมนุษย์ปฐมกัป พวกเปรตผู้โอปปาติกะ พวกอสูรผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์มีอายตนะบริบูรณ์.

อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ อายตนะ ๕ เหล่านี้คือจักขุอายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งรูปธาตุ.

คำว่า อฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาพรหมมีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น.

ก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีฆานะเกิดขึ้น. ก็โอปปาติกะผู้ไม่มีฆานะ ย่อมไม่มีในกามธาตุ ถ้าพึงมีแก่ใครๆ ไซร์ ก็พึงกล่าวได้ว่า อายตนะก็ย่อมปรากฏ ก็ผู้นอนในครรภ์ใด พึงเป็นผู้ไม่มีฆานะ ผู้นอนในครรภ์นั้น ท่านไม่ประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะคำว่า สจกฺขุกานํ.

คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้มีอายตนะบริบูรณ์บ้าง.

คำว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง.

คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานสานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์นั่นเทียว.

ผู้อื่นบ้าง ผู้นอนในครรภ์บ้าง อันบัณฑิตย่อมได้นั่นเทียว ในพวกโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดและหูหนวดมาแต่กำเนิด ในคำนี้ว่า สรูปกานํ อจกฺขุกานํ. แม้ผู้ไม่มีรูปกับบุคคล ๓ จำพวกมีบุคคลผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดเป็นต้น ที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ.

แม้พวกอสัญญสัตว์กับบุคคล ๔ จำพวกที่กล่าวแล้วในบทเบื้องต้น อันบัณฑิตย่อมได้ในบทแรกนี้ว่า อจกฺขุกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์ พวกอสัญญสัตว์และพวกรูปพรหมที่เหลือ อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สรูปกานํ อฆานกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์และพวกรูปพรหม และอรูปพรหม อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อฆานกานํ. พึงทราบบุคคลวิภาคในปุคคลวาระทั้งหมด โดยนัยนี้ว่า ก็พวกเอกโวการสัตว์และจตุโวการสัตว์เทียว อันบัณฑิตย่อมได้ในบททั้งหลายว่า อจิตฺตกานํ อรูปกานํ.

ในโอกาสวาระ คำว่า ยตฺถ จกฺขฺวายตนํ ได้แก่ ย่อมถามซึ่งโลกแห่งรูปพรหม เพราะเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าวว่า อามนฺตา. ก็อายตนะเหล่านั้น โดยนิยมในพื้นนั้น ย่อมเกิดในปฏิสนธิ. นี้เป็นนัยมุขในอายตนยมกนี้. พึงทราบเนื้อความในปวัตติวาระแม้ทั้งสิ้นโดยนัยมุขนี้. ปริญญาวาระพึงทราบว่า เป็นนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั่นแหละ.

อรรถกถาอายตนยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 9 จาก 225 ข้อ (ตั้งแต่ i360)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 9 จาก 225 ข้อ (ตั้งแต่ i360)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา