อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง

๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. อตีตวาร ๓. อนาคตวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘–๑๑๙พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 225 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 225 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 102 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ@เชิงอรรถ : @ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้เป็นโอปปาติกะ ในอบายภูมิที่มีหูหนวกแต่กำเนิด@เพราะเกิดมามีแต่จักขุไม่มีโสตะ เช่น พวกเปรต อสุรกาย เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)@ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิ ทุคติภูมิ และพวก@รูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ เพราะเกิดมามีจักขุและโสตะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม @เชิงอรรถ : @ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อฆานกานํ ท่านหมายถึงพรหมปาริสัชชา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)@ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้หูหนวกโดยกำเนิดและมีอายตนะบริบูรณ์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ คำบาลีว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกมาแต่กำเนิด@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ คำบาลีว่า สฆานกานํ สจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกโดยกำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงอรูปพรหมและโอปปาติกสัตว์ ๓ จำพวกผู้บอดโดยกำเนิดเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)@ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ อสัญญสัตว์ และรูปพรหมที่เหลือ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด@เชิงอรรถ : @ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ รูปพรหม และอรูปพรหม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๒

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๓

อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด (พึงทราบว่า ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะและธัมมายตนะในภูมินั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป) อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๔

อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๕

อนุ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด (อายตนะที่ท่านย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด)จักขายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๒๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๒

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะ มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่ กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๓

อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๔

อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๕

อนุ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๓๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๓๙

อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๐

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด พึงเพิ่มชื่อที่เกินเข้ามาว่า กำลังเกิด เคยเกิดทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต อดีตกับ อนาคตเหมือนกันทุกแห่ง)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการ-ภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิดจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิดมนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี (ย่อ) จักขายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกกนัย

ข้อ ๔๖

มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฯลฯ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๗

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๔๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร สุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดแต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด (มนายตนะและธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ) อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๓

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๔

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๕

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๖

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๕๗

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิดจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๘

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๕๙

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๐

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิดมนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๕

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ มนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๖๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๑

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมา-ยตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๒

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๓

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดมนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๔

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๖

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๗

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๘

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๗๙

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี จักขายตนมูลกนัย จบ จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๐

อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด ไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๑

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๓

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๔

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๕

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเล่านั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๘๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดอนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๐

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด และฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดบุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดมนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ-โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่จักไม่เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๖

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-ภวิกบุคคลในรูปาวจภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๗

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๘

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๙๙

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก รูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจภูมิและรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๑

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๒

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๓

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๔

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๕

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๐๖

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๐๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๘

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐๙

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-โวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๐

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๑

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญ-สัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๒

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็เคยเกิดมนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๓

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด

ข้อ ๑๑๔

อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๕

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูป-ภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิม-ภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๑๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดแต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด มนายตนมูลกนัย จบ อุปปาทวาร จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปวตฺติวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ ปวัตติวาร อุปาทวาร

ข้อ ๒๙๖

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดอยู่แต่โสตายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และโสตายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า โสตายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่โสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๒๙๗

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่ฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๒๙๘

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สรูปกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่รูป ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๒๙๙

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จิต ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๐

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๑

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สรูปกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่รูป ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๒

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจิตฺตกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีแต่จิต ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๓๐๓

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๔

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดอยู่ แต่มนายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป มีจิต ที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังเกิดอยู่ แต่รูปายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจิต มีรูป ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๕

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังเกิดอยู่ แต่รูปายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๖

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดอยู่ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๐๗

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๐๘

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ กามาวจเร ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรภูมิ. หรือว่า ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๐๙

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๓๑๐

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๓๑๑

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เป็นอรูปภูมิ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๓๑๒

ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ กามาวจเร ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ (ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนญฺจ ธมฺมายตนญฺจ เอกสทิสํ นามํ นตฺถิ อุปริวาเร สงฺเขโป โหตีติ ชานิตพฺพํ) ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรภูมิ(พึงทราบว่า ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในที่ใด มนายตนะและธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีความต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป).

ข้อ ๓๑๓

ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ กามาวจเร ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรภูมิ.

ข้อ ๓๑๔

ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่มนายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ. หรือว่า มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๓๑๕

ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ เป็นอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๓๑๖

ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่มนายตนะจะเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๓๑๗

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ (สงฺขิตฺตํ ยสฺเสกสทิสํ) ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุ แต่ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่โสตายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและโสตายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีโสตะ แต่ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ (อายตนะที่ย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกัน).

ข้อ ๓๑๘

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดอยู่ แต่มนายตนะจะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจิตที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๑๙

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่โสตะ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่โสตายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด สัตว์ซึ่งไม่มีจักษุ ไม่มีโสตะที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ แต่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด สัตว์ซึ่งไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๒๐

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ แต่มีฆานะที่กำลังเกิดอยู่ แต่ฆานายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่. หรือว่า ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ แต่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๒๑

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ แต่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่ แต่รูปายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด สัตว์ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๒

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิตที่กำลังเกิดอยู่ แต่มนายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด สัตว์ที่ไม่มีจิตที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๓

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๔

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ แต่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่ แต่รูปายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๕

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ แต่มีจิตที่กำลังเกิดอยู่ แต่มนายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต กำลังเกิดอยู่. หรือว่า มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๖

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๗

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่ แต่มนายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด. หรือว่า มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดอยู่ แต่รูปายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด.

ข้อ ๓๒๘

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๒๙

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๓๐

ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิ นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๓๑

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิ นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ แต่จักขายตนะจะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ ซึ่งเป็นอรูปภูมิ.

ข้อ ๓๓๒

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ อรูเป ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปายตนะจะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ. หรือว่า รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๓๓

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อรูเป ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่มนายตนะจะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๓๔

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิ นั้นหรือ? ย่อมเกิดขึ้น. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ไม่มี.

ข้อ ๓๓๕

ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ อรูเป ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ แต่รูปายตนะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ. หรือว่า รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๓๖

ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่มนายตนะจะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๓๗

ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ย่อมเกิดขึ้น. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ไม่มี.

ข้อ ๓๓๘

ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ย่อมเกิดขึ้น. หรือว่า มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ย่อมเกิดขึ้น.

ข้อ ๓๓๙

ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ย่อมเกิดขึ้น. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ไม่มี.

ข้อ ๓๔๐

ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ย่อมเกิดขึ้น. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ไม่มี.

ข้อ ๓๔๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตายตนะย่อมไม่เกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ แต่มีโสตะที่กำลังเกิดอยู่ แต่โสตายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดอยู่. หรือว่า โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งไม่มีโสตะ แต่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ แต่จักขายตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๓๔๒

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ --------

มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ธัมมายตนะย่อมไม่เกิด ขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมาย-*ตนะจะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด. หรือว่า ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๔๓

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๔๔

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๔๕

ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๔๖

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ (ยตฺถกํ ปจฺจุปฺปนฺเนปิ อตีเตปิ อนาคเตปิ ปจฺจุปฺปนฺเนนาตีเตปิ ปจฺจุปฺปนฺเนนานาคเตปิ อตีเตนานาคเตปิ สพฺพตฺถ สทิสํ อุปฺปชฺชติ อุปฺปชฺชิตฺถาติ นามํ อติเรกํ กาตพฺพํ) ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ (อายตนะมีประมาณเท่าใด พึงเพิ่มคำว่า ย่อมเกิดขึ้น เคยเกิดขึ้นแล้วเช่นเดียวกันในกาลทั้งปวง คือที่เป็นปัจจุบันบ้าง อดีตบ้างอนาคตบ้าง อดีตกับปัจจุบันบ้าง อนาคตกับปัจจุบันบ้าง อนาคตกับอดีตบ้าง.)

ข้อ ๓๔๗

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๔๘

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานาย-*ตนะได้เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์. หรือว่า ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๔๙

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่จักขายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๕๐

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่จักขายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและจับขายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๕๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิด ขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. แต่จักขายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ห้า.

ข้อ ๓๕๒

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานาย-*ตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.

ข้อ ๓๕๓

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ฆานายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและฆานายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นนามาวจรสัตว์.

ข้อ ๓๕๔

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ฆานายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและฆานายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.

ข้อ ๓๕๕

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะได้เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนาย-*ตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕. หรือว่า มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๕๖

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๓๕๗

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะจะได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็ได้เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมิ ซึ่งมีขันธ์ ๔ ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๕๘

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ (สงฺขิตฺตํ) ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๓๕๙

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๓๖๐

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.

ข้อ ๓๖๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๒

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะไม่ เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๓๖๓

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตน นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๔

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนายตนะไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๕

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๖

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่รูปายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๗

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์ แต่มนายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๘

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์ แต่ธัมมายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๖๙

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส. หรือว่า มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส.

ข้อ ๓๗๐

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

รูปายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๗๑

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ---------

มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๗๒

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๗๓

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นนอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๗๔

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ (ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนญฺจ ธมฺมายตนญฺจ สทิสํ อิเม เทฺว สทิสาเยว โหนฺติ) ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว. (จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะและธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นเป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้งสองวาระ)

ข้อ ๓๗๕

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้.

ข้อ ๓๗๖

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้.

ข้อ ๓๗๗

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้.

ข้อ ๓๗๘

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ: อิตเรสํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้.

ข้อ ๓๗๙

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๘๐

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๓๘๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๘๒

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๘๓

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๘๔

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๘๕

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์แต่จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นและจักขายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๘๖

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.

ข้อ ๓๘๗

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.

ข้อ ๓๘๘

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และมนายตนะก็จะเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๘๙

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๓๙๐

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และมนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๓๙๑

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๒

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน.

ข้อ ๓๙๓

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๔

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะจัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๕

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นและรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๖

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๗

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นแต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๘

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๓๙๙

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯเปฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๔๐๐

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญ-*สัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๐๒

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๓

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๔

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๕

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๖

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๗

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๐๘

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ

รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์.

ข้อ ๔๐๙

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ

รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๑๐

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ --------

มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๑๑

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ไม่มีจักษุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักษุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๑๒

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะธัมมายตนะ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๑๓

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ ฯเปฯ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๑๔

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะเคย เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๑๕

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๑๖

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๔๑๗

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และโสตายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ สัตว์ที่ไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่โสตายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๑๘

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และฆานายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักษุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ. หรือว่า ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ.

ข้อ ๔๑๙

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ที่เป็นอสัญญสัตว์ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๐

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๒

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงชั้นกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๓

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๔

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๕

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมินอกนี้. หรือว่า มนายตนะ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๔๒๖

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดอยู่.

ข้อ ๔๒๗

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะ เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๒๘

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๔๒๙

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๔๓๐

ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ

ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ไม่มี.

ข้อ ๔๓๑

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๔๓๒

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๓๓

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิแต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๓๔

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๓๕

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๔๓๖

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส.

ข้อ ๔๓๗

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๓๘

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๓๙

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๔๐

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๔๔๑

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส.

ข้อ ๔๔๒

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ --------

มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสแต่มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส.

ข้อ ๔๔๓

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และโสตายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๔๔

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานาตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๔๕

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๔๖

ยสฺส จกฺขายตน อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๔๗

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๔๘

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิและแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เข้าถึงอรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๔๙

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิแต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๐

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจร-*ภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๑

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติตี: อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูปที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๒

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-*ภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังเกิดอยู่แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูปที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๓

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดอยู่แต่มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นและมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๔

ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ

ข้อ ๔๕๕

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น ในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและโสตายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดอยู่ นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวาจรภูมิ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่โสตายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๖

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น ในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ นอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ.

ข้อ ๔๕๗

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น ในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและรูปายตายนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๘

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น ในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๕๙

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น ในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงซึ่งปัญจโวการภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นและธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๖๐

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น ในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๖๑

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๖๒

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นและธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๖๓

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้น และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๔๖๔

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชติ สรูปกานํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นและธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๖๕

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชติ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมเกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่.

ข้อ ๔๖๖

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่.

ข้อ ๔๖๗

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจ โวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่. หรือว่า ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่.

ข้อ ๔๖๘

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโว-*การภูมิและแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่.

ข้อ ๔๖๙

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๔๗๐

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๔๗๑

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จวนฺตานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิและแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เข้าถึงแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่.

ข้อ ๔๗๒

ยสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจร-*ภูมิ แต่ฆานายตนะ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ.

ข้อ ๔๗๓

ยสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่เหล่าสัตว์นั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโว-*การภูมิ แต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๔๗๔

ยสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังเข้าถึงอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แต่มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่.

ข้อ ๔๗๕

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.

ข้อ ๔๗๖

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจโวการภูมิซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจ-*โวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๗๗

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจรา จวนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นและจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๗๘

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๗๙

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๔๘๐

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๔๘๑

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์-*เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์-*เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๔๘๒

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจร-*ภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามา-*วจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๔๘๓

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ.

ข้อ ๔๘๔

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภนิกานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจโวการภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.

ข้อ ๔๘๕

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ

รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๔๘๖

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ---------

มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่.

ข้อ ๔๘๗

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และโสตายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๘๘

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็จักขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๘๙

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๐

ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะ ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๑

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๒

ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๓

ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๔

ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๕

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.

ข้อ ๔๙๖

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและโสตายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๗

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามา-*วจรภูมิซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์นอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด. ถูกแล้ว.

ข้อ ๔๙๘

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้นและจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๔๙๙

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว-*การภูมิ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๕๐๐

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์แต่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ข้อ ๕๐๑

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.

ข้อ ๕๐๒

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมา-*ยตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นและฆานายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.

ข้อ ๕๐๓

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจโวการภูมิ.

ข้อ ๕๐๔

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๕๐๕

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และมนายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕.

ข้อ ๕๐๖

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๕๐๗

ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะมนายตนะ ธัมมายตนะ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๕๐๘

ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.

ข้อ ๕๐๙

ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.

ข้อ ๕๑๐

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๕๑๑

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ฆานายตนะจักไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามา-*วจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๕๑๒

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิแต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๕๑๓

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๕๑๔

ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๕๑๕

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิแต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์.

ข้อ ๕๑๖

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่เหล่าสัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจร-*ภูมิ แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

ข้อ ๕๑๗

ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาจวเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิแต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ.

ข้อ ๕๑๘

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ-*โวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๕๑๙

ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.

ข้อ ๕๒๐

ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส. อุปาทวาร จบ.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/